การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอนที่เน้นความเข้าใจอัตลักษณ์เชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านภาษาและสมรรถนะอาชีพในเขต จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอนที่เน้นความเข้าใจอัตลักษณ์เชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านภาษาและสมรรถนะอาชีพในเขตจังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม” มุ่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในกลุ่มเด็กชาติพันธุ์จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านภาษาและสมรรถนะอาชีพในอนาคต งานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการแก้ปัญหาเชิงซ้อนในบริบทเฉพาะพื้นที่ เนื่องจากกระบวนการวิจัยนี้เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นชุมชน ผู้ปกครอง นักเรียน ครู และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการและสภาพความเป็นจริงของพื้นที่
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการพัฒนาต้นแบบที่ครอบคลุมหลายด้าน เริ่มจากการศึกษาสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงลึก วิเคราะห์บริบทการบริหารจัดการศึกษาและการจัดการเรียนการสอนที่ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำ จากนั้นจึงพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการที่มุ่งยกระดับสมรรถนะของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงพัฒนาต้นแบบการจัดการเรียนรู้และการวัดและประเมินผลที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ทางภาษา การที่ต้นแบบเหล่านี้ได้รับการทดลองใช้ในโรงเรียนจริง 18 แห่งในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 และ 6 ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญหลายประการ เช่น การขาดความต่อเนื่องและความเชี่ยวชาญของบุคลากรที่ดูแลการสอนทวิ/พหุภาษา หลักสูตรการเรียนการสอนที่ไม่สอดคล้องกับสภาพบริบท และการพึ่งพาหน่วยงานภายนอกในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหา
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การศึกษาวิจัยในพื้นที่จำกัดเพียงจังหวัดเชียงใหม่ อาจไม่สามารถนำไปใช้กับพื้นที่อื่นๆ ได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ การวัดผลสำเร็จของโครงการอาจจำกัดอยู่เฉพาะการคงอยู่ในระบบการศึกษาของนักเรียนระดับอนุบาล ขณะที่การวัดสมรรถนะอาชีพในระยะยาวอาจจำเป็นต้องมีการติดตามผลในระยะยาวต่อไป ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาต้นแบบที่ครอบคลุมและใช้กระบวนการมีส่วนร่วม แต่การนำต้นแบบไปใช้จริงในวงกว้าง อาจต้องอาศัยการสนับสนุนจากนโยบายและงบประมาณอย่างต่อเนื่อง การสร้างความยั่งยืนของผลลัพธ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรได้รับการพิจารณาต่อยอดต่อไป
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการศึกษาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการพัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน การวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการที่แท้จริงของนักเรียนชาติพันธุ์ และนำเสนอต้นแบบการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอนที่สามารถนำไปปรับใช้และพัฒนาต่อยอดได้ นอกจากนี้ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน เพราะงานวิจัยนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของชุมชน และการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับบริบททางวัฒนธรรมและสังคม ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการออกแบบและพัฒนาโครงการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ อาทิ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา นักพัฒนาหลักสูตร นักวิจัยทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ข้อมูลและต้นแบบที่ได้จากงานวิจัยนี้จะช่วยให้บุคลากรเหล่านี้สามารถพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเหมาะสำหรับนักวางแผนและผู้กำหนดนโยบายทางการศึกษา เนื่องจากงานวิจัยนี้เสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถออกแบบและวางแผนการพัฒนาการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อย่างตรงจุด
| รหัสโครงการ : | 173229 |
| หัวหน้าโครงการ : | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สายฝน แสนใจพรม |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1.เพื่อศึกษาสภาพบริบทการบริหารจัดการเชิงพื้นที่และการจัดการศึกษาที่ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำด้านภาษาของเด็กชาติพันธุ์ในเขตจังหวัดเชียงใหม่2.เพื่อพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการเพื่อยกระดับสมรรถนะของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่3. เพื่อพัฒนาต้นแบบการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ทางด้านภาษาเพื่อยกระดับสมรรถนะของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่4. เพื่อพัฒนารูปแบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ทางด้านภาษาเพื่อยกระดับสมรรถนะของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่5. เพื่อสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการบริหารจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ทางด้านภาษาเพื่อยกระดับสมรรถนะของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่ |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สายฝน แสนใจพรม. (2565). การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอนที่เน้นความเข้าใจอัตลักษณ์เชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านภาษาและสมรรถนะอาชีพในเขต จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. เชียงใหม่.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สายฝน แสนใจพรม. 2565. "การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอนที่เน้นความเข้าใจอัตลักษณ์เชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านภาษาและสมรรถนะอาชีพในเขต จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม". มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. เชียงใหม่.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สายฝน แสนใจพรม. "การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอนที่เน้นความเข้าใจอัตลักษณ์เชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านภาษาและสมรรถนะอาชีพในเขต จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม". มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, 2565. เชียงใหม่.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สายฝน แสนใจพรม. การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอนที่เน้นความเข้าใจอัตลักษณ์เชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านภาษาและสมรรถนะอาชีพในเขต จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่; 2565. เชียงใหม่.