การพัฒนาระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยผ่านการสร้างเสริมความกตัญญูของเยาวชน
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การพัฒนาระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยผ่านการสร้างเสริมความกตัญญูของเยาวชน" นี้ เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) ที่มุ่งแก้ปัญหาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยเลือกศึกษาใน 2 บริบทที่แตกต่างกันคือ ชุมชนริมทางรถไฟ (ชุมชนแออัด) และปอเนาะ สะท้อนถึงความเข้าใจในความหลากหลายของสังคมไทยและความต้องการที่จะสร้างความยั่งยืนในระดับพื้นฐาน
จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการทฤษฎีและการปฏิบัติเข้าด้วยกัน การวิเคราะห์ต้นทุน ศักยภาพ และระบบนิเวศของเยาวชนในแต่ละพื้นที่แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบในการวางแผน การวิเคราะห์ความกตัญญูและเป้าหมายชีวิตของเยาวชนเป็นสิ่งจำเป็นในการออกแบบโปรแกรมที่ตรงกับความต้องการ การศึกษาความหมายของความกตัญญูในมุมมองของเยาวชนเอง ซึ่งแตกต่างกันไปตามบริบททางสังคมและวัฒนธรรม เป็นการสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งและช่วยให้สามารถออกแบบโปรแกรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแบ่งกระบวนการพัฒนาออกเป็น 2 ระยะ ช่วยให้การวิจัยเป็นระบบและสามารถติดตามประเมินผลได้อย่างชัดเจน
นวัตกรรม "การบ่มเพาะความกตัญญูและเป้าหมายชีวิตของเยาวชนนำสู่การอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรของบุคคลทุกวัย" เป็นผลลัพธ์ที่สำคัญ แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างแบบจำลองการพัฒนาที่ยั่งยืน การเน้นความกตัญญู 4 ประการ (ต่อตนเอง ผู้มีพระคุณ เพื่อน และชุมชน/สิ่งแวดล้อม) แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในมิติที่หลากหลายของความกตัญญูที่ไม่ใช่แค่การตอบแทนบุญคุณผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลตนเอง การเคารพผู้อื่น และการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ดี การใช้กลยุทธ์การขับเคลื่อนระบบ เช่น การให้เกียรติผู้นำ การสร้างแรงบันดาลใจ การพัฒนาจิตและปัญญา และการติดตามเยี่ยมเยียน แสดงถึงการบริหารจัดการโครงการที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ขนาดตัวอย่างที่อาจไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ หรือระยะเวลาการวิจัยที่อาจไม่เพียงพอต่อการติดตามผลระยะยาว การขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆ อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ การวัดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอาจต้องมีเครื่องมือที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น แม้ว่าผลการวิจัยจะแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจในระดับเด็กและเยาวชน และระดับชุมชน แต่การประเมินผลที่เป็นระบบและมีมาตรฐานจะช่วยให้สามารถสรุปผลได้อย่างน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยั่งยืนของระบบนิเวศที่สร้างขึ้นหลังจากสิ้นสุดโครงการก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เห็นภาพรวมที่สมบูรณ์มากขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับ อุตสาหกรรมสังคมสงเคราะห์และการพัฒนาชุมชน เพราะผลลัพธ์ของงานวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นแบบจำลองในการพัฒนาโครงการต่างๆ ที่ส่งเสริมความกตัญญูและการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเป้าหมายคือเด็กและเยาวชนในชุมชนแออัดและชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังเหมาะกับ อุตสาหกรรมการศึกษา เพราะสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรม และ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะการส่งเสริมความกตัญญูและการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับชุมชนและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพ นักสังคมสงเคราะห์, ครู, นักจิตวิทยา, นักพัฒนาชุมชน, เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน, และ ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม (Social Entrepreneur) เนื่องจากอาชีพเหล่านี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานกับเด็กและเยาวชน การทำงานกับชุมชน และการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม พวกเขาสามารถนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการทำงานของตน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน และสร้างสังคมที่เอื้ออาทรมากขึ้น
| รหัสโครงการ : | 172913 |
| หัวหน้าโครงการ : | รศ.ดร. กาญจน์สุนภัส บาลทิพย์ |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | วัตถุประสงค์หลัก เพื่อพัฒนาระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยผ่านการสร้างเสริมความกตัญญูของเยาวชน ของ 2 พื้นที่ คือ ปอเนาะญาลานันบารู อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และชุมชน (แออัด) ริมทางรถไฟ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วัตถุประสงค์รอง 1. วิเคราะห์ต้นทุน ศักยภาพ ระบบนิเวศของของเยาวชน 2. วิเคราะห์ความกตัญญู และเป้าหมายชีวิตของเยาวชน 3. วิเคราะห์บทบาทของกลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร และร่วมสร้างเสริมความกตัญญูแก่เยาวชน 4. ออกแบบระบบนิเวศที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยผ่านการสร้างเสริมความกตัญญูของเยาวชน 5. ขยายผลการใช้โปรแกรมส่งเสริมความกตัญญูไปยังชุมชนแออัดอื่น ๆ |
รศ.ดร. กาญจน์สุนภัส บาลทิพย์. (2565). การพัฒนาระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยผ่านการสร้างเสริมความกตัญญูของเยาวชน. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. สงขลา.
รศ.ดร. กาญจน์สุนภัส บาลทิพย์. 2565. "การพัฒนาระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยผ่านการสร้างเสริมความกตัญญูของเยาวชน". มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. สงขลา.
รศ.ดร. กาญจน์สุนภัส บาลทิพย์. "การพัฒนาระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยผ่านการสร้างเสริมความกตัญญูของเยาวชน". มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2565. สงขลา.
รศ.ดร. กาญจน์สุนภัส บาลทิพย์. การพัฒนาระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยผ่านการสร้างเสริมความกตัญญูของเยาวชน. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2565. สงขลา.