การจัดการความรู้หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “การจัดการความรู้หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม” เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการพัฒนาและทดลองใช้หลักสูตรกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยอาศัยการมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้นจากสามฝ่ายหลัก คือ ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การนำแนวคิด “การมีส่วนร่วมแบบสามเส้า” มาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นแนวทางที่เน้นการบูรณาการทรัพยากรและความรู้จากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก การเลือกจังหวัดมหาสารคามเป็นพื้นที่ศึกษาช่วยให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะพื้นที่ สะท้อนบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่มีผลต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย การใช้แบบสำรวจ แบบประเมิน และการสัมภาษณ์ เป็นเครื่องมือที่หลากหลาย ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาเช่น ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ช่วยให้สามารถสรุปผลได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย
ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นเตรียมการ ขั้นปฏิบัติการ ขั้นติดตามประเมินผล และขั้นสรุปผล แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและเป็นระบบ การนำเสนอผลการวิจัยที่เน้นการมีส่วนร่วมของทั้งสามภาคส่วน ในการวางแผน ปฏิบัติ และประเมินผล สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการบูรณาการความร่วมมือ การเน้นการสื่อสาร การระดมทรัพยากร การเป็นอาสาสมัคร และการร่วมตัดสินใจ ล้วนเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืน ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมแบบสามเส้า ส่งผลให้เด็กปฐมวัยได้รับการส่งเสริมพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การเลือกศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพียง 1 แห่งต่ออำเภอ อาจทำให้ตัวอย่างไม่สามารถเป็นตัวแทนของภาพรวมของจังหวัดมหาสารคามได้อย่างสมบูรณ์ การศึกษาในระยะเวลาจำกัด อาจทำให้ไม่สามารถติดตามผลระยะยาวได้อย่างเพียงพอ การขยายผลงานวิจัยไปสู่พื้นที่อื่นๆ จึงควรคำนึงถึงบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้สามารถปรับใช้หลักสูตรและกิจกรรมให้เหมาะสม การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัย เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรม หรือสภาพแวดล้อมภายในครอบครัว ก็จะเป็นการเสริมสร้างความสมบูรณ์ของงานวิจัย การนำเสนอผลการวิจัยในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง จะช่วยให้ผลงานวิจัยนี้สามารถส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับ อุตสาหกรรมการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการศึกษาปฐมวัย และ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก เช่น อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก อุตสาหกรรมการฝึกอบรมครู และบุคลากรทางการศึกษา เพราะงานวิจัยนี้ได้พัฒนาต้นแบบหลักสูตรและกิจกรรมที่สามารถนำไปปรับใช้และต่อยอดได้ ช่วยสร้างมาตรฐานการพัฒนาเด็กปฐมวัย ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของเด็กและผู้ปกครองได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมสำหรับผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กปฐมวัย เช่น ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรในชุมชน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก รวมถึงเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวิจัยและพัฒนาต่อไปในอนาคต
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย เช่น ครูผู้สอนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สามารถนำผลการวิจัยไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมต่างๆ นักวิชาการด้านการศึกษาปฐมวัย สามารถนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการวิจัยและพัฒนาหลักสูตร นักพัฒนาหลักสูตร สามารถนำไปสร้างสรรค์หลักสูตรและกิจกรรมใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย ผู้ปกครอง สามารถนำไปปรับใช้ในการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการของบุตรหลาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามารถนำไปใช้ในการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการเด็กในชุมชน นักสังคมสงเคราะห์ สามารถใช้เป็นแนวทางในการทำงานกับครอบครัวและชุมชน นักวิจัย สามารถนำไปเป็นฐานข้อมูลในการวิจัยเพิ่มเติม และ ผู้บริหารสถานศึกษา สามารถใช้ในการวางแผนการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
| รหัสโครงการ : | 155763 |
| หัวหน้าโครงการ : | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่งลาวัลย์ ละอำคา |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | วัตถุประสงค์ 1 เพื่อพัฒนากิจกรรมต้นแบบสำหรับการจัดการความรู้ เรื่อง หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม 2 เพื่อจัดทำหลักสูตรกิจกรรมการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม 3 เพื่อทดลองและประเมินหลักสูตรกิจกรรมต้นแบบกับกลุ่มเป้าหมาย |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่งลาวัลย์ ละอำคา. (2564). การจัดการความรู้หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. มหาสารคาม.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่งลาวัลย์ ละอำคา. 2564. "การจัดการความรู้หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม". มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. มหาสารคาม.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่งลาวัลย์ ละอำคา. "การจัดการความรู้หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม". มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 2564. มหาสารคาม.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่งลาวัลย์ ละอำคา. การจัดการความรู้หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม; 2564. มหาสารคาม.