การพัฒนาเครื่องควบคุมการยิงโดยการสนับสนุนด้วยระบบเรดาร์และระบบกล้องอ๊อฟโตอิเล็คทรอนิกส์สำหรับระบบการป้องกันภัยทางอากาศ
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาเครื่องควบคุมการยิง (Fire Control System: FCS) สำหรับปืนต่อสู้อากาศยาน (Anti-Aircraft Gun: AAG) ขนาด 40 มม. L70 โดยอาศัยเทคโนโลยีเรดาร์และระบบกล้องออพโตอิเล็กทรอนิกส์ จุดเด่นสำคัญของงานวิจัยอยู่ที่ความสามารถในการทำงานร่วมกับระบบสัญญาณทั้งแบบแอนะล็อกซิงโครนัสและดิจิตอล ซึ่งเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นและความเข้ากันได้กับอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิมในกองทัพ นอกจากนี้ การที่สามารถรับข้อมูลพิกัดเป้าหมายจากเรดาร์ระยะไกลได้ ยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการยิง โดยเฉพาะการติดตามเป้าหมายที่เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญในการป้องกันภัยทางอากาศ
การพัฒนาโปรแกรมติดตามเป้าหมายเคลื่อนที่และโปรแกรมควบคุมการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ของปืน ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการประมวลผลข้อมูลและควบคุมการทำงานของปืนอย่างแม่นยำ การมีกล่องสื่อสารสัญญาณไฟฟ้าแยกสำหรับระบบสัญญาณทั้งสองแบบ ช่วยให้สามารถใช้งานร่วมกับระบบเก่าได้อย่างราบรื่น และเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการอัพเกรดระบบสู่เทคโนโลยีดิจิตอลในอนาคต การออกแบบให้มีชุดการหมุนระบบกล้องออพโตอิเล็กทรอนิกส์พร้อมระบบควบคุม แสดงถึงความสามารถในการตรวจจับเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย
การทดสอบทั้ง 4 รายการ ซึ่งครอบคลุมทั้งการวัดระยะเป้าหมายนิ่งและการติดตามเป้าหมายเคลื่อนที่ รวมถึงการทำงานร่วมกับระบบสัญญาณทั้งสองแบบ แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของงานวิจัย ผลการทดสอบที่ประสบความสำเร็จ ยืนยันถึงความสามารถของระบบในการปฏิบัติภารกิจตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทางเทคนิคของระบบ เช่น ประสิทธิภาพการติดตามเป้าหมาย ความแม่นยำในการยิง และระยะการตรวจจับ ยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจนในบทคัดย่อ การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดเหล่านี้ จะช่วยให้เข้าใจถึงประสิทธิภาพของระบบได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาต่อยอด เช่น การเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกับอาวุธต่อสู้อากาศยานประเภทอื่นๆ การพัฒนาอัลกอริธึมการติดตามเป้าหมายที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น การเพิ่มความสามารถในการรับมือกับการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ และการรวมเข้ากับระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบบูรณาการ ทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความทันสมัยของระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศได้อย่างมาก การพัฒนาต่อยอดนี้อาจรวมถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการทำนายตำแหน่งเป้าหมายและการปรับแต่งการยิงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมการทหารและการป้องกันประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่ผลิตและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ เนื่องจากผลงานวิจัยนี้พัฒนาเครื่องควบคุมการยิงสำหรับอาวุธต่อสู้อากาศยาน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่มีความต้องการสูงในอุตสาหกรรมนี้ นอกจากนี้ งานวิจัยยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบควบคุมอัตโนมัติ ระบบการนำทาง และระบบตรวจจับเป้าหมาย ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และอุตสาหกรรมยานยนต์ การพัฒนาต่อยอดอาจนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในด้านการควบคุมและการนำทาง ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคลากรในหลายอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิศวกรไฟฟ้า วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเมอร์ และนักวิจัยด้านการป้องกันประเทศ เนื่องจากงานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการออกแบบ พัฒนา และทดสอบระบบควบคุมอัตโนมัติ การประมวลผลสัญญาณ และการเขียนโปรแกรม บุคคลากรเหล่านี้สามารถนำความรู้และทักษะที่ได้จากงานวิจัยนี้ไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ หรือทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบควบคุมอัตโนมัติ และระบบตรวจจับเป้าหมาย นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเหมาะกับนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และนักวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบเรดาร์และระบบกล้องออพโตอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ
| รหัสโครงการ : | 156921 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายชนะ รักษ์ศิริ |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อวิจัยและพัฒนาเครื่องควบคุมการยิงแบบฟลายแคชเชอร์ด้วยระบบเรดาร์และระบบกล้องอ๊อฟโตอิเล็คทรอนิกส์ ทั่วไปสำหรับการป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อวิจัยและพัฒนาเครื่องควบคุมการยิงแบบฟลายแคชเชอร์ด้วยระบบเรดาร์และระบบกล้องอ๊อฟโตอิเล็คทรอนิกส์ ที่สามารถรับข้อมูลพิกัดของเป้าหมายจากระบบเรดาร์ระยะไกล ที่มีประจำในกองทัพได้ เพื่อวิจัยและพัฒนาเครื่องควบคุมการยิงแบบฟลายแคชเชอร์ด้วยระบบเรดาร์และระบบกล้องอ๊อฟโตอิเล็คทรอนิกส์ให้สามารถควบคุมการทำงานของ ปตอ. 40 มม. แอล 70 |
นายชนะ รักษ์ศิริ. (2563). การพัฒนาเครื่องควบคุมการยิงโดยการสนับสนุนด้วยระบบเรดาร์และระบบกล้องอ๊อฟโตอิเล็คทรอนิกส์สำหรับระบบการป้องกันภัยทางอากาศ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.
นายชนะ รักษ์ศิริ. 2563. "การพัฒนาเครื่องควบคุมการยิงโดยการสนับสนุนด้วยระบบเรดาร์และระบบกล้องอ๊อฟโตอิเล็คทรอนิกส์สำหรับระบบการป้องกันภัยทางอากาศ". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.
นายชนะ รักษ์ศิริ. "การพัฒนาเครื่องควบคุมการยิงโดยการสนับสนุนด้วยระบบเรดาร์และระบบกล้องอ๊อฟโตอิเล็คทรอนิกส์สำหรับระบบการป้องกันภัยทางอากาศ". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2563. กรุงเทพมหานคร.
นายชนะ รักษ์ศิริ. การพัฒนาเครื่องควบคุมการยิงโดยการสนับสนุนด้วยระบบเรดาร์และระบบกล้องอ๊อฟโตอิเล็คทรอนิกส์สำหรับระบบการป้องกันภัยทางอากาศ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2563. กรุงเทพมหานคร.