กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ

การพัฒนาต่อยอดระบบ software smart bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N Medigel เพื่อให้ได้มาตรฐานเครื่องมือแพทย์ระดับสากล สำหรับใช้งานในหอผู้ป่วยวิกฤต โควิด-19

... 17 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาและยกระดับระบบ "Smart Bed" หรือเตียงอัจฉริยะ Doctor N Medigel เพื่อป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยวิกฤตโควิด-19 จุดเด่นสำคัญอยู่ที่การผสานเทคโนโลยี PLC (Programmable Logic Controller) เข้ากับระบบควบคุมการทำงานของเตียงแบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถควบคุมการพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยได้โดยอัตโนมัติ ลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแล และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันสำหรับการควบคุมระยะไกล ติดตามผล และจัดการข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และสามารถปรับเปลี่ยนโปรแกรมการทำงานได้ตามความต้องการของแต่ละผู้ป่วย โดยคำนึงถึงสภาพร่างกายและโรคประจำตัว

การพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ใช้แบบจำลอง V-model ซึ่งเป็นแบบจำลองการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีโครงสร้างเป็นระบบและมีขั้นตอนการทดสอบอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นนั้นมีคุณภาพและตรงตามมาตรฐาน รวมทั้งได้รับการรับรองจาก สวทช. ซึ่งเป็นการยืนยันคุณภาพและความน่าเชื่อถือของระบบ นอกจากนี้ ระบบยังคำนึงถึงความปลอดภัยทางไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้มั่นใจได้ว่าการใช้งานจะปลอดภัยต่อทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

ความสำคัญของงานวิจัยนี้คือการลดโอกาสการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการรักษาพยาบาล ระบบอัตโนมัติช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาดจากการดูแล โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก เช่น ในหอผู้ป่วยวิกฤตโควิด-19 นอกจากนี้ ระบบการควบคุมผ่านโมบายแอปพลิเคชัน ยังช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ที่บ้านหรือสถานที่อื่นๆ ก็ตาม ระบบยังออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ทั้งผู้ป่วย ผู้ดูแล และบุคลากรทางการแพทย์ สามารถเข้าใจและใช้งานได้โดยง่าย

การพัฒนาเตียงอัจฉริยะนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ปัญหาแผลกดทับในผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพ ทำให้การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นการสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สำคัญ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง การรับรองมาตรฐานจาก สวทช. ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายผลเชิงพาณิชย์ และสามารถนำไปใช้ในโรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือแม้กระทั่งการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านได้ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่สำคัญและมีประโยชน์อย่างมากต่อวงการแพทย์และสาธารณสุข

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุตสาหกรรมผู้สูงอายุ เหตุผลคือ:

  • อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์: เตียงอัจฉริยะนี้เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สามารถนำไปผลิตและจำหน่ายได้ ตอบโจทย์ความต้องการของโรงพยาบาล สถานพยาบาล และผู้ให้บริการด้านสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากหรือผู้ป่วยที่มีความต้องการดูแลเป็นพิเศษ
  • อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ: งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ ระบบควบคุม และแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญในปัจจุบัน การพัฒนาต่อยอดระบบนี้สามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆได้ สร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจในด้านเทคโนโลยีสุขภาพ
  • อุตสาหกรรมผู้สูงอายุ: ประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เตียงอัจฉริยะนี้สามารถช่วยลดภาระการดูแลผู้สูงอายุ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้สูงอายุและครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคลากรทางการแพทย์หลายอาชีพ เช่น แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด วิศวกรชีวการแพทย์ และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เหตุผลคือ:

  • แพทย์: สามารถนำข้อมูลจากระบบไปใช้ในการวางแผนการรักษา และติดตามอาการของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • พยาบาล: ช่วยลดภาระงานในการดูแลผู้ป่วย และเพิ่มเวลาในการดูแลผู้ป่วยรายอื่นๆ รวมถึงลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุจากการพลิกตัวผู้ป่วย
  • นักกายภาพบำบัด: สามารถใช้ข้อมูลจากระบบในการวางแผนการรักษาฟื้นฟู และติดตามความคืบหน้าของผู้ป่วยได้
  • วิศวกรชีวการแพทย์: สามารถนำความรู้ความเชี่ยวชาญในการพัฒนา ปรับปรุง และบำรุงรักษาระบบ รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มเติม
  • นักพัฒนาซอฟต์แวร์: สามารถพัฒนาและปรับปรุงระบบซอฟต์แวร์ รวมทั้งพัฒนาแอปพลิเคชันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568
การพัฒนาต่อยอดระบบ software smart bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N Medigel เพื่อให้ได้มาตรฐานเครื่องมือแพทย์ระดับสากล สำหรับใช้งานในหอผู้ป่วยวิกฤต โควิด-19
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 129600
หัวหน้าโครงการ : รองศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ระวี ระวีกุล
ปีงบประมาณ : 2564
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : 1.พัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยPLCสำหรับระบบควบคุมเตียงผู้ป่วยป้องกันแผลกดทับแบบอัตโนมัติเพื่อการทดสอบมาตรฐาน ด้านซอฟต์แวร์2.พัฒนาเตียงผู้ป่วยป้องกันแผลกดทับแบบอัตโนมัติให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กไฟฟ้า3.ทดสอบการใช้งานเตียงพลิกตะแคงsoftware systemที่ผ่านมาตรฐานในหอผู้ป่วยวิกฤตโควิด19

รองศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ระวี ระวีกุล. (2564). การพัฒนาต่อยอดระบบ software smart bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N Medigel เพื่อให้ได้มาตรฐานเครื่องมือแพทย์ระดับสากล สำหรับใช้งานในหอผู้ป่วยวิกฤต โควิด-19. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน. ขอนแก่น, สงขลา.

รองศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ระวี ระวีกุล. 2564. "การพัฒนาต่อยอดระบบ software smart bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N Medigel เพื่อให้ได้มาตรฐานเครื่องมือแพทย์ระดับสากล สำหรับใช้งานในหอผู้ป่วยวิกฤต โควิด-19". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน. ขอนแก่น, สงขลา.

รองศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ระวี ระวีกุล. "การพัฒนาต่อยอดระบบ software smart bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N Medigel เพื่อให้ได้มาตรฐานเครื่องมือแพทย์ระดับสากล สำหรับใช้งานในหอผู้ป่วยวิกฤต โควิด-19". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, 2564. ขอนแก่น, สงขลา.

รองศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ระวี ระวีกุล. การพัฒนาต่อยอดระบบ software smart bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N Medigel เพื่อให้ได้มาตรฐานเครื่องมือแพทย์ระดับสากล สำหรับใช้งานในหอผู้ป่วยวิกฤต โควิด-19. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน; 2564. ขอนแก่น, สงขลา.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา