การจัดการความรู้และขยายผลงานวิจัยท้องถิ่นพื้นที่เทศบาลตำบลตลาดแคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การจัดการความรู้และขยายผลงานวิจัยท้องถิ่นพื้นที่เทศบาลตำบลตลาดแคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน" มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำในสามพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ เทศบาลตำบลตลาดแค, ตำบลสำโรง และตำบลลำนางแก้ว งานวิจัยนี้มีจุดเด่นในการบูรณาการความรู้หลายด้านเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน, การปลูกพืชผักปลอดภัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างความรู้ใหม่ทั้งในรูปแบบความรู้ชัดแจ้ง (Explicit knowledge) และความรู้ฝังลึก (Tacit knowledge) ให้กับคนในชุมชน
การเลือกใช้เครื่องมือวิจัยที่หลากหลาย เช่น การสัมภาษณ์, การสนทนากลุ่ม, การสังเกตแบบมีส่วนร่วม และแบบบันทึกการติดตามกิจกรรม แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและครอบคลุม การตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้าและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและอุปนัย ยืนยันถึงความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของผลการวิจัย การที่ผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงการลดจำนวนครัวเรือนยากจนลงถึงร้อยละ 21 ถือเป็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการจัดการความรู้และการขยายผลงานวิจัยในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณา เช่น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยอาจไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มในชุมชน อาจทำให้ผลการวิจัยมีความทั่วถึงไม่มากนัก นอกจากนี้ ระยะเวลาการติดตามผลหลังจากการดำเนินโครงการอาจยังไม่เพียงพอที่จะประเมินผลกระทบในระยะยาวได้อย่างสมบูรณ์ การขยายผลงานวิจัยไปสู่พื้นที่อื่นๆ อาจมีความท้าทาย เนื่องจากสภาพแวดล้อมและบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่อาจมีความแตกต่างกัน การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และวิธีการให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่จึงเป็นสิ่งสำคัญ
ถึงแม้จะมีข้อจำกัดบางประการ งานวิจัยชิ้นนี้ก็ถือว่าเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า เนื่องจากได้นำเสนอแนวทางการจัดการความรู้และการขยายผลงานวิจัยที่เป็นรูปธรรม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชนอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนที่มีความต้องการพัฒนาเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำ การเน้นการสร้างความรู้ทั้งในรูปแบบชัดแจ้งและฝังลึก ทำให้ความรู้ที่ได้รับสามารถถ่ายทอดและนำไปใช้ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน การวิเคราะห์เชิงลึกและการใช้เครื่องมือวิจัยที่หลากหลาย ช่วยให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ในการวางแผนและกำหนดนโยบายเพื่อการพัฒนาชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การติดตามผลการลดความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมด้วยตัวเลขที่ชัดเจน ช่วยยืนยันถึงความสำเร็จของโครงการและเป็นแรงบันดาลใจให้กับการดำเนินงานในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรกรรม, อุตสาหกรรมอาหาร, และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวชุมชน
เหตุผล:
อุตสาหกรรมเกษตรกรรม: งานวิจัยเน้นการปลูกพืชผักปลอดภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตรกรรม องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาเทคนิคการปลูกพืชให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มผลผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร นอกจากนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจากสินค้าเกษตร เช่น ข้าวหอมมะลิดำและพริกแกง ก็เป็นการสนับสนุนให้เกิดการต่อยอดทางด้านอุตสาหกรรมเกษตรกรรมได้อีกด้วย
อุตสาหกรรมอาหาร: ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้จากการวิจัยสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์จากข้าวหอมมะลิดำ พริกแกง และผักปลอดภัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร สร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชน และขยายตลาดสินค้าเกษตรได้อย่างกว้างขวาง
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวชุมชน: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและการปลูกพืชผักปลอดภัย สามารถเป็นจุดขายสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว การจัดทัวร์เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตชุมชน การปลูกพืช และกระบวนการผลิตสินค้าชุมชน จะสร้างรายได้ให้กับชุมชนและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับเกษตรกร, ผู้ประกอบการ SMEs, นักวิจัย, เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาชุมชน
เหตุผล:
เกษตรกร: สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชผักปลอดภัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตรไปปรับใช้ในการเพิ่มผลผลิตและรายได้ของตนเองได้
ผู้ประกอบการ SMEs: สามารถนำองค์ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน การสร้างแบรนด์ และการตลาด ไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจของตนเองได้ ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
นักวิจัย: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้เป็นฐานข้อมูลในการทำวิจัยต่อยอด ช่วยขยายผลงานวิจัยและพัฒนาแนวทางการพัฒนาชุมชนที่เหมาะสมได้
เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวางแผนและกำหนดนโยบายเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่รับผิดชอบ
ผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาชุมชน: สามารถนำแนวทางการจัดการความรู้และการขยายผลงานวิจัยไปปรับใช้ในการพัฒนาชุมชนอื่นๆ ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
| รหัสโครงการ : | 124032 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร. ภาสกร บัวศรี |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อจัดการความรู้และขยายผลองค์ความรู้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนเข้าสู่นโยบายท้องถิ่นเทศบาลตำบลตลาดแค อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา2. เพื่อจัดการความรู้และขยายผลองค์ความรู้การปลูกพืชผักปลอดภัยสู่พื้นที่ตำบลสำโรง อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา3. เพื่อจัดการความรู้และขยายผลองค์ความรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่พื้นที่ตำบลลำนางแก้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา4. เพื่อจัดการความรู้และขยายผลงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นพื้นที่เทศบาลตำบลตลาดแคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจ |
ดร. ภาสกร บัวศรี. (2564). การจัดการความรู้และขยายผลงานวิจัยท้องถิ่นพื้นที่เทศบาลตำบลตลาดแคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. นครราชสีมา.
ดร. ภาสกร บัวศรี. 2564. "การจัดการความรู้และขยายผลงานวิจัยท้องถิ่นพื้นที่เทศบาลตำบลตลาดแคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน". มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. นครราชสีมา.
ดร. ภาสกร บัวศรี. "การจัดการความรู้และขยายผลงานวิจัยท้องถิ่นพื้นที่เทศบาลตำบลตลาดแคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน". มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 2564. นครราชสีมา.
ดร. ภาสกร บัวศรี. การจัดการความรู้และขยายผลงานวิจัยท้องถิ่นพื้นที่เทศบาลตำบลตลาดแคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา; 2564. นครราชสีมา.