กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี

การวิจัยเชิงลึกทางอุทกธรณีวิทยาเพื่อพัฒนาระบบการจัดการน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงต่อการรุกตัวของน้ำเค็มและมีการใช้น้ำบาดาลมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย: กรณีศึกษา แอ่งน้ำบาดาลย่อยห้วยเตย

... 25 มีนาคม 2568
การวิจัยเชิงลึกทางอุทกธรณีวิทยาเพื่อพัฒนาระบบการจัดการน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงต่อการรุกตัวของน้ำเค็มและมีการใช้น้ำบาดาลมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย: กรณีศึกษา แอ่งน้ำบาดาลย่อยห้วยเตย
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับอุทกธรณีวิทยาในแอ่งน้ำบาดาลย่อยห้วยเตย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการใช้น้ำบาดาลสูงและเสี่ยงต่อการรุกตัวของน้ำเค็ม การวิจัยมุ่งเน้นการสร้างแผนที่อุทกธรณีวิทยา, การจำแนกระบบการไหลย่อยของน้ำบาดาล, การพัฒนาเครือข่ายสังเกตการณ์คุณภาพและปริมาณน้ำบาดาล, และการประเมินความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนน้ำบาดาล จุดเด่นของงานวิจัยอยู่ที่การนำข้อมูลเชิงลึกทางอุทกธรณีวิทยามาใช้ในการวางแผนการจัดการน้ำบาดาลอย่างยั่งยืน

การศึกษาพบว่าแหล่งน้ำบาดาลหลักในพื้นที่มาจากชั้นหินตะกอนหินร่วนและหินแข็ง โดยมีชั้นหินมหาสารคามซึ่งประกอบด้วยชั้นหินทรายและเกลือหินเป็นแหล่งกำเนิดความเค็ม ความเค็มนี้แพร่กระจายในบริเวณขอบพื้นที่ศึกษา ทำให้เกิดน้ำบาดาลกร่อยและเค็ม ปัจจุบันการใช้น้ำบาดาลเกินกว่าปริมาณการเติมตามธรรมชาติถึง 5.18 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ส่งผลให้ระดับน้ำบาดาลลดลงอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ศึกษาถูกแบ่งออกเป็นระบบการไหลย่อย 3 ระบบ โดยระบบท่าพระและกุดรัง มีการใช้น้ำบาดาลเกินกว่าการเติมตามธรรมชาติและมีการลดระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง

งานวิจัยยังได้ทำการจำลองสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในอนาคต 30 ปี โดยพิจารณา 2 ภาพฉาย ภาพฉายแรกสมมติให้มีการพัฒนาเมืองและอุตสาหกรรมควบคู่กับการเกษตร ภาพฉายที่สองสมมติให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามแนวโน้มปัจจุบัน ผลการจำลองแสดงให้เห็นว่าแม้การใช้น้ำบาดาลรวมในอนาคตอาจลดลง แต่การใช้น้ำบาดาลเพื่อธุรกิจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนและการเติมน้ำบาดาลตามธรรมชาติคาดว่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำบาดาลสูงขึ้นและส่งผลต่อการไหลและการแพร่กระจายของความเค็ม

การประเมินความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนพบว่าพื้นที่ถึง 15% มีความเสี่ยงสูงถึงสูงมาก สาเหตุหลักมาจากแหล่งกำจัดขยะและโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้ การวิจัยยังพบว่าประชาชนให้ความสำคัญกับการใช้น้ำบาดาลเพื่ออุปโภคบริโภคสูงสุด และระบบการจัดการน้ำบาดาลปัจจุบันยังอยู่ในระดับพอใช้ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดทำและเผยแพร่ข้อมูลอุทกธรณีวิทยาให้แก่สาธารณะ

โดยสรุป งานวิจัยนี้มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการวางแผนการจัดการน้ำบาดาลอย่างยั่งยืนในพื้นที่แอ่งน้ำบาดาลย่อยห้วยเตยและพื้นที่อื่นๆที่คล้ายคลึงกันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การวิเคราะห์เชิงลึก การจำลองสถานการณ์ และการประเมินความเสี่ยง ทำให้สามารถวางแผนการใช้น้ำบาดาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบด้านลบ และส่งเสริมการใช้น้ำบาดาลอย่างยั่งยืน การเผยแพร่ผลการวิจัยนี้จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนบริหารจัดการน้ำบาดาลได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:

  1. อุตสาหกรรมน้ำ: ข้อมูลจากงานวิจัยนี้สำคัญมากต่อการวางแผนการจัดการน้ำบาดาล การประเมินคุณภาพน้ำ และการคาดการณ์ความต้องการน้ำในอนาคต บริษัทน้ำดื่ม หรือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาน้ำสามารถนำข้อมูลนี้ไปปรับปรุงกระบวนการผลิตและการวางแผนธุรกิจ

