การผันแปรของความหมายของวัสดุกับวัตถุในงานศิลปะ
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การผันแปรของความหมายของวัสดุกับวัตถุในงานศิลปะ" นี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่าง "แก้ว" ในฐานะวัสดุและวัตถุทางศิลปะ โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงของความหมายที่เกิดขึ้นจากกระบวนการสร้างสรรค์ งานวิจัยไม่ได้หยุดอยู่แค่การวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพของแก้ว เช่น ความโปร่งใส โปร่งแสง หรือทึบแสง แต่ยังขยายไปสู่การสำรวจความหมายเชิงสัญลักษณ์และการตีความที่เกิดขึ้นเมื่อแก้วถูกนำมาใช้สร้างงานศิลปะ
จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการใช้ "แก้ว" เป็นตัวกลางในการศึกษา แก้วเป็นวัสดุที่มีความพิเศษ มีความหลากหลายในการนำมาใช้ และสามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงและคุณสมบัติได้อย่างน่าสนใจ การเลือกแก้วเป็นวัตถุศึกษาจึงทำให้สามารถศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุกับวัตถุได้อย่างลึกซึ้ง และเปิดโอกาสให้เกิดการตีความที่หลากหลาย งานวิจัยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพของแก้ว แต่ยังให้ความสำคัญกับบริบท พื้นที่ และปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่มีผลต่อการรับรู้และความหมายของงานศิลปะที่สร้างจากแก้ว
วิธีการศึกษาใช้การทดลองตรวจสอบแก้วภายใต้เงื่อนไขและปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นวิธีการเชิงประจักษ์ที่ช่วยให้ได้ข้อมูลที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมีการนำแนวคิดทางปรัชญา ทฤษฎีทางศิลปะ และผลงานของศิลปินกรณีศึกษา มาประกอบการวิเคราะห์ ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างวิธีการเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การนำผลงานศิลปะของศิลปินมาเป็นกรณีศึกษาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับงานวิจัย โดยช่วยให้เห็นภาพความเป็นไปได้ในการนำแก้วมาใช้สร้างสรรค์งานศิลปะ และความหลากหลายของการตีความที่เกิดขึ้น
จุดมุ่งหมายสำคัญอีกประการหนึ่งของงานวิจัยคือการสร้างประสบการณ์ (Experience) และประสบการณ์ทางสุนทรียภาพ (Aesthetic Experience) ให้กับผู้ชม งานวิจัยเน้นความสำคัญของการสร้างงานศิลปะที่มีความหมายปลายเปิด ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการตีความและสร้างความหมายของงานศิลปะเอง ตรงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในธรรมชาติของงานศิลปะสมัยใหม่ที่มักเน้นการมีส่วนร่วมของผู้ชม และการตีความที่หลากหลาย
โดยสรุปแล้ว งานวิจัยนี้มีความน่าสนใจ และมีความสำคัญในการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุ วัตถุ และความหมายในงานศิลปะ การใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน การเน้นความสำคัญของบริบท และการมุ่งสร้างประสบการณ์ทางสุนทรียะ ทำให้เกิดการวิเคราะห์เชิงลึก และสร้างความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อวงการศิลปะ และการศึกษาทางศิลปะ อีกทั้งยังเปิดกว้างสำหรับการต่อยอดงานวิจัยในอนาคต โดยเฉพาะการศึกษาเกี่ยวกับวัสดุอื่นๆ และการขยายขอบเขตของการศึกษาไปสู่สื่อศิลปะอื่นๆ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการออกแบบผลิตภัณฑ์จากแก้ว เช่น อุตสาหกรรมแก้ว อุตสาหกรรมเซรามิก และอุตสาหกรรมการตกแต่งภายใน เหตุผลก็คือ งานวิจัยนี้ศึกษาคุณสมบัติและความเป็นไปได้ในการนำแก้วมาใช้สร้างสรรค์งานศิลปะ ซึ่งสามารถนำความรู้และผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีความสร้างสรรค์ และมีมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ การศึกษาเกี่ยวกับการรับรู้และความหมายของงานศิลปะที่สร้างจากแก้ว ยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการตลาดและการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้มากขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับนักออกแบบ ศิลปิน และนักวิจัยทางด้านศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักออกแบบผลิตภัณฑ์ นักออกแบบตกแต่งภายใน และศิลปินที่ทำงานเกี่ยวกับการสร้างสรรค์งานศิลปะจากแก้ว เหตุผลคือ งานวิจัยนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติ การใช้ และการตีความของแก้วในงานศิลปะ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์งานออกแบบ และการสร้างสรรค์งานศิลปะได้ นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังสามารถเป็นประโยชน์ต่อนักวิจัยทางด้านศิลปะ ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุ วัตถุ และความหมายในงานศิลปะ รวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการสร้างสรรค์และการรับรู้ทางสุนทรียะ
| รหัสโครงการ : | 182549 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายจักรพันธ์ วิลาสินีกุล |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยศิลปากร |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. ศึกษาการแปรเปลี่ยนคุณลักษณะ คุณสมบัติ และรูปทรงของแก้วที่ทำให้เกิดความหมายหรือการผันแปรของความหมายผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ เพื่อสร้างประสบการณ์ (Experience) รวมไปถึงประสบการณ์ทางสุนทรียภาพ (Aesthetic Experience) ก่อให้เกิดคุณค่า และการให้ความหมายในงานสร้างสรรค์ทางศิลปะ2. ศึกษาบริบทและปัจจัยแวดล้อมที่ให้ผลต่อการรับรู้ และเข้าใจความหมายของงานสร้างสรรค์ โดยมีแก้วเป็นวัตถุของการศึกษา (Object of Studies) เพื่อสร้างแรงกระตุ้นของการรับรู้ ก่อให้เกิดประสบการณ์ ประสบการณ์ทางสุนทรียภาพ และการตีความบนงานศิลปะ |
นายจักรพันธ์ วิลาสินีกุล. (2564). การผันแปรของความหมายของวัสดุกับวัตถุในงานศิลปะ. มหาวิทยาลัยศิลปากร. .
นายจักรพันธ์ วิลาสินีกุล. 2564. "การผันแปรของความหมายของวัสดุกับวัตถุในงานศิลปะ". มหาวิทยาลัยศิลปากร. .
นายจักรพันธ์ วิลาสินีกุล. "การผันแปรของความหมายของวัสดุกับวัตถุในงานศิลปะ". มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2564. .
นายจักรพันธ์ วิลาสินีกุล. การผันแปรของความหมายของวัสดุกับวัตถุในงานศิลปะ. มหาวิทยาลัยศิลปากร; 2564. .