การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองของชาวไร่อ้อย และไร่มันสำปะหลังอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองของชาวไร่อ้อยและไร่มันสำปะหลังอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์" นี้ เป็นงานวิจัยเชิงผสมผสาน (Mixed Methods Research) ที่มุ่งเน้นการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวไร่อ้อยและไร่มันสำปะหลังในอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ งานวิจัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับความผันผวนของตลาดโลกและความไม่มั่นคงทางอาหาร โดยงานวิจัยได้ตั้งเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ 1) การเพิ่มศักยภาพการทำการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง 2) การเปลี่ยนแปลงการดำรงชีพจากการพึ่งพาตลาดสู่การพึ่งพาตนเอง และ 3) การสร้างครอบครัวเกษตรกรแกนนำที่สามารถพึ่งตนเองได้ในด้านความมั่นคงทางอาหาร
วิธีการวิจัยใช้ทั้งวิธีเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และวิธีเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่มเฉพาะ การใช้กลุ่มตัวอย่าง 300 คน และครอบครัวเกษตรกรแกนนำ 20 ครอบครัว ทำให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือ การนำเสนอผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงกระบวนการพัฒนาหลักสูตร “เกษตรกรผู้เปลี่ยนชีวิต” ที่เน้นการสร้างความเข้าใจวงจรชีวิตของพืชไร่อ้อยและมันสำปะหลัง รวมถึงการวางแผนลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก การสร้างความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ของตนเอง และการสร้างเครือข่ายเกษตรกร
ผลการวิจัยพบว่า โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ การมีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกรแกนนำ 20 ครอบครัว ที่นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในพื้นที่บ้านและไร่ สามารถลดรายจ่ายเกี่ยวกับอาหารและเพิ่มรายได้ และที่สำคัญคือ สามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ครอบครัว โดยมีการปลูกพืชผักอย่างน้อย 10 ชนิดต่อครัวเรือน การจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และการสร้างนวัตกรรมต่างๆ เช่น สมุดบันทึกต้นทุน แผนผังพื้นที่อาหาร เครือข่ายเกษตรกร และห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social lab) ที่ไร่พุทธานิเวศน์ภูน้ำหยด ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น การศึกษาครอบคลุมเฉพาะพื้นที่อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ อาจไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างทั่วไปในพื้นที่อื่นๆ ที่มีสภาพแวดล้อมและปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมแตกต่างกัน การขยายผลการวิจัยไปสู่พื้นที่อื่นๆ จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และวิธีการให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ การติดตามผลในระยะยาวก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยประเมินความยั่งยืนของผลการวิจัย การศึกษาต่อยอดในด้านนี้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำต่อไป
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและเกษตรอินทรีย์ เหตุผลเพราะงานวิจัยนี้ได้นำเสนอแบบอย่างของการเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรแบบยั่งยืน โดยเน้นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การลดต้นทุน และการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตร การสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างแบรนด์ และการตลาดของผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ การสร้างเครือข่ายเกษตรกรและการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ สามารถนำไปใช้ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มเกษตรกร และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรกรรมในระดับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำเอาผลการวิจัยไปต่อยอดในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเกษตร เช่น อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย หรือเครื่องมือการเกษตร ก็เป็นไปได้เช่นกัน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับเกษตรกร เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร นักวิชาการ และผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาชุมชน เหตุผลเพราะงานวิจัยนี้ได้นำเสนอแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาความรู้ ทักษะ และศักยภาพของเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่ปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง นอกจากนี้ ข้อมูลและผลลัพธ์จากงานวิจัยยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผน การจัดการ และการประเมินผลงานของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร และนักวิชาการที่ทำงานด้านการพัฒนาเกษตรกรรม รวมถึงผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาชุมชน ที่ต้องการส่งเสริมให้ชุมชนมีความมั่นคงทางอาหารและสามารถพึ่งพาตนเองได้ การนำไปใช้ในการศึกษาต่อยอดด้านวิชาการ การจัดทำนโยบาย และการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนก็มีความเหมาะสมเช่นกัน
| รหัสโครงการ : | 7527 |
| หัวหน้าโครงการ : | พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านการออกแบบกระบวนการที่ไม่ต้องทิ้งการทำเกษตรแบบเดิมและมีการจัดการพื้นที่ให้เป็นเศรษฐกิจพอเพียงโดยการมีส่วนร่วมของเกษตรกร 2. เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองของชาวไร่อ้อยและไร่มันสำปะหลังอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3. เพื่อสร้าง “ครอบครัวแกนนำการเปลี่ยนแปลง” ที่สามารถพึ่งตนเองในด้านความมั่นคงทางอาหารได้บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง |
พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ. (2563). การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองของชาวไร่อ้อย และไร่มันสำปะหลังอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. เพชรบูรณ์.
พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ. 2563. "การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองของชาวไร่อ้อย และไร่มันสำปะหลังอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์". มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. เพชรบูรณ์.
พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ. "การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองของชาวไร่อ้อย และไร่มันสำปะหลังอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์". มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2563. เพชรบูรณ์.
พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ. การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองของชาวไร่อ้อย และไร่มันสำปะหลังอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย; 2563. เพชรบูรณ์.