การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลัง
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าของมันสำปะหลังและกากมันสำปะหลังผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 3 โครงการย่อย ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบที่มีอยู่มากในประเทศไทยอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน โครงการย่อยแรกเน้นการพัฒนาอนุภาคนาโนจากแป้งมันสำปะหลังเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม การใช้เทคโนโลยีพลาสมาเย็นในการดัดแปลงพื้นผิวของอนุภาคแป้งนั้นน่าสนใจ เพราะสามารถปรับเปลี่ยนคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีให้เหมาะสมกับการใช้งาน นอกจากนี้ การใช้เทคนิค Pickering emulsion ซึ่งใช้อนุภาคนาโนเป็นสารลดแรงตึงผิว เป็นแนวทางที่น่าสนใจในการสร้างสูตรผลิตภัณฑ์ที่มีเสถียรภาพ การสามารถผลิต Oil encapsulated starch-based nanoparticles ในรูปผงได้นั้น สะดวกต่อการใช้งานและการจัดเก็บ และมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดเครื่องสำอางได้
โครงการย่อยที่สองมุ่งเน้นการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากกากมันสำปะหลัง นี่เป็นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะอย่างสร้างสรรค์ การนำเทคโนโลยีพลาสมาเย็นมาใช้ในการดัดแปลงพื้นผิวบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ไม่ชอบน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสียหายของอาหาร โดยเฉพาะอาหารเหลว และการศึกษาผลของการเติมเส้นใยจากชานอ้อยและฟางข้าว เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มความยั่งยืนของกระบวนการผลิต การศึกษาความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพนั้น เป็นการรับประกันคุณสมบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ และการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการผลิตในเชิงพาณิชย์ การใช้สนามไฟฟ้าแบบพัลส์ในการสกัดแป้งและเพิ่มอัตราการอบแห้งนั้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต และลดการใช้พลังงาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญทั้งในแง่เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
โครงการย่อยที่สามเกี่ยวกับการผลิตไฮโดรเจลจากแป้งมันสำปะหลังเพื่อใช้ในมาส์กบำรุงผิว เป็นการนำแป้งมันสำปะหลังมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยใช้เทคโนโลยีความดันสูง (HPP) ซึ่งเป็นวิธีการทางกายภาพในการสร้างโครงสร้างไฮโดรเจล เป็นทางเลือกที่ดีกว่าวิธีการทางเคมี เพราะอาจลดสารเคมีตกค้างในผลิตภัณฑ์ การเปรียบเทียบกับวิธีการ freeze-thaw และการใช้สารเคมี STMP แสดงถึงความละเอียดรอบคอบในการศึกษาและค้นหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุด การพัฒนาสูตรมาส์กต้นแบบและการขึ้นรูปมาส์ก เป็นขั้นตอนสำคัญในการนำงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้ครอบคลุมกระบวนการต่างๆ อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การศึกษาคุณสมบัติ การวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาสูตรต้นแบบ ซึ่งแสดงถึงความสมบูรณ์และความมีศักยภาพในการนำไปใช้ในทางปฏิบัติได้อย่างดี
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมหลายประเภท เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากงานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
-
อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง: อนุภาคนาโนจากแป้งมันสำปะหลังและไฮโดรเจลสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์ประเภทดรายแชมพูและมาส์กบำรุงผิว การใช้เทคโนโลยีพลาสมาเย็นในการดัดแปลงคุณสมบัติของอนุภาคนาโน ช่วยให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพที่ดี
-
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์: บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากกากมันสำปะหลังสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งอาหารแข็งและอาหารเหลว การใช้เทคโนโลยีพลาสมาเย็นทำให้บรรจุภัณฑ์มีความทนทานต่อน้ำและความร้อน เหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารที่ต้องการความคงทน และยังช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกได้อีกด้วย
-
อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร: การใช้สนามไฟฟ้าแบบพัลส์ในการสกัดแป้งและเพิ่มอัตราการอบแห้ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดต้นทุนการผลิต ส่งผลให้สามารถแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น
โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้มีศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในหลายอาชีพ เนื่องจากงานวิจัยนี้ครอบคลุมหลายสาขา
-
นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรด้านอาหาร: มีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์และพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึงการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีพลาสมาเย็นและสนามไฟฟ้าแบบพัลส์ ต้องอาศัยความรู้และทักษะเฉพาะทางด้านวิศวกรรมอาหารและวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร
-
นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรเคมี: เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตไฮโดรเจล การดัดแปลงพื้นผิววัสดุ และการสังเคราะห์อนุภาคนาโน ต้องมีความรู้ด้านเคมีพอลิเมอร์และเคมีพื้นผิว
-
นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรวัสดุ: สามารถพัฒนาและปรับปรุงคุณสมบัติของวัสดุบรรจุภัณฑ์ให้มีความทนทาน ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ต้องมีความเชี่ยวชาญในการเลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่เหมาะสม
-
นักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง: สามารถนำผลงานวิจัยไปพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวหน้า ต้องมีความรู้ด้านสูตรเครื่องสำอางและเทคโนโลยีการผลิต รวมถึงการทดสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์
-
ผู้ประกอบการ: สามารถนำผลงานวิจัยไปต่อยอดเป็นธุรกิจ โดยการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งเครื่องสำอาง บรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลัง ต้องมีความรู้ด้านการตลาด การจัดการ และการบริหารธุรกิจ
| รหัสโครงการ : | 173134 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางสาวสุธิดา บุญสิทธิ์ |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | โครงการย่อยที่ 1การผลิตอนุภาคนาโนที่มีแป้งมันสำปะหลังเป็นส่วนประกอบ เพื่อพัฒนาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลเส้นผม เพื่อศึกษาการผลิตอนุภาคแป้งมันสำปะหลังระดับนาโน และการดัดแปรพื้นผิวด้วยเทคโนโลยีพลาสมาเย็น เพื่อศึกษาการเตรียมอนุภาคน้ำมันผิวมะกรูดด้วยวิธีการ Pickering emulsion โดยมีอนุภาคแป้งมันสำปะหลังระดับนาโนทำหน้าที่เป็นสารลดแรงตึงผิว เพื่อผลิต Oil encapsulated starch-based nanoparticles ที่มีลักษณะเป็นผงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้โครงการย่อยที่ 2การประยุกต์ใช้สนามไฟฟ้าแบบพัลส์และเทคโนโลยีพลาสมาเย็นในการแปรรูปหัวมันสำปะหลัง เพื่อการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ1.วัสดุบรรจุภัณฑ์อาหารที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ1.1 เพื่อพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์อาหารที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากขยะแปรรูปมันสำปะหลังที่เหมาะสมสำหรับอาหารแข็งและเหลว1.2เพื่อศึกษาผลของการเพิ่มเส้นใยจากชานอ้อยและฟางข้าวต่อความเสถียรทางกลและลดต้นทุนรวมของวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ1.3เพื่อศึกษาการดัดแปลงพื้นผิวของบรรจุภัณฑ์อาหารที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพโดยใช้เทคโนโลยีพลาสมาเย็น เพื่อพัฒนาพื้นผิวที่ไม่ชอบนํ้าของบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ1.4 เพื่อศึกษาความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพของวัสดุบรรจุภัณฑ์อาหารที่พัฒนาจากของเสียจากการแปรรูปมันสำปะหลัง1.5 เพื่อคำนวณความความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นจากของเสียจากการแปรรูปมันสำปะหลัง2.เพิ่มประสิทธิภาพการสกัดแป้งจากของเสียจากการแปรรูปมันสำปะหลังและเพิ่มอัตราการอบแห้งของชิ้นมันสำปะหลังโดยใช้สนามไฟฟ้าแบบพัลส์2.1 เพื่อสกัดแป้งที่เหลือจากการแปรรูปมันสำปะหลังโดยใช้เทคโนโลยีสนามไฟฟ้าแบบพัลส์2.2 เพื่อลดการใช้พลังงานในการบดระหว่างการแปรรูปกากมันสำปะหลังโดยใช้เทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงาน2.3 เพื่อเพิ่มอัตราการทำให้แห้งและลดการใช้พลังงานระหว่างการอบแห้งมันสำปะหลังฝานมันสำปะหลังโดยใช้การซึมผ่านของเซลล์โดยใช้เทคโนโลยีสนามไฟฟ้าแบบพัลส์โครงการย่อยที่ 3การสังเคราะห์ไฮโดรเจลจากแป้งมันสำปะหลังโดยการดัดแปลงทางเคมีและกระบวนการไฮโดรสแตติกความดันสูงเพื่อใช้ในมาสก์บำรุงผิว1. เพื่อผลิตไฮโดรเจลจากแป้งมันสำปะหลัง2. เพื่อศึกษาและพัฒนาคุณสมบัติของไฮโดรเจลที่ผลิตได้ ให้เหมาะกับการนำไปใช้เป็นมาสก์3. เพื่อศึกษาการกักเก็บและการปลดปล่อยสารสำคัญจากไฮโดรเจลที่ผลิตได้4. เพื่อพัฒนาสูตรมาสก์ต้นแบบ และการขึ้นรูปมาสก์จากไฮโดรเจล |
นางสาวสุธิดา บุญสิทธิ์. (2565). การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร, นครปฐม, ปทุมธานี.
นางสาวสุธิดา บุญสิทธิ์. 2565. "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลัง". มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร, นครปฐม, ปทุมธานี.
นางสาวสุธิดา บุญสิทธิ์. "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลัง". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2565. กรุงเทพมหานคร, นครปฐม, ปทุมธานี.
นางสาวสุธิดา บุญสิทธิ์. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2565. กรุงเทพมหานคร, นครปฐม, ปทุมธานี.