อากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเลแบบที่ 2 Marcus-B
บทวิเคราะห์งานวิจัย
โครงการวิจัยและพัฒนา MARCUS-B มุ่งเน้นการสร้างอากาศยานไร้คนขับ (UAV) แบบปีกนิ่งขึ้น-ลงทางดิ่ง (VTOL Fixed Wing) สำหรับภารกิจลาดตระเวนทางทะเล โดยมีจุดเด่นสำคัญคือการผสมผสานข้อดีของ UAV ปีกนิ่ง (ระยะบินไกล ความเร็วสูง บรรทุกน้ำหนักได้มาก) กับความสามารถในการขึ้นลงทางดิ่ง (VTOL) ซึ่งช่วยให้สามารถปฏิบัติการในพื้นที่จำกัดเช่นชายฝั่ง เกาะ หรือดาดฟ้าเรือได้ ความสามารถในการบินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ชั่วโมงด้วยน้ำหนักขึ้นบินไม่ต่ำกว่า 22 กิโลกรัม แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการออกแบบให้มีสมรรถนะสูงและเหมาะสมกับการใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมทางทะเล
การเลือกใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบ Dry Carbon สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้าง UAV ที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทาน พร้อมทั้งสามารถถอดประกอบได้ง่ายเพื่อความสะดวกในการขนส่งและเตรียมการบินอย่างรวดเร็ว นี่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนการบำรุงรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน การปรับปรุงระบบ TBACCS (Tactical Based Aerial Command and Control System) เพื่อเพิ่มความเหมาะสมในการใช้งานก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความต้องการของผู้ใช้งานจริง
บทคัดย่อชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของกองทัพเรือไทยในการพัฒนา UAV เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของภูมิศาสตร์ทางทะเลที่กว้างขวางและมีพื้นที่ทับซ้อนกับประเทศเพื่อนบ้าน การพึ่งพาการจัดหายุทโธปกรณ์จากต่างประเทศมีความเสี่ยงสูงในด้านต้นทุนและการบำรุงรักษา ดังนั้นการพัฒนาเทคโนโลยีนี้เองจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและยั่งยืน โครงการ MARCUS-B จึงไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนา UAV เท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงของประเทศไทยอีกด้วย
กระบวนการวิจัยและพัฒนาเน้นการสร้างต้นแบบและทดสอบอย่างครอบคลุม เริ่มจากการทดสอบในสภาพแวดล้อมจำลองก่อน จึงค่อยๆ เพิ่มความซับซ้อนของการทดสอบจนถึงการทดสอบในทะเลจริง การคำนึงถึงวิธีการเก็บกู้ UAV ในกรณีเกิดอุบัติเหตุตกทะเล แสดงถึงความรอบคอบและความเข้าใจในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งการพัฒนาระบบควบคุมสั่งการทางยุทธวิธี (Tactical-Based) เพื่อให้มั่นใจว่า UAV สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
โดยสรุป งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ การผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบวิศวกรรม การผลิต และระบบควบคุม เพื่อสร้าง UAV ที่มีสมรรถนะสูง พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของกองทัพเรือไทย และอาจนำไปประยุกต์ใช้ในภารกิจพลเรือนได้ในอนาคต โครงการนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและพัฒนาประเทศ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมการทหารและการบินเป็นอย่างยิ่ง เหตุผลหลักมาจากการที่ UAV MARCUS-B ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกองทัพเรือโดยตรง อุตสาหกรรมการทหารต้องการเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเชื่อถือได้เพื่อการรักษาความมั่นคง และ MARCUS-B ตอบโจทย์นี้ได้อย่างดีเยี่ยมด้วยสมรรถนะที่สูง ความสามารถในการบินต่อเนื่อง และความสามารถในการปฏิบัติการในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการสำรวจ การตรวจสอบท่อส่งน้ำมันและก๊าซ การเกษตร และการขนส่งสินค้าขนาดเล็กได้ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ที่มีความยากลำบากในการเข้าถึง
อุตสาหกรรมการบินเองก็จะได้ประโยชน์จากงานวิจัยนี้ โดยเฉพาะด้านการออกแบบและผลิต UAV การพัฒนาเทคโนโลยี VTOL และการพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุม องค์ความรู้เหล่านี้สามารถนำไปใช้พัฒนา UAV ประเภทอื่นๆ เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพทางอากาศ การตรวจสอบโครงสร้าง หรือการขนส่งสินค้า
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะสมกับผู้เชี่ยวชาญในหลายอาชีพ เช่น วิศวกรเครื่องกล วิศวกรไฟฟ้า วิศวกรอากาศยาน นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมระบบ วิศวกรเครื่องกลจะมีบทบาทสำคัญในด้านการออกแบบและการผลิตโครงสร้างอากาศยาน โดยเน้นการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทาน วิศวกรไฟฟ้าจะรับผิดชอบในด้านการออกแบบและพัฒนา ระบบไฟฟ้าและระบบควบคุม รวมทั้งระบบการสื่อสาร วิศวกรอากาศยานจะมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบอากาศพลศาสตร์และการควบคุมการบิน นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลสามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์และระบบต่างๆ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของ UAV และผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมระบบจะรับผิดชอบในด้านการพัฒนาระบบควบคุมสั่งการและระบบนำทาง
นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเหมาะสำหรับนักวิจัย อาจารย์ในสถาบันการศึกษา และเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี UAV อาชีพเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้ เพื่อนำไปใช้ในการศึกษา การสอน และการพัฒนางานที่เกี่ยวข้อง
| รหัสโครงการ : | 130627 |
| หัวหน้าโครงการ : | นาวาเอก ภาณุพงศ ขุมสิน |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | พัฒนาอากาศยานไร้คนขับแบบปีกนิ่ง ขึ้น-ลงทางดิ่ง(VTOL Fixed Wing)ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งสำหรับการขึ้น-ลงทางดิ่งและการเดินทาง ออกแบบและผลิตโครงสร้างอากาศยานไร้คนขับด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรงโดยเน้นใช้เทคโนโลยีการผลิตด้วยวัสดุแบบDry Carbonสามารถถอดประกอบได้ง่ายเพื่อความสะดวก ในการขนย้ายและรวดเร็วต่อการเตรียมการขึ้นบินในเวลาอันสั้น สามารถทำการบินได้นานไม่ต่ำกว่า2ชั่วโมงโดยมีน้ำหนักขณะขึ้นบิน(All Up Weight - AUW)ไม่ต่ำกว่า22กิโลกรัม ปรับแก้หน้าจอแสดงผลของระบบ TBACCS เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น |
นาวาเอก ภาณุพงศ ขุมสิน. (2564). อากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเลแบบที่ 2 Marcus-B. กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม. กรุงเทพมหานคร, จันทบุรี, ชลบุรี.
นาวาเอก ภาณุพงศ ขุมสิน. 2564. "อากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเลแบบที่ 2 Marcus-B". กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม. กรุงเทพมหานคร, จันทบุรี, ชลบุรี.
นาวาเอก ภาณุพงศ ขุมสิน. "อากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเลแบบที่ 2 Marcus-B". กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม, 2564. กรุงเทพมหานคร, จันทบุรี, ชลบุรี.
นาวาเอก ภาณุพงศ ขุมสิน. อากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเลแบบที่ 2 Marcus-B. กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม; 2564. กรุงเทพมหานคร, จันทบุรี, ชลบุรี.