กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์

นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.3)

... 17 มีนาคม 2568
นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.3)
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยเรื่อง "นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.3)" นี้เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของการอำนวยความยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด งานวิจัยนี้เป็นการต่อยอดจากงานวิจัยระยะแรก โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ความสำคัญของงานวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นจากการที่มันมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการศึกษาวิจัยเชิงทฤษฎีแต่เป็นการลงมือปฏิบัติจริง และประเมินผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ

จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการองค์ความรู้และวิธีการจากหลายมิติ เริ่มจาก มิติทางกฎหมาย โดยการจัดทำคู่มือปฏิบัติการ (SOP) มาตรฐานสำหรับการปฏิบัติต่อเด็กที่กระทำความผิดซึ่งมีอายุไม่เกิน 12 ปี และการนำกระบวนการไกล่เกลี่ยมาใช้เพื่อลดการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมและลดผลกระทบระยะยาวต่อชีวิตเด็กและเยาวชน นับเป็นการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมให้มีความเป็นธรรมมากขึ้นและเหมาะสมกับวัยและพัฒนาการของเด็ก

มิติทางนิติวิทยาศาสตร์ งานวิจัยนี้ได้พัฒนาโปรแกรม JUDA ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนแยกต่างหากจากฐานข้อมูลผู้ใหญ่ เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ระบบนี้ใช้งานง่ายในระดับสถานีตำรวจและเชื่อมโยงกับระบบ CRIMES ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล นอกจากนี้ยังพัฒนาเทคนิคการตรวจสารเสพติดทางเส้นผม ซึ่งมีความแม่นยำ รวดเร็ว ประหยัดงบประมาณและเวลา นวัตกรรมทางด้านนิติวิทยาศาสตร์เหล่านี้มีส่วนสำคัญในการพิจารณาคดีอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากขึ้น

มิติการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน งานวิจัยนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ เช่น ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมคุมประพฤติ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ การทำงานร่วมกันนี้ทำให้เกิดความร่วมมือเชิงบูรณาการ และสร้างผลลัพธ์ที่ครอบคลุม นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมทักษะอาชีพทั้ง Hard Skill และ Soft Skill และความร่วมมือกับภาคเอกชนกว่า 30 แห่ง เพื่อสร้างโอกาสในการฝึกงาน มีงานทำ และมีรายได้ที่มั่นคงให้กับเด็กและเยาวชนหลังพ้นโทษ นับเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม ป้องกันการกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก และช่วยสร้างคนดีสู่สังคม

งานวิจัยนี้จึงไม่เพียงแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแต่ยังสร้างกลไกและระบบที่ยั่งยืน การบูรณาการหลายมิติ การสร้างเครือข่าย และการประเมินผลอย่างเป็นระบบ ทำให้เห็นถึงความครอบคลุมและความยั่งยืนของผลงานวิจัยชิ้นนี้ เป็นแบบอย่างที่ดีในการนำงานวิจัยมาใช้แก้ปัญหาสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควรนำไปขยายผลในวงกว้างต่อไป

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคนและสังคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ

  • อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ: โปรแกรม JUDA เป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล เช่น หน่วยงานด้านความมั่นคง กระบวนการยุติธรรม และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ
  • อุตสาหกรรมการศึกษาและพัฒนาบุคลากร: หลักสูตรฝึกอบรมทักษะอาชีพที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้ สามารถนำไปต่อยอดและปรับใช้กับสถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยง
  • อุตสาหกรรมบริการสังคม: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาบริการสังคมสำหรับเด็กและเยาวชน เช่น ศูนย์พักพิง ศูนย์ฟื้นฟู และหน่วยงานด้านการคุ้มครองเด็กและเยาวชน

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ อาทิ

  • นักกฎหมาย: สามารถนำคู่มือปฏิบัติการ (SOP) และองค์ความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ: สามารถนำโปรแกรม JUDA และเทคนิคการตรวจสารเสพติดทางเส้นผมไปใช้ในการทำงานได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน
  • นักสังคมสงเคราะห์: สามารถนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการสร้างเครือข่าย หลักสูตรฝึกอบรม และการบูรณาการบริการสังคมไปใช้ในการทำงานกับเด็กและเยาวชนได้
  • นักวิจัย: งานวิจัยนี้สามารถเป็นพื้นฐานในการทำวิจัยต่อยอดในด้านการอำนวยความยุติธรรม นิติวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาสังคม
  • ผู้ทำงานด้านการพัฒนาอาชีพและการฝึกอบรม: สามารถนำหลักสูตรและโมเดลการทำงานกับเด็กและเยาวชนไปประยุกต์ใช้ในงานของตนได้

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 122741
หัวหน้าโครงการ : พ.ต.ท.ดร. พงษ์ธร ธัญญสิริ
ปีงบประมาณ : 2564
หน่วยงาน : สำนักงานกิจการยุติธรรม
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อต่อยอดและขยายผลนวัตกรรมการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของการอำนวยความยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนสู่การประยุกต์ใช้ในเชิงปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม2.เพื่อประเมินผลสำเร็จของการนำนวัตกรรมการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของการอำนวยความยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนจากงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง3. เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะด้านการอำนวยการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนผ่านการบูรณาการในเชิงกฎหมาย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยทางนิติวิทยาศาสตร์ และการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนที่เข้มแข็ง

พ.ต.ท.ดร. พงษ์ธร ธัญญสิริ. (2564). นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.3). สำนักงานกิจการยุติธรรม. นครปฐม.

พ.ต.ท.ดร. พงษ์ธร ธัญญสิริ. 2564. "นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.3)". สำนักงานกิจการยุติธรรม. นครปฐม.

พ.ต.ท.ดร. พงษ์ธร ธัญญสิริ. "นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.3)". สำนักงานกิจการยุติธรรม, 2564. นครปฐม.

พ.ต.ท.ดร. พงษ์ธร ธัญญสิริ. นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.3). สำนักงานกิจการยุติธรรม; 2564. นครปฐม.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา