การป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม การปกป้องตนทางเพศและสุขภาพ ของนักเรียนวัยรุ่น
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้ศึกษาพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม รวมถึงพฤติกรรมการปกป้องตนเองทางเพศและสุขภาพของนักเรียนวัยรุ่น โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย (ศึกษาพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรง) และนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น (ศึกษาพฤติกรรมการปกป้องตนเองทางเพศและสุขภาพ) งานวิจัยนี้มีจุดแข็งในด้านการใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ (รวมกว่า 2,478 คน) ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการศึกษา และการใช้เครื่องมือวัดที่มีความน่าเชื่อถือและตรงตามเนื้อหา (ความสอดคล้อง 0.8-1.00 และค่าอัลฟาของครอนบาค 0.62-0.92) การใช้สถิติหลากหลายวิธีการ เช่น สถิติเชิงบรรยาย การวิเคราะห์องค์ประกอบ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างละเอียดและครอบคลุม
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรงและการปกป้องตนเอง สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ปัจจัยด้านจิตลักษณะ เช่น ความเชื่อมั่นในตนเอง ลักษณะมุ่งอนาคต-ควบคุมตน และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ มีความสำคัญ ขณะที่ปัจจัยด้านสถานการณ์ เช่น การได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบรักสนับสนุน การได้รับแบบอย่างที่ดีจากเพื่อนและครอบครัว และทัศนคติที่ดีต่อพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรง ก็มีอิทธิพลอย่างมาก กลุ่มเสี่ยงที่พบคือ นักเรียนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจต่ำ นักเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และนักเรียนจากโรงเรียนเอกชน
สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น (หญิง) ปัจจัยด้านจิตลักษณะ เช่น สุขภาพจิตที่ดี ลักษณะมุ่งอนาคต-ควบคุมตน และค่านิยมในการรักนวลสงวนตัว มีความสำคัญต่อพฤติกรรมการปกป้องตนเองทางสังคมและสุขภาพ เช่นเดียวกับปัจจัยด้านสถานการณ์ เช่น การเปิดรับข่าวสารด้านสังคมและสุขภาพ และการได้รับแบบอย่างที่ดีจากเพื่อนและครอบครัว กลุ่มเสี่ยงที่พบคือ นักเรียนหญิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีบิดาการศึกษาสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย และมีรายได้ครอบครัวมากกว่า 30,000 บาท ซึ่งตรงกันข้ามกับกลุ่มเสี่ยงของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มีข้อจำกัดบางประการ เช่น การศึกษาเน้นกลุ่มตัวอย่างเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและใกล้เคียง อาจทำให้ผลการวิจัยไม่สามารถนำไปสรุปได้ทั่วประเทศ นอกจากนี้ การศึกษาเน้นกลุ่มนักเรียนหญิงในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ทำให้ไม่สามารถสรุปผลได้ครอบคลุมถึงนักเรียนชายในระดับเดียวกัน การศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลายกว่า และการติดตามผลระยะยาว จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและความครอบคลุมของผลการวิจัยได้ แม้จะมีข้อจำกัด แต่ผลการวิจัยก็ให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญต่อการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม และโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและการปกป้องตนเองทางเพศสำหรับนักเรียนวัยรุ่น โดยเฉพาะการเน้นการปลูกฝังจิตลักษณะที่ดี การมีส่วนร่วมของครอบครัวและโรงเรียน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรมครู และการจัดทำสื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม และการส่งเสริมสุขภาพอนามัยทางเพศ ข้อมูลจากงานวิจัยสามารถนำไปใช้ในการออกแบบหลักสูตรและกิจกรรมที่เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละระดับชั้น และสามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการประเมินผลของโปรแกรมต่างๆ นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมสื่อ ที่สามารถนำข้อมูลไปสร้างสื่อการเรียนรู้ สื่อประชาสัมพันธ์ หรือแคมเปญรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการป้องกันความรุนแรงและการดูแลสุขภาพ รวมถึงอุตสาหกรรมด้านสุขภาพจิต ที่สามารถนำข้อมูลไปพัฒนาโปรแกรมการให้คำปรึกษาและการบำบัด สำหรับเด็กและเยาวชนที่มีปัญหา
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบอาชีพหลายสาขา อาทิ ครู นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่หรือพนักงานที่ทำงานในโรงเรียน ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม ข้อมูลจากงานวิจัยจะช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้เข้าใจปัจจัยเสี่ยง และพฤติกรรมของนักเรียน เพื่อสามารถวางแผนการทำงาน การให้คำปรึกษา และการช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเหมาะกับนักวิชาการ นักวิจัย ที่ทำงานด้านการศึกษา จิตวิทยา และสังคมวิทยา เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม หรือพัฒนาองค์ความรู้ด้านการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม และการส่งเสริมสุขภาพอนามัยทางเพศของเด็กและเยาวชน
| รหัสโครงการ : | 118195 |
| หัวหน้าโครงการ : | พ.ต.อ.หญิง ทิพย์ฆัมพร เกษโกมล |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | สำนักงานตำรวจแห่งชาติ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | วัตถุประสงค์ มี 4ข้อ1.เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคมของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย และพฤติกรรมการปกป้องตนทางด้านสังคมและสุขภาวะของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น2. เพิ่อศึกษาสภาพและปัจจัยเชิงเหตุของพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคมของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย และพฤติกรรมการปกป้องตนทางเพศ และสุขภาวะของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น3. เพื่อออกแบบและสร้างต้นแบบการฝึกจิตลักษณะและการควบคุมอารมณ์ที่เหมาะสมกับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ในการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม และการฝึกจิตมิติใหม่และการควบคุมตนกับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในการปกป้องตนทางเพศ และมีสุขภาวะที่ดี4. เพื่อศึกษาอิทธิพลของโปรแกรมการฝึกจิตลักษณะและการควบคุมอารมณ์ที่มีต่อพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม ของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย และพฤติกรรมการปกป้องตนทางเพศ และการมีสุขภาวะที่ดีของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โดยวัดผลทันทีหลังจากการฝึกอบรม และการวัดผล 3 เดือนหลังจากการฝึกอบรม |
พ.ต.อ.หญิง ทิพย์ฆัมพร เกษโกมล. (2564). การป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม การปกป้องตนทางเพศและสุขภาพ ของนักเรียนวัยรุ่น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร.
พ.ต.อ.หญิง ทิพย์ฆัมพร เกษโกมล. 2564. "การป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม การปกป้องตนทางเพศและสุขภาพ ของนักเรียนวัยรุ่น". สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร.
พ.ต.อ.หญิง ทิพย์ฆัมพร เกษโกมล. "การป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม การปกป้องตนทางเพศและสุขภาพ ของนักเรียนวัยรุ่น". สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, 2564. กรุงเทพมหานคร.
พ.ต.อ.หญิง ทิพย์ฆัมพร เกษโกมล. การป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม การปกป้องตนทางเพศและสุขภาพ ของนักเรียนวัยรุ่น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ; 2564. กรุงเทพมหานคร.