  2. อุตสาหกรรมเกษตรกรรม: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญ ข้อมูลการใช้น้ำบาดาล ระดับน้ำบาดาล และความเสี่ยงต่อการรุกตัวของน้ำเค็ม มีประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนการใช้น้ำในภาคเกษตร ช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ

  3. อุตสาหกรรมการก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์: ข้อมูลทางอุทกธรณีวิทยาเป็นสิ่งจำเป็นในการวางแผนการก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการขนาดใหญ่ งานวิจัยนี้ช่วยประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับโครงการก่อสร้างจากการใช้น้ำบาดาลหรือการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำบาดาล

  4. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว: การท่องเที่ยวในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำหรือคุณภาพน้ำบาดาล ข้อมูลจากงานวิจัยนี้สามารถช่วยวางแผนการจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าการท่องเที่ยวสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน

  5. อุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม: ข้อมูลการปนเปื้อนน้ำบาดาล และการประเมินความเสี่ยง เป็นข้อมูลสำคัญต่อการวางแผนการจัดการสิ่งแวดล้อม และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อมสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการวางแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหา

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลในหลายอาชีพ ได้แก่:

  1. นักอุทกธรณีวิทยา: งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกทางอุทกธรณีวิทยาที่สามารถนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนา นักอุทกธรณีวิทยาสามารถนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์ สร้างแบบจำลอง และพัฒนาเทคนิคการจัดการน้ำบาดาล

  2. นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม: ข้อมูลเกี่ยวกับการปนเปื้อนน้ำบาดาลและการประเมินความเสี่ยง เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวิจัยและการวางแผนการจัดการสิ่งแวดล้อม

  3. วิศวกรสิ่งแวดล้อม: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการออกแบบและวางแผนระบบจัดการน้ำบาดาล เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้น้ำบาดาลเป็นไปอย่างยั่งยืน

  4. นักวางแผนเมือง: ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้น้ำบาดาล และการพัฒนาเมือง มีความสำคัญต่อการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

  5. เจ้าหน้าที่รัฐ: ข้อมูลจากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบาย การวางแผน และการบริหารจัดการน้ำบาดาล เพื่อให้การใช้น้ำบาดาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

  6. เกษตรกร: เกษตรกรสามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับระดับน้ำบาดาลและคุณภาพน้ำบาดาลมาใช้ในการวางแผนการเพาะปลูกและการใช้น้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิต

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 172734
หัวหน้าโครงการ : ดร. เกวรี พลเกิ้น
ปีงบประมาณ : 2565
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : 1.จัดทำแผนที่อุทกธรณีวิทยา (Basic Hydrogeological Maps) และรายละเอียดแหล่งน้ำบาดาลหรือชั้นหินอุ้มน้ำ (Aquifer Delineation)2.พัฒนาระบบระบบเครือข่ายสังเกตการณ์ระดับแรงดันน้ำบาดาล (Groundwater PiezometricMonitoring Network) และระบบเครือข่ายสังเกตการณ์คุณภาพน้ำบาดาล (Groundwater QualityMonitoring Network)3.จัดทำแผนที่การประเมินความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนมลพิษในน้ำบาดาล (Groundwater PollutionHazard Assessment)

ดร. เกวรี พลเกิ้น. (2565). การวิจัยเชิงลึกทางอุทกธรณีวิทยาเพื่อพัฒนาระบบการจัดการน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงต่อการรุกตัวของน้ำเค็มและมีการใช้น้ำบาดาลมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย: กรณีศึกษา แอ่งน้ำบาดาลย่อยห้วยเตย. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น, มหาสารคาม.

ดร. เกวรี พลเกิ้น. 2565. "การวิจัยเชิงลึกทางอุทกธรณีวิทยาเพื่อพัฒนาระบบการจัดการน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงต่อการรุกตัวของน้ำเค็มและมีการใช้น้ำบาดาลมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย: กรณีศึกษา แอ่งน้ำบาดาลย่อยห้วยเตย". มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น, มหาสารคาม.

ดร. เกวรี พลเกิ้น. "การวิจัยเชิงลึกทางอุทกธรณีวิทยาเพื่อพัฒนาระบบการจัดการน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงต่อการรุกตัวของน้ำเค็มและมีการใช้น้ำบาดาลมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย: กรณีศึกษา แอ่งน้ำบาดาลย่อยห้วยเตย". มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2565. ขอนแก่น, มหาสารคาม.

ดร. เกวรี พลเกิ้น. การวิจัยเชิงลึกทางอุทกธรณีวิทยาเพื่อพัฒนาระบบการจัดการน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงต่อการรุกตัวของน้ำเค็มและมีการใช้น้ำบาดาลมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย: กรณีศึกษา แอ่งน้ำบาดาลย่อยห้วยเตย. มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2565. ขอนแก่น, มหาสารคาม.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา