กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์

การศึกษาบริบทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะในสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนนำร่องการศึกษาฐานสมรรถนะ

... 15 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยนี้ศึกษาบริบทและแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะในโรงเรียนนำร่อง 23 แห่ง โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (mixed methods) จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการนำเสนอภาพที่ครอบคลุมทั้งด้านบริบทและแนวทางปฏิบัติ งานวิจัยไม่ได้หยุดอยู่แค่การระบุปัญหา แต่พยายามหาคำตอบว่าจะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร การศึกษาครอบคลุมหลายมิติ ตั้งแต่การวิเคราะห์ความพร้อมของครู ผู้บริหาร นักเรียน และผู้ปกครอง ไปจนถึงการเสนอแนวทางการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละโรงเรียน

ในด้านบริบท งานวิจัยพบว่าครูส่วนใหญ่มีความพร้อมในเรื่องทักษะการสอนและการประเมินผล แต่ขาดประสบการณ์ด้านการบริหารและนโยบาย นี่เป็นปัญหาสำคัญ เพราะการเปลี่ยนแปลงสู่การศึกษาฐานสมรรถนะต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย ปัญหาอื่นๆ ที่งานวิจัยระบุ ได้แก่ ความคาดหวังที่สูงเกินไปของผู้ปกครอง (เน้นความสำเร็จในการเข้ามหาวิทยาลัย), โครงสร้างการบริหารโรงเรียนที่ยังคงเป็นแบบรวมศูนย์, ขนาดโรงเรียนและจำนวนนักเรียนที่มาก, และการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการนำการศึกษาฐานสมรรถนะไปใช้จริงในโรงเรียนไทย

ในด้านแนวทางการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะ งานวิจัยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการ “ข้ามขอบ” หรือการก้าวข้ามกระบวนทัศน์ แนวคิด และแนวทางการจัดการศึกษาแบบเดิมๆ การยอมรับความหลากหลายของผู้เรียน การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และการเชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน เป็นองค์ประกอบสำคัญ นี่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการทำงานอย่างลึกซึ้ง การศึกษาไม่ควรจำกัดอยู่แค่ภายในห้องเรียน แต่ควรขยายออกไปสู่โลกภายนอกเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น ขนาดตัวอย่างที่อาจไม่เพียงพอที่จะสรุปผลได้อย่างทั่วไป และการศึกษาเน้นที่โรงเรียนนำร่อง อาจทำให้ผลการวิจัยไม่สามารถนำไปใช้กับโรงเรียนอื่นๆ ได้โดยตรง นอกจากนี้ การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับกลไกการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เช่น การสร้างแรงจูงใจให้ครูและผู้บริหารมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากงานวิจัยนี้มีประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนและพัฒนาการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะในประเทศไทย การศึกษาให้ความสำคัญกับบริบทเฉพาะของโรงเรียน และเน้นการสร้างแนวทางที่สอดคล้องกับความเป็นจริง เป็นแนวทางที่ถูกต้องและจำเป็นต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการศึกษาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้พัฒนาหลักสูตร สถาบันฝึกอบรมครู และบริษัทที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีการศึกษา เหตุผลคือ งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความท้าทายและแนวทางการนำการศึกษาฐานสมรรถนะไปใช้จริง ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรมครู การออกแบบเครื่องมือวัดผล และการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียนและผู้เรียนในประเทศไทย นอกจากนี้ งานวิจัยยังสามารถนำไปใช้ในการวางแผนกลยุทธ์และนโยบายการศึกษาของหน่วยงานภาครัฐ และช่วยในการประเมินผลการดำเนินงานของโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาฐานสมรรถนะได้

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการศึกษาหลายอาชีพ ได้แก่ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา นักวิจัยทางการศึกษา นักพัฒนาหลักสูตร และผู้กำหนดนโยบายทางการศึกษา ครูสามารถนำข้อมูลจากงานวิจัยไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอน ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลไปวางแผนการพัฒนาโรงเรียน นักวิจัยสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิจัยเชิงลึกต่อไป นักพัฒนาหลักสูตรสามารถใช้ข้อมูลในการออกแบบหลักสูตรที่สอดคล้องกับการศึกษาฐานสมรรถนะ และผู้กำหนดนโยบายสามารถใช้ข้อมูลในการพัฒนานโยบายการศึกษาที่ส่งเสริมการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568
การศึกษาบริบทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะในสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนนำร่องการศึกษาฐานสมรรถนะ
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 133694
หัวหน้าโครงการ : นางสาวฐิติกาญจน์ อัศตรกุล
ปีงบประมาณ : 2564
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อศึกษาวิจัยแนวทางที่มีประสิทธิผลในการพัฒนาศักยภาพครูและผู้บริหารในการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะ2) เพื่อศึกษากระบวนการที่มีประสิทธิผลในการพัฒนาการศึกษาฐานสมรรถนะเพื่อปรับใช้ภายในโรงเรียนที่มีบริบทแตกต่างกัน3) เพื่อศึกษาผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับครู ผู้เรียน และผู้เกี่ยวข้องเมื่อได้ทดลองปรับใช้การศึกษาฐานสมรรถนะ

นางสาวฐิติกาญจน์ อัศตรกุล. (2564). การศึกษาบริบทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะในสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนนำร่องการศึกษาฐานสมรรถนะ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ตรัง, ตราด, นครปฐม, นครสวรรค์, นนทบุรี, ศรีสะเกษ, สงขลา, สตูล, สุพรรณบุรี, หนองบัวลำภู, อุดรธานี.

นางสาวฐิติกาญจน์ อัศตรกุล. 2564. "การศึกษาบริบทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะในสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนนำร่องการศึกษาฐานสมรรถนะ". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ตรัง, ตราด, นครปฐม, นครสวรรค์, นนทบุรี, ศรีสะเกษ, สงขลา, สตูล, สุพรรณบุรี, หนองบัวลำภู, อุดรธานี.

นางสาวฐิติกาญจน์ อัศตรกุล. "การศึกษาบริบทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะในสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนนำร่องการศึกษาฐานสมรรถนะ". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2564. กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ตรัง, ตราด, นครปฐม, นครสวรรค์, นนทบุรี, ศรีสะเกษ, สงขลา, สตูล, สุพรรณบุรี, หนองบัวลำภู, อุดรธานี.

นางสาวฐิติกาญจน์ อัศตรกุล. การศึกษาบริบทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะในสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนนำร่องการศึกษาฐานสมรรถนะ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2564. กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ตรัง, ตราด, นครปฐม, นครสวรรค์, นนทบุรี, ศรีสะเกษ, สงขลา, สตูล, สุพรรณบุรี, หนองบัวลำภู, อุดรธานี.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา