การพัฒนาและประเมินผลลัพธ์ของการฝึกทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย (แบบออนไลน์): โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็นๆ
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การพัฒนาและประเมินผลลัพธ์ของการฝึกทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย (แบบออนไลน์): โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็นๆ" นี้ เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมที่ครอบคลุมและมีระบบ การออกแบบวิจัยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลัก เริ่มจากการวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีการจัดการความโกรธในเด็กวัยปลายตามหลักพุทธศาสนา ขั้นที่สองคือการพัฒนาโปรแกรม "เด็กรุ่นใหม่ใจเย็นๆ" ซึ่งเน้นการออกแบบที่น่าสนใจและเหมาะสมกับวัยเด็กโดยใช้เทคโนโลยีออนไลน์ และขั้นตอนสุดท้ายเป็นการประเมินผลลัพธ์ทั้งทางคลินิก (วัดผลด้านพฤติกรรมก้าวร้าว ความเสี่ยงในการเกิดความโกรธ และการปฏิบัติตามหลักทางสายกลาง) และทางกระบวนการ (วัดความพึงพอใจของเด็ก ผู้ปกครอง และครู)
การวิเคราะห์สถานการณ์ในขั้นแรกใช้ทั้งวิธีการสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึก ทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุของความโกรธ ซึ่งงานวิจัยระบุ 8 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความโกรธ ความคิดที่ไม่ถูกต้อง การพูดที่ไม่เหมาะสม การประพฤติตัวไม่เหมาะสม การไม่ทำหน้าที่ ขาดความอดทน ขาดสติ และขาดสมาธิ จุดเด่นคือการเชื่อมโยงสาเหตุเหล่านี้กับหลักคิดทางพุทธศาสนา นำไปสู่การเสนอวิธีการป้องกันและจัดการความโกรธ เช่น การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง การฝึกฝนความคิด การพูด การกระทำ การมีความอดทน การมีสติ และการฝึกสมาธิ การระบุสาเหตุและแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนนี้ เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการพัฒนาโปรแกรม
ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมเน้นองค์ประกอบสำคัญ 8 ประเด็น สอดคล้องกับสาเหตุและวิธีการจัดการความโกรธที่วิเคราะห์ได้ พร้อมกับกลยุทธ์การออกแบบ 10 ประการ เพื่อให้โปรแกรมน่าสนใจ เข้าใจง่าย และใช้งานได้จริง เช่น การใช้สื่อที่หลากหลาย การออกแบบที่น่าสนใจ การส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ และการมีผู้อำนวยความสะดวก การนำเทคโนโลยีมาใช้ การเน้นการปฏิบัติจริง และการเรียนรู้แบบเป็นขั้นตอน สะท้อนถึงความเข้าใจในความต้องการและลักษณะการเรียนรู้ของเด็กวัยนี้ การออกแบบโปรแกรมแบบออนไลน์ทำให้เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบาย
การประเมินผลลัพธ์ใช้กลุ่มตัวอย่างนักเรียนจำนวนมาก (250 คน) และมีการวัดผลแบบ 1 กลุ่ม วัดก่อนหลังและวัดซ้ำ เพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการวิจัย ผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโปรแกรม โดยพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง ความเสี่ยงในการเกิดความโกรธ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และการรับรู้การปฏิบัติตามหลักทางสายกลางเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังได้รับการยอมรับจากเด็ก ผู้ปกครอง และครู ซึ่งบ่งชี้ถึงความพึงพอใจและประโยชน์ของโปรแกรม อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดบางประการของโปรแกรม เช่น ความเสถียรของระบบ ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรได้รับการพัฒนาต่อไป และข้อเสนอแนะในการขยายผลสู่ระดับนโยบายและการบูรณาการเข้ากับระบบการศึกษา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด การวิจัยนี้จึงไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาโปรแกรมเท่านั้น แต่ยังให้ข้อมูลเชิงลึกและแนวทางการปรับปรุง รวมถึงการขยายผลในวงกว้างอีกด้วย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านการศึกษา เทคโนโลยี และสุขภาพจิต เหตุผลประกอบด้วย:
