การพัฒนาระบบช่วยเหลือปฐมภูมิด้านสุขภาพจิต เพื่อลดปัญหาความวิตกกังวล ความเครียด และซึมเศร้าของนักศึกษามหาวิทยาลัย 4 ภูมิภาคของประเทศไทย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การพัฒนาระบบช่วยเหลือปฐมภูมิด้านสุขภาพจิต เพื่อลดปัญหาความวิตกกังวล ความเครียด และซึมเศร้าของนักศึกษามหาวิทยาลัย 4 ภูมิภาคของประเทศไทย" นี้ เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมสุขภาพจิตของนักศึกษาในประเทศไทย งานวิจัยได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตของนักศึกษา การพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมผู้ช่วยเหลือปฐมภูมิ ไปจนถึงการประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมและระบบการให้ความช่วยเหลือที่มีอยู่เดิม
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการใช้กลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดใหญ่ถึง 1,341 คน จาก 4 มหาวิทยาลัยใน 4 ภูมิภาค ทำให้สามารถสรุปผลได้อย่างมีความหมายและนำไปใช้ได้ในวงกว้าง การใช้เครื่องมือวัดที่หลากหลายและผ่านการตรวจสอบความเชื่อมั่นแล้ว (ค่าความเชื่อมั่น 0.83-0.96) ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล การพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมผู้ช่วยเหลือปฐมภูมิตามแนวคิดของ Kitchener and Jorm (2008) ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมที่ครอบคลุมทั้งความรู้ ทักษะ และการปฏิบัติ เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้โปรแกรมมีความสมบูรณ์ และการที่โปรแกรมเน้นการฝึกทักษะ "ดู ฟัง แชร์ ชม เช็ก ชวน เชียร์" ถือเป็นวิธีการที่เข้าถึงง่ายและสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น แม้ว่าโปรแกรมจะมีขนาดอิทธิพลปานกลาง แต่ผลการทดลองยังไม่พบความแตกต่างระหว่างนักศึกษาแต่ละคณะ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าการสรุปผลอาจไม่สามารถนำไปใช้ได้ทั่วไป (Generalization) นอกจากนี้ งานวิจัยยังระบุว่าระบบการให้คำปรึกษาที่มีอยู่เดิมในมหาวิทยาลัยยังขาดความสมบูรณ์ โดยเฉพาะด้านกระบวนการให้บริการและการประเมินผลลัพธ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาต่อไป
การวิเคราะห์โมเดลสาเหตุของภาวะสุขภาพจิตที่พบว่า "การกำกับอารมณ์" โดยเฉพาะการกำกับอารมณ์แบบใช้ความคิดทางลบ มีความสำคัญ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจและมีประโยชน์ การนำข้อมูลนี้มาใช้ในการออกแบบโปรแกรมการให้ความช่วยเหลือเป็นการเชื่อมโยงระหว่างการวิจัยเชิงทฤษฎีกับการปฏิบัติได้อย่างดี
ข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาปฐมภูมิด้านสุขภาพจิต โดยการพัฒนาบุคลากร 3 กลุ่ม คือ อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิต/นักศึกษา เป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ และช่วยให้ระบบมีความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามข้อเสนอแนะเหล่านี้ จำเป็นต้องมีการวางแผนและจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้น
โดยสรุป งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณภาพ มีการออกแบบที่เป็นระบบ และให้ผลลัพธ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในการพัฒนาระบบช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตของนักศึกษา แต่ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ต้องนำไปพิจารณาในการนำผลการวิจัยไปใช้ และการปรับปรุงระบบให้มีความครอบคลุมและยั่งยืน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันอุดมศึกษา และอุตสาหกรรมด้านสุขภาพจิต เหตุผลคือ:
-
อุตสาหกรรมการศึกษา: งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาโปรแกรมและระบบช่วยเหลือสุขภาพจิตสำหรับนักศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของสถาบันอุดมศึกษา ผลการวิจัยสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนานโยบาย หลักสูตร และกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตของนักศึกษาในสถาบัน ช่วยลดอัตราการเกิดปัญหาสุขภาพจิต และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีขึ้น
