กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ

การพัฒนาแก๊สเซนเซอร์บนพื้นฐานของนาโนคาร์บอนเจืออนุภาคนาโนโลหะออกไซด์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านการวินิจฉัยโรค

... 13 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาแก๊สเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูงสำหรับการวินิจฉัยโรคโดยอาศัยการวิเคราะห์ลมหายใจ หลักการทำงานอาศัยการตรวจจับสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ในลมหายใจซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ของโรคต่างๆ ความแปลกใหม่ของงานวิจัยนี้อยู่ที่การใช้โครงสร้างไฮบริดของนาโนคาร์บอน (เช่น กราฟีน, CNTs) ที่เจือด้วยอนุภาคนาโนโลหะออกไซด์ (TiO2, WO3, CuO2, ZnO) การเลือกใช้วัสดุเหล่านี้เป็นเพราะสมบัติทางไฟฟ้าและเคมีที่เหมาะสมสำหรับการตรวจจับแก๊ส โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้กราฟีนที่สังเคราะห์จาก CO2 ด้วยวิธี CVD และการตกแต่งด้วยอนุภาคนาโนโลหะออกไซด์ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของเซนเซอร์

กระบวนการสังเคราะห์กราฟีนจาก CO2 ด้วยวิธี CVD และการปรับแต่งคุณสมบัติด้วยการบำบัดด้วยพลาสมาไฮโดรเจน เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เนื่องจากการควบคุมจำนวนชั้นของกราฟีน และคุณสมบัติทางโครงสร้าง ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการตรวจจับแก๊ส การใช้เทคนิคการจุดประกายไฟ (sparking) ในการตกแต่ง ZnO QDs บน CNTs ก็เป็นอีกเทคนิคที่น่าสนใจ เนื่องจากสามารถควบคุมขนาดและการกระจายตัวของอนุภาคนาโนได้ การวิเคราะห์ด้วยเทคนิค FE-SEM, TEM และ XPS ช่วยยืนยันคุณภาพและโครงสร้างของวัสดุที่สังเคราะห์ได้

ผลการทดลองแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตรวจจับเมทานอลของเซนเซอร์ ZnO QDs-CNTs ที่มีความไวสูงและมีความจำเพาะสูง กลไกการตรวจจับอธิบายโดยกระบวนการปฏิกิริยาที่รอยต่อของ CNTs-ZnO QDs (p-n) heterojunctions และผลกระทบจากขนาดควอนตัม การสังเคราะห์ Ti3C2Tx/graphene/CuO/ZnO ด้วยวิธี hydrothermal และการประยุกต์ใช้เป็นเซนเซอร์ตรวจจับ NH3 แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของวัสดุและความสามารถในการตรวจจับแก๊สชนิดต่างๆ การได้ค่าขีดจำกัดการตรวจจับต่ำที่ 4.1 ppm แสดงถึงความไวสูงของเซนเซอร์ และการเลือกตอบสนองสูงต่อ NH3 เมื่อเทียบกับ VOCs ชนิดอื่นๆ ยืนยันประสิทธิภาพของเซนเซอร์ที่พัฒนาขึ้น

งานวิจัยนี้มีความสมบูรณ์ ครอบคลุมตั้งแต่การสังเคราะห์วัสดุ การวิเคราะห์สมบัติ การประดิษฐ์เซนเซอร์ การทดสอบประสิทธิภาพ และการอธิบายกลไกการทำงาน เป้าหมายในการตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารระดับ Q1 แสดงถึงมาตรฐานและคุณภาพของงานวิจัย โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้มีศักยภาพสูงในการนำไปประยุกต์ใช้ในการวินิจฉัยโรคเบื้องต้น และเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจวัดแก๊สที่มีประสิทธิภาพสูงต่อไป การศึกษาเพิ่มเติมอาจมุ่งเน้นไปที่การทดสอบกับตัวอย่างลมหายใจจริง การพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบ และการปรับปรุงประสิทธิภาพของเซนเซอร์เพื่อให้มีความไว ความจำเพาะ และความเสถียรที่สูงขึ้น รวมถึงการศึกษาผลกระทบระยะยาวและความทนทานของเซนเซอร์ เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมเซนเซอร์ และอุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม

อุตสาหกรรมการแพทย์: แก๊สเซนเซอร์ที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในการวินิจฉัยโรคเบื้องต้น โดยการวิเคราะห์ลมหายใจ ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่รุกราน รวดเร็ว และสะดวก การพัฒนาเซนเซอร์ที่มีความไวสูง มีความจำเพาะสูง และมีขนาดเล็ก จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค ลดระยะเวลาในการรอผลตรวจ และช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว

