การอนุรักษ์ภูมิปัญญาเพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนในธุรกิจนวดไทย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การอนุรักษ์ภูมิปัญญาเพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนในธุรกิจนวดไทย" นี้มุ่งเน้นการศึกษาและเสนอแนวทางในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการนวดไทยเพื่อให้ธุรกิจนวดไทยมีความยั่งยืน งานวิจัยนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การอนุรักษ์ แต่ยังมองไปถึงการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 และการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต
งานวิจัยแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 5 ด้านหลัก คือ ด้านการจัดการความรู้ ด้านกฎระเบียบ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านบุคลากร และด้านการส่งเสริมจากภาครัฐ ซึ่งสะท้อนถึงความครอบคลุมของงานวิจัยที่พยายามเข้าถึงทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจนวดไทยอย่างแท้จริง
ด้านการจัดการความรู้: เน้นการสร้างฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการนวดไทยอย่างเป็นระบบ เป็นการสร้างรากฐานสำคัญในการสืบทอดภูมิปัญญา การทำงานร่วมกับชุมชนและท้องถิ่นถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดที่จะช่วยให้การอนุรักษ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะองค์ความรู้บางส่วนอาจกระจายอยู่ในชุมชน การบูรณาการนี้จะทำให้การอนุรักษ์ครอบคลุมและสมบูรณ์มากขึ้น
ด้านกฎระเบียบ: เน้นความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังโควิด-19 การยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง การมีระบบการบริหารจัดการที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านผลิตภัณฑ์: งานวิจัยเน้นการพัฒนาหลักสูตรอบรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าหลากหลายกลุ่ม เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับบริการนวดไทย การสร้างความหลากหลายของบริการจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น และทำให้ธุรกิจมีความยั่งยืนมากขึ้น
ด้านบุคลากร: งานวิจัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร การส่งเสริมให้มีใบประกอบวิชาชีพ และการสร้างมาตรฐานสมรรถนะ เป็นการยกระดับคุณภาพของผู้ให้บริการ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ การพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในตลาด
ด้านการส่งเสริมจากภาครัฐ: งานวิจัยเน้นบทบาทของภาครัฐในการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการสร้างหลักสูตรการนวดไทยในสถาบันการศึกษา การมีส่วนร่วมของภาครัฐเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การอนุรักษ์ภูมิปัญญาและการพัฒนาธุรกิจนวดไทยประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์และสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะการนำบทเรียนจากวิกฤตโควิด-19 มาใช้ในการวางแผนและแก้ไขปัญหา การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน การเสนอแนะให้ภาครัฐเป็นตัวกลางในการถอดบทเรียนและวางแผนร่วมกับสถานประกอบการแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในบริบทของธุรกิจและความจำเป็นในการทำงานร่วมกัน
โดยสรุป งานวิจัยนี้ให้มุมมองที่ครอบคลุม ทั้งด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญา การพัฒนาธุรกิจ และการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต การเสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรม ทั้งในระดับธุรกิจและระดับนโยบาย ทำให้งานวิจัยชิ้นนี้มีคุณค่าและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับ อุตสาหกรรมสปาและสุขภาพ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และ อุตสาหกรรมบริการ เหตุผลคือ:
-
อุตสาหกรรมสปาและสุขภาพ: งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการอนุรักษ์และพัฒนาธุรกิจนวดไทย ซึ่งเป็นบริการหลักในอุตสาหกรรมนี้ การนำผลการวิจัยไปใช้จะช่วยยกระดับมาตรฐาน เพิ่มความน่าเชื่อถือ และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจสปาและสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการนวดไทย
-
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว: การนวดไทยเป็นส่วนสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ งานวิจัยนี้จะช่วยให้ธุรกิจการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับการนวดไทยสามารถปรับตัวและแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการนำเสนอประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ และการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ
-
อุตสาหกรรมบริการ: งานวิจัยนี้สามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจบริการอื่นๆ ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพบริการ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ หลักการต่างๆ ในการจัดการความรู้ การพัฒนาบุคลากร และการรับมือกับวิกฤตสามารถนำไปปรับใช้ได้กับธุรกิจบริการอื่นๆ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบการธุรกิจนวดไทย นักนวดแผนไทย ผู้จัดการสปา ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และบุคลากรภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมสปาและสุขภาพ เหตุผลคือ:
-
ผู้ประกอบการธุรกิจนวดไทย: งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลและแนวทางในการพัฒนาธุรกิจ การอนุรักษ์ภูมิปัญญา และการรับมือกับวิกฤต ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
นักนวดแผนไทย: งานวิจัยนี้จะช่วยยกระดับความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของนักนวดแผนไทย ทำให้สามารถให้บริการที่มีคุณภาพ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้
-
ผู้จัดการสปา: งานวิจัยนี้จะช่วยให้ผู้จัดการสปาสามารถบริหารจัดการทรัพยากร บุคลากร และการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ
-
ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ: งานวิจัยนี้จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเข้าใจถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการนวดไทย และสามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการการท่องเที่ยวได้
-
บุคลากรภาครัฐ: งานวิจัยนี้จะช่วยให้บุคลากรภาครัฐสามารถวางแผนและกำหนดนโยบายที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมสปาและสุขภาพในประเทศได้
| รหัสโครงการ : | 36796 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายภุชงค์ เมนะสินธุ์ |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยสวนดุสิต |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1.เพื่อสร้างรูปแบบการจัดการความรู้เพื่อการอนุรักษ์ภูมิปัญญาด้านการนวดไทย 2.เพื่อพัฒนารูปแบบของปัจจัยส่งเสริมการคงอยู่ของพนักงานนวดเพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาในธุรกิจนวดไทย 3.เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารและการจัดการบริการนวดไทยเพื่อการอนุรักษ์ภูมิปัญญาด้านการนวดไทย 4.เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการเพื่อการยอมรับในภูมิปัญญาและอัตลักษณ์การนวดไทย 5.เพื่อหาแนวทางในการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดเชิงประสบการณ์และคุณภาพสัมพันธ์ของผู้ประกอบการธุรกิจนวดไทยให้ได้สืบทอดศาสตร์ที่เป็นความภูมิใจในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษให้เกิดความยั่งยืน |
นายภุชงค์ เมนะสินธุ์. (2563). การอนุรักษ์ภูมิปัญญาเพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนในธุรกิจนวดไทย. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. .
นายภุชงค์ เมนะสินธุ์. 2563. "การอนุรักษ์ภูมิปัญญาเพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนในธุรกิจนวดไทย". มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. .
นายภุชงค์ เมนะสินธุ์. "การอนุรักษ์ภูมิปัญญาเพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนในธุรกิจนวดไทย". มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, 2563. .
นายภุชงค์ เมนะสินธุ์. การอนุรักษ์ภูมิปัญญาเพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนในธุรกิจนวดไทย. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต; 2563. .