การพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย” เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุผ่านการส่งเสริมการทำเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความสามารถ โดยอาศัยกระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) และแบบจำลอง SECI Model ในการจัดการความรู้ งานวิจัยนี้มีความน่าสนใจและมีความสำคัญในหลายแง่มุมดังต่อไปนี้:
1. การแก้ปัญหาความท้าทายเฉพาะกลุ่ม: งานวิจัยนี้เข้าใจและตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมักประสบปัญหาทางด้านร่างกายที่จำกัดการทำกิจกรรมต่างๆ การออกแบบแปลงเกษตรที่คำนึงถึงหลักการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) และการนำนวัตกรรมทางการเกษตรมาใช้ จึงเป็นแนวทางที่สร้างสรรค์และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ช่วยให้ผู้สูงอายุยังคงสามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมีคุณภาพชีวิต
2. การบูรณาการองค์ความรู้เชิงบูรณาการ: งานวิจัยนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนาแปลงเกษตร แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างระบบการจัดการความรู้ที่ยั่งยืน โดยใช้ SECI Model ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การแลกเปลี่ยน การจัดระบบ การปรับใช้ และการประเมินผล ทำให้มั่นใจได้ว่าองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยจะสามารถถ่ายทอดและขยายผลไปสู่กลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. การใช้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง: การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการทำเกษตร โดยเน้นการปลูกผักปลอดภัย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดการใช้สารเคมี เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุ
4. ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่ชัดเจน: งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น การลดรายจ่ายครัวเรือนได้ถึงร้อยละ 45.05 การเพิ่มรายได้จากการขายผลผลิต และการพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุให้เป็นวิทยากรแหล่งเรียนรู้ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่บ่งบอกถึงความสำเร็จของงานวิจัย
5. การสร้างความร่วมมือและการขยายผล: การมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก ภาคีเครือข่าย และการขยายผลไปยังพื้นที่ใกล้เคียง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนของโครงการ ทำให้แนวทางการจัดการความรู้และนวัตกรรมทางการเกษตรสามารถขยายผลได้อย่างกว้างขวาง
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้อาจอยู่ที่ขอบเขตของการศึกษาที่จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ศึกษา จึงอาจไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างตรงไปตรงมาในพื้นที่อื่นๆ ที่มีความแตกต่างทางด้านสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม หรือทรัพยากร การศึกษาเพิ่มเติมในพื้นที่อื่นๆ จึงมีความจำเป็น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การติดตามผลในระยะยาวก็มีความสำคัญ เพื่อประเมินความยั่งยืนของแนวทางการจัดการความรู้และนวัตกรรมทางการเกษตร และการปรับปรุงแนวทางให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมเกษตรกรรมที่เน้นการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และเกษตรแปรรูป เหตุผลสำคัญคือ:
-
การพัฒนาเทคนิคการเกษตรที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ: งานวิจัยนี้ได้พัฒนาแนวทางการทำเกษตรกรรมที่คำนึงถึงข้อจำกัดทางกายภาพของผู้สูงอายุ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับการผลิตสินค้าเกษตรหลากหลายประเภท ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดภาระการทำงานลง
-
การส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน: การเน้นการปลูกผักปลอดภัย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดการใช้สารเคมี สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดที่ต้องการสินค้าเกษตรที่ผลิตอย่างยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีคุณภาพสูง
-
การสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตร: งานวิจัยนี้ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถนำผลผลิตไปแปรรูป สร้างแบรนด์ และจัดหาช่องทางการตลาด ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร และสร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุได้มากขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน การส่งเสริมอาชีพ การดูแลผู้สูงอายุ และการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
-
นักพัฒนาชุมชน: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาโครงการส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุในชุมชน ช่วยเพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้
-
นักส่งเสริมการเกษตร: งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลและแนวทางในการส่งเสริมการเกษตรที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ สามารถนำไปใช้ในการฝึกอบรม และให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรผู้สูงอายุได้
-
ผู้ดูแลผู้สูงอายุ: งานวิจัยนี้ช่วยให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุสามารถเข้าใจและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ช่วยสร้างความสุข และลดภาวะซึมเศร้าได้
-
นักวิชาการด้านการเกษตรและสุขภาพ: งานวิจัยนี้สามารถเป็นฐานข้อมูลและแนวทางสำหรับการวิจัยและพัฒนาต่อยอดในด้านการเกษตรและสุขภาวะของผู้สูงอายุต่อไปได้
| รหัสโครงการ : | 38230 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางสาวดนชิดา วาทินพุฒิพร |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานรูปแบบการทำเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ 2. เพื่อพัฒนาคู่มือและแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 3. เพื่อทดลองใช้แนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุในพื้นที่ปฏิบัติการ 4. ประเมินผลและถอดองค์ความรู้จากการนำใช้แนวทางจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ เผยแพร่องค์ความรู้และขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อื่น |
นางสาวดนชิดา วาทินพุฒิพร. (2563). การพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. .
นางสาวดนชิดา วาทินพุฒิพร. 2563. "การพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. .
นางสาวดนชิดา วาทินพุฒิพร. "การพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2563. .
นางสาวดนชิดา วาทินพุฒิพร. การพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2563. .