การขับเคลื่อนนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน: กรณีศึกษาโครงการโรงเรียนคู่พัฒนาไทย-อินโดนีเซีย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การขับเคลื่อนนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน: กรณีศึกษาโครงการโรงเรียนคู่พัฒนาไทย-อินโดนีเซีย" นี้เป็นงานวิจัยเชิงประเมินผลที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง โดยมุ่งเน้นศึกษาการนำนโยบายการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียนไปปฏิบัติจริงในโครงการโรงเรียนคู่พัฒนาไทย-อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความท้าทายและโอกาสในการสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาในระดับภูมิภาคอาเซียน การใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก การเยี่ยมชมโรงเรียน และการวิเคราะห์เอกสาร ทำให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและรอบด้าน ช่วยให้เข้าใจทั้งภาพรวมและรายละเอียดของการดำเนินโครงการได้อย่างลึกซึ้ง
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานของโครงการอยู่ในระดับปานกลาง โดยปัจจัยด้านบริบท (context) มีผลดีที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของโรงเรียนในการรับนโยบาย แต่ปัจจัยด้านการนำเข้า (input) กระบวนการ (process) และผลผลิต (product) อยู่ในระดับปานกลาง บ่งบอกถึงความต้องการการพัฒนาและการสนับสนุนเพิ่มเติม การระบุปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ได้แก่ การขาดงบประมาณ การฝึกอบรม และการติดตามประเมินผลจากส่วนกลาง การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและทักษะในการนำนโยบายไปปฏิบัติ รวมถึงความไม่ต่อเนื่องในการติดต่อประสานงานและปัจจัยภายนอกต่างๆ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และสถานการณ์ทางการเมือง เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องแก้ไข นอกจากนี้ ความท้าทายด้านความร่วมมือกับโรงเรียนในอินโดนีเซีย เช่น ปัญหาภาษา ทักษะไอซีที และความแตกต่างของระบบการศึกษา ก็เป็นอุปสรรคที่ต้องจัดการ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวปฏิบัติที่ดี เช่น การทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเพื่อดึงนักศึกษาฝึกงานมาช่วย การรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์เพื่อแบ่งปันทรัพยากรและความรู้ การพัฒนาตนเองของครู และการสนับสนุนจากผู้บริหาร เป็นต้น แนวทางเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สามารถนำไปปรับใช้และขยายผลได้ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับทางเลือกในการตัดสินใจเชิงนโยบาย เช่น การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือยุติโครงการ พร้อมทั้งการเสนอแบบจำลองการประเมินผลโครงการ (CIPP Model) และแบบจำลองการนำนโยบายไปปฏิบัติ (Honig Model) เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการวางแผนและติดตามประเมินผลโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การนำแบบจำลองเหล่านี้มาใช้จะช่วยให้การวางแผนและการดำเนินงานมีความเป็นระบบมากขึ้น และสามารถติดตามประเมินผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถปรับปรุงแก้ไขได้อย่างทันท่วงที และนำไปสู่ความสำเร็จของโครงการได้ในที่สุด
งานวิจัยชิ้นนี้มีความสมบูรณ์ ครอบคลุมทั้งด้านเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงนโยบายและการดำเนินงานของโครงการในอนาคตได้เป็นอย่างดี
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการศึกษาอย่างชัดเจน เนื่องจากผลการวิจัยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการนำนโยบายการศึกษาไปปฏิบัติ การประเมินผลโครงการ และการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการความร่วมมือด้านการศึกษาในระดับนานาชาติ ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และองค์กรที่สนับสนุนด้านการศึกษา สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การบริหารจัดการ และการวางแผนกลยุทธ์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากร การให้คำปรึกษา และการวิจัยและพัฒนา ซึ่งสามารถนำข้อมูลจากงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม การให้คำปรึกษา และการวิจัยในสาขาที่เกี่ยวข้องได้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ อาทิเช่น นักวิจัยด้านการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่ในกระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา นักวางแผนการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการศึกษา และนักวิเคราะห์นโยบาย ข้อมูลจากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการวางแผน การจัดการ การประเมินผล และการแก้ไขปัญหาในงานของแต่ละอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงนโยบาย เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานของบุคคลากรเหล่านี้ นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเหมาะสำหรับนักศึกษาปริญญาโทและเอก ที่กำลังศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงในการทำวิทยานิพนธ์หรือวิทยานิพนธ์
| รหัสโครงการ : | 7533 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางสาวอำพา แก้วกำกง |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อสำรวจสภาพการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการโรงเรียนคู่พัฒนาไทย-อินโดนีเซีย ตามแนวทางนโยบายการขับเคลื่อนการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน 2. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์การปฏิบัติงานตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในโรงเรียนของโครงการโรงเรียนคู่พัฒนาไทย-อินโดนีเซีย ตามแนวทางนโยบายการขับเคลื่อนการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน 3. เพื่อนำเสนอแนวทางการดำเนินงานของโครงการโรงเรียนคู่พัฒนาไทย-อินโดนีเซีย เพื่อการขับเคลื่อนการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน |
นางสาวอำพา แก้วกำกง. (2563). การขับเคลื่อนนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน: กรณีศึกษาโครงการโรงเรียนคู่พัฒนาไทย-อินโดนีเซีย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ขอนแก่น, จันทบุรี, ชลบุรี, เชียงใหม่, นครปฐม, นครศรีธรรมราช, นนทบุรี, พระนครศรีอยุธยา, พังงา, เพชรบุรี, ภูเก็ต, ยะลา, ลพบุรี, สงขลา, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, สุรินทร์, หนองคาย, อุดรธานี.
นางสาวอำพา แก้วกำกง. 2563. "การขับเคลื่อนนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน: กรณีศึกษาโครงการโรงเรียนคู่พัฒนาไทย-อินโดนีเซีย". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ขอนแก่น, จันทบุรี, ชลบุรี, เชียงใหม่, นครปฐม, นครศรีธรรมราช, นนทบุรี, พระนครศรีอยุธยา, พังงา, เพชรบุรี, ภูเก็ต, ยะลา, ลพบุรี, สงขลา, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, สุรินทร์, หนองคาย, อุดรธานี.
นางสาวอำพา แก้วกำกง. "การขับเคลื่อนนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน: กรณีศึกษาโครงการโรงเรียนคู่พัฒนาไทย-อินโดนีเซีย". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2563. กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ขอนแก่น, จันทบุรี, ชลบุรี, เชียงใหม่, นครปฐม, นครศรีธรรมราช, นนทบุรี, พระนครศรีอยุธยา, พังงา, เพชรบุรี, ภูเก็ต, ยะลา, ลพบุรี, สงขลา, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, สุรินทร์, หนองคาย, อุดรธานี.
นางสาวอำพา แก้วกำกง. การขับเคลื่อนนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน: กรณีศึกษาโครงการโรงเรียนคู่พัฒนาไทย-อินโดนีเซีย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2563. กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ขอนแก่น, จันทบุรี, ชลบุรี, เชียงใหม่, นครปฐม, นครศรีธรรมราช, นนทบุรี, พระนครศรีอยุธยา, พังงา, เพชรบุรี, ภูเก็ต, ยะลา, ลพบุรี, สงขลา, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, สุรินทร์, หนองคาย, อุดรธานี.