การผลิตภาชนะบรรจุอาหารชีวภาพจากชานอ้อยคั้นน้ำโดยวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้ศึกษาการผลิตภาชนะบรรจุอาหารชีวภาพจากชานอ้อยคั้นน้ำ โดยเน้นกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการลดการพึ่งพาพลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้ง จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการเลือกใช้วิธีไฮโดรเทอร์มอลในการสกัดเยื่อเซลลูโลสจากชานอ้อย ซึ่งช่วยลดปริมาณสารเคมี (NaOH) ที่ใช้ในการสกัดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับวิธีการแบบดั้งเดิม แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน การเลือกใช้สารละลาย NaOH 0.25 M ที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ถือเป็นการหาจุดสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการสกัดกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งแสดงถึงความรอบคอบในการออกแบบกระบวนการผลิต
นอกจากนี้ การเลือกใช้แป้งข้าวโพดเป็นสารประสานนั้น เป็นการเลือกใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การทดลองหาปริมาณที่เหมาะสมของสารประสานแสดงถึงความละเอียดรอบคอบในการควบคุมคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เช่น ความแข็งแรง ความทนทาน และความเหนียว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้งานจริง การเลือกใช้ไคโตซานเป็นสารเคลือบก็เป็นอีกหนึ่งความพยายามในการใช้สารจากธรรมชาติ ซึ่งมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและย่อยสลายได้ง่าย การทดลองหาส่วนผสมและวิธีการเคลือบที่เหมาะสม รวมถึงการทดสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เช่น การทนน้ำ ทนน้ำมัน และความทนความร้อน แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นในการวิจัยและความพยายามในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ การเปรียบเทียบคุณสมบัติของภาชนะที่ผลิตได้กับภาชนะทางการค้า แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในเรื่องความทนความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 150 องศาเซลเซียส
การออกแบบและจัดทำแม่พิมพ์ 2 รูปแบบ คือแบบแห้งและแบบเปียก ถือเป็นการพัฒนาขั้นตอนการผลิตที่สำคัญ การเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตระหว่างสองแบบ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการลดต้นทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาด แม้ว่าการวิเคราะห์ต้นทุนจะทำในระดับห้องปฏิบัติการ แต่ก็ให้ข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญสำหรับการปรับปรุงกระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรม การพบว่าแม่พิมพ์แบบเปียกมีต้นทุนต่ำกว่าแบบแห้ง เป็นข้อสรุปที่สำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนให้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการผลิตในระดับห้องปฏิบัติการ ซึ่งปริมาณการผลิตยังน้อย ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูง การขยายขนาดการผลิตในระดับอุตสาหกรรม จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องการเพิ่มกำลังการผลิต ปรับปรุงเทคโนโลยี และการจัดหาแหล่งวัตถุดิบ เพื่อลดต้นทุนให้สามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดได้
โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณภาพ ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การสกัดเยื่อ การพัฒนาสารประสานและสารเคลือบ การออกแบบแม่พิมพ์ จนถึงการวิเคราะห์ต้นทุน ผลงานวิจัยนี้สามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้าได้ แต่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการขยายขนาดการผลิต การปรับปรุงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ และการหาช่องทางการตลาดที่เหมาะสม
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
-
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร: เนื่องจากผลลัพธ์ของงานวิจัยเป็นภาชนะบรรจุอาหารชีวภาพที่ย่อยสลายได้ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับภาชนะพลาสติกที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม การใช้งานกับอาหารประเภทต่างๆที่ไม่ต้องการความทนทานต่อความร้อนสูง ก็เป็นไปได้ เช่น อาหารทานเล่น,ขนมหวาน หรืออาหารที่ไม่ต้องผ่านความร้อน
-
อุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร: เนื่องจากใช้วัตถุดิบหลักจากชานอ้อยคั้นน้ำ ซึ่งเป็นของเสียจากอุตสาหกรรมน้ำตาล การนำของเสียมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรม และยังช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดของเสียทางการเกษตรได้ด้วย
-
อุตสาหกรรมชีวภาพ (Bioindustry): งานวิจัยนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้นวัตกรรมทางชีวภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ใช้ชานอ้อยหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอื่นๆได้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบอาชีพหลายสาขา เช่น:
-
นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์: สามารถนำงานวิจัยนี้ไปต่อยอด พัฒนา และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆในด้านวัสดุชีวภาพและบรรจุภัณฑ์ เป็นประสบการณ์ในการวิจัยและพัฒนา
-
วิศวกรเคมีและวิศวกรวัสดุ: สามารถนำความรู้และทักษะในการออกแบบและพัฒนาขั้นตอนการผลิต การปรับปรุงกระบวนการ และการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์
-
ผู้ประกอบการ SME (วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม): สามารถนำงานวิจัยนี้ไปต่อยอดเป็นธุรกิจ โดยการผลิตและจำหน่ายภาชนะบรรจุอาหารชีวภาพ เป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่มีความต้องการในตลาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
-
นักออกแบบผลิตภัณฑ์: สามารถนำความรู้ไปออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและใช้งานได้จริง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์
-
เกษตรกร: อาจมีส่วนร่วมในการจัดหาวัตถุดิบหลักอย่างชานอ้อยคั้นน้ำ หรืออาจนำความรู้ไปต่อยอดในธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
| รหัสโครงการ : | 38678 |
| หัวหน้าโครงการ : | ผศ.ดร. อดิศักดิ์ จตุรพิรีย์ |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1) ผลิตเยื่อจากชานอ้อยคั้นน้ำ2) ผลิตตัวประสานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม3) พัฒนาสารเคลือบจากวัสดุธรรมชาติ4) ผลิตแม่แบบสำหรับการขึ้นรูปภาชนะจานชามแบบขั้นตอนเดียว5) วิเคราะห์ต้นทุนการผลิต |
ผศ.ดร. อดิศักดิ์ จตุรพิรีย์. (2563). การผลิตภาชนะบรรจุอาหารชีวภาพจากชานอ้อยคั้นน้ำโดยวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. นครปฐม.
ผศ.ดร. อดิศักดิ์ จตุรพิรีย์. 2563. "การผลิตภาชนะบรรจุอาหารชีวภาพจากชานอ้อยคั้นน้ำโดยวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม". มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. นครปฐม.
ผศ.ดร. อดิศักดิ์ จตุรพิรีย์. "การผลิตภาชนะบรรจุอาหารชีวภาพจากชานอ้อยคั้นน้ำโดยวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม". มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม, 2563. นครปฐม.
ผศ.ดร. อดิศักดิ์ จตุรพิรีย์. การผลิตภาชนะบรรจุอาหารชีวภาพจากชานอ้อยคั้นน้ำโดยวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม; 2563. นครปฐม.