การเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติด้วยโดรนกู้ภัยและการพัฒนานวัตกรรมด้านความมั่นคงของประเทศ
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติด้วยโดรนกู้ภัยและการพัฒนานวัตกรรมด้านความมั่นคงของประเทศ" นี้มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมโดรนเพื่อสองวัตถุประสงค์หลัก คือ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและการเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงของประเทศ งานวิจัยนี้มีความสำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากผสานเทคโนโลยีโดรนเข้ากับระบบการจัดการความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ประเทศต่างๆทั่วโลกให้ความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน
จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการพัฒนาโดรนกู้ภัยสองประเภท คือแบบ Fixed-Wing และ Rotary-Wing โดรน Fixed-Wing เหมาะสำหรับการสำรวจพื้นที่กว้างๆ ในระยะไกล ด้วยระยะเวลาการบินและระยะทางบินที่มากกว่า ทำให้สามารถค้นหาผู้ประสบภัยในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่โดรน Rotary-Wing มีความคล่องตัวสูง เหมาะสำหรับการปฏิบัติการในพื้นที่จำกัด สามารถบรรทุกอุปกรณ์กู้ภัยได้หลากหลายและมีน้ำหนักมาก ความสามารถในการปล่อยอุปกรณ์กู้ภัย 12 ชิ้น โดยใช้เพียงวิทยุ 1 ช่องสัญญาณ ควบคุมด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ เป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจ ช่วยลดความซับซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การใช้กล้องถ่ายภาพความร้อนในทั้งสองแบบโดรนช่วยเพิ่มความสามารถในการค้นหาผู้ประสบภัยในสภาวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน หรือสภาพอากาศที่เลวร้าย
นอกจากนี้ งานวิจัยยังมุ่งพัฒนาระบบปล่อยอุปกรณ์จากโดรนกู้ภัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการส่งมอบอุปกรณ์ช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและแม่นยำ ระบบนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถควบคุมได้ง่าย ด้วยการใช้วิทยุเพียง 1 ช่องสัญญาณ ซึ่งสะดวกและลดความซับซ้อนในการใช้งาน และยังมีการพัฒนาโดรนสอดแนมที่มีรูปร่างเหมือนนก เพื่อเพิ่มความสามารถในการลาดตระเวนและสอดแนมโดยไม่เป็นที่สังเกต ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านความมั่นคง การใช้กล้องถ่ายภาพความร้อนในโดรนสอดแนมยังช่วยให้สามารถปฏิบัติการได้ในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ระยะทางการบินของโดรน Rotary-Wing ที่ค่อนข้างจำกัด อาจไม่เพียงพอสำหรับการค้นหาในพื้นที่กว้างขวาง การพัฒนาและทดสอบระบบในสภาพแวดล้อมจริงจะช่วยให้เห็นถึงข้อจำกัดและความท้าทายเพิ่มเติม เช่น สภาพอากาศที่รุนแรง สัญญาณรบกวน หรือปัญหาทางเทคนิคอื่นๆ การศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการใช้งานโดรนก็มีความสำคัญ ควรมีการวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อรับประกันการใช้งานอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้มีความคิดสร้างสรรค์และมีศักยภาพสูง การนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในการบริหารจัดการภัยพิบัติและการเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงของประเทศ เป็นแนวทางที่น่าสนใจและสอดคล้องกับความต้องการของสังคมในปัจจุบัน การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากงานวิจัยนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
-
อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ: งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการออกแบบ พัฒนา และทดสอบโดรน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักในอุตสาหกรรมนี้ องค์ความรู้และนวัตกรรมที่ได้สามารถนำไปใช้พัฒนาโดรนสำหรับการใช้งานอื่นๆ ได้อีกมากมาย
-
อุตสาหกรรมการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย: โดรนกู้ภัยที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในงานกู้ภัย การค้นหา และช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดเวลาในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน และช่วยชีวิตผู้คนได้มากขึ้น
-
อุตสาหกรรมความมั่นคงและกลาโหม: โดรนสอดแนมที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในการลาดตระเวน สอดแนม และเฝ้าระวัง ช่วยเพิ่มความสามารถในการรักษาความปลอดภัยและป้องกันประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร: การพัฒนาระบบควบคุมโดรนด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์และการใช้กล้องถ่ายภาพความร้อน เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร องค์ความรู้ที่ได้สามารถนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีอื่นๆ ได้อีกมากมาย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและสนใจในอาชีพต่อไปนี้:
-
วิศวกรเครื่องกล: เกี่ยวข้องกับการออกแบบและพัฒนาโครงสร้างของโดรน
-
วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์: เกี่ยวข้องกับการออกแบบและพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบควบคุมของโดรน
-
วิศวกรซอฟต์แวร์: เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมการบินและการทำงานของโดรน
-
นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล: สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องถ่ายภาพความร้อนและใช้ในการค้นหาผู้ประสบภัย
-
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย: สามารถนำโดรนไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง
-
เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง: สามารถนำโดรนสอดแนมไปใช้ในการปฏิบัติงานด้านความมั่นคง
| รหัสโครงการ : | 38170 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายศักดา จันทราศรี |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อใช้ระบบการจัดการความรู้ในการเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติด้วยโดรนกู้ภัยและพัฒนานวัตกรรมด้านความมั่นคงของประเทศ 2. เพื่อออกแบบและพัฒนาระบบปล่อยอุปกรณ์จากโดรนกู้ภัย ที่สามารถปล่อยอุปกรณ์กู้ภัย ได้รวม 12อุปกรณ์ โดยใช้วิทยุเพียง 1 ช่อง ควบคุมด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ 3. เพื่อออกแบบและพัฒนาโดรนกู้ภัย แบบ Fixed-Wing Wing ติดตั้งกล้องถ่ายภาพความร้อนและอุปกรณ์กู้ภัยได้รวม 3 อุปกรณ์ ทำเวลาการบินได้อย่างน้อย 40 นาที ระยะทางการบิน 10 กิโลเมตร 4. เพื่อออกแบบและพัฒนาโดรนกู้ภัย แบบ Rotary-Wing ติดตั้งกล้องถ่ายภาพความร้อนและอุปกรณ์กู้ภัยได้รวม 12 อุปกรณ์ ทำเวลาการบินได้อย่างน้อย 30 นาที ระยะทางการบิน 3 กิโลเมตร บรรทุกอุปกรณ์กู้ภัยได้น้ำหนักรวม 10 กิโลกรัม 5. เพื่อออกแบบและพัฒนาโดรนสอดแนมด้านความมั่นคงด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน ทำเวลาการบินได้อย่างน้อย 40 นาที ระยะทางการบิน 10 กิโลเมตร 6. เพื่อศึกษาผลการใช้ระบบการจัดการความรู้ในการเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติ ในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย |
นายศักดา จันทราศรี. (2563). การเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติด้วยโดรนกู้ภัยและการพัฒนานวัตกรรมด้านความมั่นคงของประเทศ. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. .
นายศักดา จันทราศรี. 2563. "การเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติด้วยโดรนกู้ภัยและการพัฒนานวัตกรรมด้านความมั่นคงของประเทศ". มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. .
นายศักดา จันทราศรี. "การเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติด้วยโดรนกู้ภัยและการพัฒนานวัตกรรมด้านความมั่นคงของประเทศ". มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, 2563. .
นายศักดา จันทราศรี. การเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติด้วยโดรนกู้ภัยและการพัฒนานวัตกรรมด้านความมั่นคงของประเทศ. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา; 2563. .