รูปแบบการสร้างความตระหนักการวางแผนการเงิน การออม และการพัฒนาสัมมาชีพสำหรับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดนครพนม
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการสร้างความตระหนักในการวางแผนการเงิน การออม และการพัฒนาสัมมาชีพสำหรับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุในจังหวัดนครพนม โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง งานวิจัยนี้มีมุมมองที่ครอบคลุมและเชิงลึก เริ่มจากการสำรวจสภาพความเป็นอยู่และพฤติกรรมการเงินของเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย โดยเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม เกษตรกร 1,100 คน การสัมภาษณ์เชิงลึก และการประชุมกลุ่ม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้าน จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ เพื่อหาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการออม เช่น สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา รายได้ ภาระหนี้สิน จำนวนสมาชิกในครอบครัว และการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การใช้แบบจำลองสมการถดถอยโลจิสติกแบบทวิภาคและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นและความละเอียดในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ ซึ่งจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือมากขึ้น
นอกจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณแล้ว งานวิจัยนี้ยังให้ความสำคัญกับการศึกษาบทบาทของทุนทางสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงบทบาทของหุ้นส่วนทางสังคม เช่น กลุ่มออมทรัพย์ในชุมชน องค์กรภาครัฐและเอกชน ที่มีส่วนช่วยในการส่งเสริมการวางแผนการเงินและการออมของเกษตรกร การวิเคราะห์นี้ช่วยให้เข้าใจบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่มีผลต่อพฤติกรรมทางการเงินของเกษตรกร และนำไปสู่การออกแบบรูปแบบการสร้างความตระหนักที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทดังกล่าว การทดลองใช้รูปแบบการสร้างความตระหนักผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการนำผลการวิจัยไปใช้ในทางปฏิบัติ การประเมินผลสัมฤทธิ์หลังการอบรม ช่วยให้เห็นถึงประสิทธิภาพของรูปแบบที่ได้พัฒนาขึ้น และสามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การบูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับการวางแผนการเงินและการออม ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยในประเทศไทย การเน้นความพอเพียง ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุ้มกัน และการสร้างความยั่งยืน เป็นแนวทางที่เหมาะสมในการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีการวางแผนการเงินที่ดี และมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว นอกจากนี้ การใช้แบบผสมผสานวิธีการวิจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน และสามารถนำไปสู่ข้อสรุปที่น่าเชื่อถือ การศึกษาผลกระทบของปัจจัยต่างๆ ต่อการออมด้วยวิธีการวิเคราะห์ทางสถิติขั้นสูง ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของงานวิจัย และทำให้สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการกำหนดนโยบายและวางแผนการพัฒนาที่เหมาะสมได้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการเงินที่ให้บริการทางการเงินแก่กลุ่มเกษตรกร เช่น ธนาคาร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และบริษัทประกันภัย เพราะงานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการเงินและปัจจัยที่มีผลต่อการออมของเกษตรกร ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่สถาบันการเงินสามารถนำไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับเกษตรกร เช่น การให้ความรู้และการอบรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมการออมและการวางแผนการเงินของเกษตรกร และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบการจัดการความเสี่ยงของสถาบันการเงินด้วย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ สังคมวิทยา และการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกร เพราะงานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ พฤติกรรมการเงิน และปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญในการพัฒนาโครงการและนโยบายที่เหมาะสม นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเหมาะกับเจ้าหน้าที่ของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเกษตรกร เช่น เจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการออม เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ เพราะงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการวางแผน ออกแบบโครงการ และประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถส่งเสริมการวางแผนการเงินและการออมของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
| รหัสโครงการ : | 7521 |
| หัวหน้าโครงการ : | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กชกร เดชะคำภู กชกร เดชะคำภู |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยนครพนม |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อศึกษาสภาพการวางแผนการเงิน การออม และสัมมาชีพเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2. เพื่อศึกษาศักยภาพทุนทางสังคม วัฒนธรรม และบทบาทของหุ้นส่วนทางสังคมในการส่งเสริมการวางแผนการเงิน การออม และการพัฒนาสัมมาชีพของเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3. เพื่อสร้างรูปแบบการสร้างความตระหนักการวางแผนการเงิน การออม และการพัฒนาสัมมาชีพสำหรับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4. เพื่อทดลองใช้รูปแบบการสร้างความตระหนักการวางแผนการเงิน การออม และการพัฒนาสัมมาชีพสำหรับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กชกร เดชะคำภู กชกร เดชะคำภู. (2563). รูปแบบการสร้างความตระหนักการวางแผนการเงิน การออม และการพัฒนาสัมมาชีพสำหรับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดนครพนม. มหาวิทยาลัยนครพนม. นครพนม.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กชกร เดชะคำภู กชกร เดชะคำภู. 2563. "รูปแบบการสร้างความตระหนักการวางแผนการเงิน การออม และการพัฒนาสัมมาชีพสำหรับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดนครพนม". มหาวิทยาลัยนครพนม. นครพนม.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กชกร เดชะคำภู กชกร เดชะคำภู. "รูปแบบการสร้างความตระหนักการวางแผนการเงิน การออม และการพัฒนาสัมมาชีพสำหรับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดนครพนม". มหาวิทยาลัยนครพนม, 2563. นครพนม.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กชกร เดชะคำภู กชกร เดชะคำภู. รูปแบบการสร้างความตระหนักการวางแผนการเงิน การออม และการพัฒนาสัมมาชีพสำหรับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดนครพนม. มหาวิทยาลัยนครพนม; 2563. นครพนม.