อุตสาหกรรมเซนเซอร์: งานวิจัยนี้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแก๊สเซนเซอร์ชนิดใหม่ ที่มีประสิทธิภาพสูง และสามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิห้อง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาเซนเซอร์สำหรับการตรวจจับแก๊สชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการแพทย์ ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม: แก๊สเซนเซอร์ที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในการตรวจวัดมลพิษทางอากาศ เช่น การตรวจจับก๊าซมีเทน แอมโมเนีย หรือสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายอื่นๆ ซึ่งเป็นสารมลพิษที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเซนเซอร์ที่มีความไวสูง มีความจำเพาะสูง และมีราคาถูก จะช่วยให้สามารถตรวจวัดมลพิษทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยในการควบคุมคุณภาพอากาศ

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะสมกับบุคลากรในหลายอาชีพ อาทิ นักวิจัย วิศวกร และแพทย์

นักวิจัย: งานวิจัยนี้เปิดโอกาสให้นักวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ นาโนเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์เซนเซอร์ ได้พัฒนาและต่อยอดงานวิจัย สามารถทำการวิจัยเกี่ยวกับวัสดุใหม่ๆ วิธีการสังเคราะห์ใหม่ๆ และกลไกการทำงานของเซนเซอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเซนเซอร์

วิศวกร: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาและออกแบบอุปกรณ์ตรวจจับแก๊ส วิศวกรสามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปออกแบบวงจร เลือกใช้อุปกรณ์ และพัฒนาต้นแบบของอุปกรณ์ตรวจจับแก๊ส เพื่อใช้งานในด้านต่างๆ

แพทย์: แพทย์สามารถนำแก๊สเซนเซอร์ที่พัฒนาขึ้นมาใช้ในการวินิจฉัยโรคเบื้องต้น โดยการวิเคราะห์ลมหายใจของผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568
การพัฒนาแก๊สเซนเซอร์บนพื้นฐานของนาโนคาร์บอนเจืออนุภาคนาโนโลหะออกไซด์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านการวินิจฉัยโรค
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 125065
หัวหน้าโครงการ : ผศ.ดร. ยศศรายุทธ สีแก้ว
ปีงบประมาณ : 2564
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : To synthesize and prepare hybrid metal oxides /nanocarbon structures by doping of metal oxides such as TiO2, WO3, CuO2 and ZnO. To characterize the physical, chemical and electrical properties of metal oxide doped nanocarbon by various techniques. To fabricate gas sensors based on the synthesized metal oxides doped nanocarbon for detection of VOCs and environmental gases including acetone, toluene, ammonia, alcohol, NO and H2S at room temperature To obtain theoretical and practical knowledge about synthesis and sensing mechanisms of metal oxide nanoparticles doped nanocarbon. To produce gas sensor prototypes based on metal oxide doped nanocarbon for breath analysis in disease diagnosis applications. To achieve international publications with classified in quartile 1 (Q1) in related fields at least 2 papers in 2 years.

ผศ.ดร. ยศศรายุทธ สีแก้ว. (2564). การพัฒนาแก๊สเซนเซอร์บนพื้นฐานของนาโนคาร์บอนเจืออนุภาคนาโนโลหะออกไซด์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านการวินิจฉัยโรค. มหาวิทยาลัยรามคำแหง. .

ผศ.ดร. ยศศรายุทธ สีแก้ว. 2564. "การพัฒนาแก๊สเซนเซอร์บนพื้นฐานของนาโนคาร์บอนเจืออนุภาคนาโนโลหะออกไซด์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านการวินิจฉัยโรค". มหาวิทยาลัยรามคำแหง. .

ผศ.ดร. ยศศรายุทธ สีแก้ว. "การพัฒนาแก๊สเซนเซอร์บนพื้นฐานของนาโนคาร์บอนเจืออนุภาคนาโนโลหะออกไซด์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านการวินิจฉัยโรค". มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2564. .

ผศ.ดร. ยศศรายุทธ สีแก้ว. การพัฒนาแก๊สเซนเซอร์บนพื้นฐานของนาโนคาร์บอนเจืออนุภาคนาโนโลหะออกไซด์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านการวินิจฉัยโรค. มหาวิทยาลัยรามคำแหง; 2564. .

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา

รายการที่เกี่ยวข้อง