-
อุตสาหกรรมด้านสุขภาพจิต: โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กรต่างๆ ที่ให้บริการด้านสุขภาพจิต เช่น โรงพยาบาล คลินิก หรือศูนย์สุขภาพจิตชุมชน เป็นเครื่องมือช่วยเหลือบุคลากรในการดูแลผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะในระดับปฐมภูมิ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพจิตของนักศึกษา และบุคลากรที่ทำงานในสถาบันการศึกษา เช่น:
-
นักจิตวิทยา: สามารถนำผลการวิจัยไปปรับใช้ในการให้คำปรึกษาและรักษาผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงการพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมด้านสุขภาพจิต
-
นักสังคมสงเคราะห์: สามารถนำความรู้จากงานวิจัยไปใช้ในการประเมิน วางแผน และให้บริการช่วยเหลือด้านสังคมแก่ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต
-
อาจารย์ที่ปรึกษา: สามารถนำความรู้และทักษะที่ได้จากงานวิจัยมาใช้ในการให้คำปรึกษาและดูแลนักศึกษาในด้านสุขภาพจิต
-
เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนักศึกษา: สามารถนำโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรในฝ่าย เพื่อให้สามารถให้การช่วยเหลือปฐมภูมิด้านสุขภาพจิตแก่นักศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
ครูอาจารย์: สามารถนำโปรแกรมไปปรับใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมสุขภาพจิตของนักเรียนนักศึกษา
| รหัสโครงการ : | 38596 |
| หัวหน้าโครงการ : | ศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี โยเหลา |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| วัตถุประสงค์ : | งานวิจัยนี้ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบช่วยเหลือปฐมภูมิ (First Aid System) ด้านสุขภาพจิต กับนักศึกษามหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้1.2.1 เพื่อทาความเข้าใจสถานการณ์ของปัญหาสุขภาพจิต และโมเดลความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง ของปัญหาสุขภาพจิต ของนักศึกษามหาวิทยาลัย 4 ภูมิภาค1.2.2 เพื่อสร้างและทดลองใช้โปรแกรมพัฒนาผู้ช่วยเหลือปฐมภูมิด้านสุขภาพจิต ในมหาวิทยาลัย 4 ภูมิภาค เพื่อลดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า1.2.3 เพื่อทาความเข้าใจและสังเคราะห์ลักษณะที่สาคัญของระบบให้ความช่วยเหลือปฐมภูมิ ด้านปัญหาสุขภาพจิต ความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ในระหว่างมหาวิทยาลัย 4 ภูมิภาค ของประเทศไทย |
ศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี โยเหลา. (2563). การพัฒนาระบบช่วยเหลือปฐมภูมิด้านสุขภาพจิต เพื่อลดปัญหาความวิตกกังวล ความเครียด และซึมเศร้าของนักศึกษามหาวิทยาลัย 4 ภูมิภาคของประเทศไทย. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, มหาสารคาม, สงขลา.
ศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี โยเหลา. 2563. "การพัฒนาระบบช่วยเหลือปฐมภูมิด้านสุขภาพจิต เพื่อลดปัญหาความวิตกกังวล ความเครียด และซึมเศร้าของนักศึกษามหาวิทยาลัย 4 ภูมิภาคของประเทศไทย". มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, มหาสารคาม, สงขลา.
ศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี โยเหลา. "การพัฒนาระบบช่วยเหลือปฐมภูมิด้านสุขภาพจิต เพื่อลดปัญหาความวิตกกังวล ความเครียด และซึมเศร้าของนักศึกษามหาวิทยาลัย 4 ภูมิภาคของประเทศไทย". มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2563. กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, มหาสารคาม, สงขลา.
ศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี โยเหลา. การพัฒนาระบบช่วยเหลือปฐมภูมิด้านสุขภาพจิต เพื่อลดปัญหาความวิตกกังวล ความเครียด และซึมเศร้าของนักศึกษามหาวิทยาลัย 4 ภูมิภาคของประเทศไทย. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2563. กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, มหาสารคาม, สงขลา.