- อุตสาหกรรมการศึกษา: โปรแกรม "เด็กรุ่นใหม่ใจเย็นๆ" สามารถนำไปใช้เป็นนวัตกรรมการเรียนการสอน ช่วยพัฒนาเด็กด้านการจัดการอารมณ์ ส่งเสริมสุขภาพจิต และลดปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวในโรงเรียน สามารถนำไปพัฒนาเป็นหลักสูตร หรือใช้ประกอบการเรียนการสอนในโรงเรียนได้
- อุตสาหกรรมเทคโนโลยี: เนื่องจากโปรแกรมเป็นแบบออนไลน์ จึงเกี่ยวข้องกับการพัฒนาแอปพลิเคชัน ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีการศึกษา การพัฒนาต่อยอดโปรแกรมเพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน การปรับปรุงระบบให้เสถียร และการพัฒนาเนื้อหาใหม่ๆ สามารถเป็นโอกาสทางธุรกิจได้
- อุตสาหกรรมสุขภาพจิต: โปรแกรมนี้ช่วยพัฒนาทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันปัญหาสุขภาพจิต สามารถนำไปใช้ในโรงพยาบาล ศูนย์สุขภาพจิต หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพจิตเด็กได้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับหลายอาชีพ เช่น:
- ครู: ครูสามารถนำโปรแกรมไปใช้ในการเรียนการสอน เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ประสบปัญหาการจัดการความโกรธ
- นักจิตวิทยา: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวิเคราะห์ ประเมิน และรักษาเด็กที่มีปัญหาการจัดการความโกรธ หรือพัฒนาโปรแกรมการบำบัดที่เกี่ยวข้อง
- นักพัฒนาซอฟต์แวร์/แอปพลิเคชัน: สามารถพัฒนาและปรับปรุงโปรแกรมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- นักวิจัย: สามารถใช้ผลการวิจัยเพื่อศึกษาต่อยอด เช่น การศึกษาผลลัพธ์ระยะยาว หรือการนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่แตกต่างกัน
- ผู้ปกครอง: สามารถนำความรู้และเทคนิคจากงานวิจัยไปปรับใช้ในการเลี้ยงดูบุตรหลาน และช่วยเหลือในการจัดการอารมณ์ของบุตรหลานได้
| รหัสโครงการ : | 117035 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร. หรรษา เศรษฐบุปผา |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | วัตถุประสงค์ทั่วไป เพื่อพัฒนาและประเมินผลลัพธ์ของการฝึกทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย (แบบออนไลน์): โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็น ๆ วัตถุประสงค์เฉพาะ 1. การศึกษาสาเหตุของการเกิดความโกรธและวิธีการป้องกันความโกรธตามหลักคิดทางพุทธศาสนา2. เพื่อพัฒนานวัตกรรมต้นแบบโปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็น ๆ: การฝึกทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย (แบบออนไลน์)3. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลลัพธ์ทางคลินิกจากการดำเนินการตามโปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็น ๆ 1 เดือน และ 3 เดือน ได้แก่ พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ความเสี่ยงในการเกิดความโกรธ และการปฏิบัติตัวตามหลักทางสายกลาง4. เพื่อศึกษาผลลัพธ์ทางกระบวนการจากการดำเนินการตามโปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็น ๆ หลังได้รับโปรแกรม ได้แก่ ความพึงพอใจของเด็กที่ได้รับโปรแกรม ผู้ปกครอง และความคิดเห็นของครูในการนำโปรแกรมไปใช้ |
ดร. หรรษา เศรษฐบุปผา. (2564). การพัฒนาและประเมินผลลัพธ์ของการฝึกทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย (แบบออนไลน์): โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็นๆ. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.
ดร. หรรษา เศรษฐบุปผา. 2564. "การพัฒนาและประเมินผลลัพธ์ของการฝึกทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย (แบบออนไลน์): โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็นๆ". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.
ดร. หรรษา เศรษฐบุปผา. "การพัฒนาและประเมินผลลัพธ์ของการฝึกทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย (แบบออนไลน์): โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็นๆ". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2564. เชียงใหม่.
ดร. หรรษา เศรษฐบุปผา. การพัฒนาและประเมินผลลัพธ์ของการฝึกทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย (แบบออนไลน์): โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็นๆ. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2564. เชียงใหม่.