การถ่ายทอดเทคโนโลยีใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพาราพัฒนาสระน้ำต้านภัยแล้ง ระยะที่ 3 ภาคเหนือตอนล่าง : จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัย “การถ่ายทอดเทคโนโลยีใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพาราพัฒนาสระน้ำต้านภัยแล้ง ระยะที่ 3 ภาคเหนือตอนล่าง : จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์” มุ่งเน้นการแก้ปัญหาภัยแล้งด้วยการนำนวัตกรรมคอนกรีตผสมน้ำยางพารามาใช้ในการก่อสร้างสระน้ำ งานวิจัยนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การบูรณาการองค์ความรู้จากงานวิจัยมาสู่การปฏิบัติจริง โดยมีกระบวนการที่ครอบคลุมตั้งแต่การสังเคราะห์องค์ความรู้ การจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน การฝึกอบรม และการสาธิตการก่อสร้างสระน้ำจริงในพื้นที่เป้าหมาย
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงแค่การให้ความรู้เชิงทฤษฎี แต่ยังรวมถึงการฝึกปฏิบัติจริง ทำให้กลุ่มเป้าหมายสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดทำคู่มือปฏิบัติงานถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเข้าใจง่าย ยิ่งไปกว่านั้น การสาธิตการก่อสร้างสระน้ำจริงในสองพื้นที่ คือ จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์ ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ การเลือกพื้นที่เป้าหมายในภาคเหนือตอนล่างซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจบริบทของปัญหาและความต้องการของชุมชน
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การศึกษาอาจจำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง อาจไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างทั่วไปในทุกพื้นที่ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศและสภาพดินอาจแตกต่างกัน นอกจากนี้ รายละเอียดของการวิเคราะห์ความแข็งแรงทนทานของสระน้ำคอนกรีตผสมน้ำยางพาราในระยะยาว อาจยังไม่เพียงพอ จึงควรมีการติดตามผลการใช้งานในระยะยาว เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความทนทานของสระน้ำ และอาจต้องพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ต้นทุนในการก่อสร้าง ความพร้อมของวัสดุ และการบำรุงรักษาในระยะยาว การขยายผลการวิจัยไปสู่พื้นที่อื่นๆ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไขคู่มือและวิธีการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการของชุมชนในแต่ละแห่ง
การกำหนดอัตราส่วนผสมของคอนกรีตผสมน้ำยางพารา (ปูนซีเมนต์ 1 ถุง : ทราย 135 กก. : หิน 148 กก. : น้ำ 30 กก. : น้ำยางพารา 1 กก.) เป็นเพียงค่าเบื้องต้น อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนอัตราส่วนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดของวัสดุที่ใช้ การวิจัยในอนาคตควรให้ความสำคัญกับการทดสอบและวิเคราะห์อัตราส่วนผสมที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้ความแข็งแรงและความทนทานของคอนกรีตที่สูงสุด รวมถึงการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพารา เพื่อให้แน่ใจว่าการพัฒนาสระน้ำนี้ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม การวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เช่น การเปรียบเทียบต้นทุนการก่อสร้างสระน้ำด้วยวิธีนี้กับวิธีการอื่นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การตัดสินใจนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์ ทราย หิน และน้ำยางพารา เนื่องจากงานวิจัยนี้ได้พัฒนาสูตรผสมคอนกรีตผสมน้ำยางพาราสำหรับใช้ในการก่อสร้างสระน้ำ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์น้ำยางพารา และกระตุ้นให้เกิดการใช้ทรัพยากรในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมการก่อสร้าง โดยเฉพาะงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ เช่น การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ สระน้ำชลประทาน และระบบจัดการน้ำในชุมชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของโครงการเหล่านี้ งานวิจัยนี้ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมเกษตรกรรมได้ เนื่องจากสระน้ำที่สร้างจากคอนกรีตผสมน้ำยางพาราสามารถใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร และช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งได้ การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาและซ่อมแซมสระน้ำ ก็เป็นอีกอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากงานวิจัยชิ้นนี้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพวิศวกรโยธา ช่างก่อสร้าง เกษตรกร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน วิศวกรโยธาสามารถนำความรู้เกี่ยวกับสูตรผสมคอนกรีตผสมน้ำยางพาราและขั้นตอนการก่อสร้างไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับน้ำได้ ช่างก่อสร้างสามารถเรียนรู้และนำทักษะการก่อสร้างสระน้ำจากคอนกรีตผสมน้ำยางพาราไปใช้ในการทำงานได้จริง เกษตรกรสามารถใช้สระน้ำที่สร้างจากคอนกรีตผสมน้ำยางพาราเป็นแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน สามารถนำงานวิจัยนี้ไปใช้ในการพัฒนาโครงการด้านการจัดการน้ำในชุมชน ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนได้ นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่เกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้าง เช่น ผู้ผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์ ทราย หิน และน้ำยางพารา สามารถนำงานวิจัยนี้ไปต่อยอดและพัฒนาธุรกิจของตนเองได้
| รหัสโครงการ : | 173126 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายพีรวัฒน์ ปลาเงิน |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยนำและจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน การใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพาราพัฒนาสระกักเก็บน้ำในพื้นที่ประสบภัยแล้ง เพื่อจัดอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้กับชุมชนในพื้นที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อบูรณการและเผยแพร่องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมการใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพาราพัฒนาสระกักเก็บน้ำสู่กลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตต่อไป |
นายพีรวัฒน์ ปลาเงิน. (2565). การถ่ายทอดเทคโนโลยีใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพาราพัฒนาสระน้ำต้านภัยแล้ง ระยะที่ 3 ภาคเหนือตอนล่าง : จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. นครสวรรค์, อุทัยธานี.
นายพีรวัฒน์ ปลาเงิน. 2565. "การถ่ายทอดเทคโนโลยีใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพาราพัฒนาสระน้ำต้านภัยแล้ง ระยะที่ 3 ภาคเหนือตอนล่าง : จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. นครสวรรค์, อุทัยธานี.
นายพีรวัฒน์ ปลาเงิน. "การถ่ายทอดเทคโนโลยีใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพาราพัฒนาสระน้ำต้านภัยแล้ง ระยะที่ 3 ภาคเหนือตอนล่าง : จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2565. นครสวรรค์, อุทัยธานี.
นายพีรวัฒน์ ปลาเงิน. การถ่ายทอดเทคโนโลยีใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพาราพัฒนาสระน้ำต้านภัยแล้ง ระยะที่ 3 ภาคเหนือตอนล่าง : จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2565. นครสวรรค์, อุทัยธานี.