การพัฒนาวัสดุทันตกรรมครอบฟันกลุ่มเซรามิกและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การพัฒนาวัสดุทันตกรรมครอบฟันกลุ่มเซรามิกและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน" มุ่งเน้นการพัฒนาและผลิตวัสดุครอบฟันเซรามิกภายในประเทศไทย เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูง งานวิจัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากครอบฟันเซรามิกเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่มีความต้องการสูง การพึ่งพาการนำเข้าทำให้ต้นทุนการรักษาสูงและอาจมีปัญหาเรื่องการจัดหา การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตภายในประเทศจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบบริการทางทันตกรรม
งานวิจัยนี้แบ่งเป็นสองส่วนหลักคือ การพัฒนาแก้วลิเทียมไดซิลิเกตและการพัฒนาเรซินเมทริกซ์เซรามิก การศึกษาสมบัติทางกลและทางกายภาพของแก้วลิเทียมไดซิลิเกตโดยการทดลองกับสารให้สีที่แตกต่างกันนั้น มีความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพและความสวยงามของครอบฟัน การได้องค์ประกอบและกระบวนการผลิตที่เหมาะสมจะนำไปสู่การผลิตครอบฟันที่มีความแข็งแรง ทนทาน และมีสีสันที่สวยงามตามความต้องการของผู้ป่วย ขั้นตอนนี้ต้องการความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์วัสดุและวิศวกรรมเคมีอย่างมาก
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรซินเมทริกซ์เซรามิกนั้น การศึกษาอัตราส่วนระหว่างอนุภาคเซรามิกและเรซินมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณสมบัติของวัสดุ การค้นหาอัตราส่วนที่เหมาะสมจะส่งผลต่อความแข็งแรง ความทนทาน และความคงทนของครอบฟัน การวิจัยส่วนนี้จำเป็นต้องอาศัยความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ วิศวกรรมเคมี และวิศวกรรมชีวการแพทย์ เพื่อให้ได้วัสดุที่ไม่เพียงแต่แข็งแรงและทนทานเท่านั้น แต่ยังปลอดภัยและเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อในช่องปากของผู้ป่วยอีกด้วย
นอกจากการทดลองในห้องปฏิบัติการแล้ว งานวิจัยนี้ยังเน้นการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและการผลิตแก้วและแก้วเซรามิก การพัฒนาบุคลากรนี้มีความสำคัญต่อการสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาว การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปสู่บุคลากร จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถผลิตและพัฒนาวัสดุทันตกรรมคุณภาพสูงได้อย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและบุคลากรจากต่างประเทศ
โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญทั้งในเชิงวิชาการและเชิงพาณิชย์ การพัฒนาวัสดุครอบฟันเซรามิกภายในประเทศ จะช่วยลดต้นทุนการรักษา เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาวัสดุทางการแพทย์ชนิดอื่นๆ ได้อีกด้วย การที่งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทำให้เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่าและควรค่าแก่การสนับสนุนอย่างยิ่ง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุทันตกรรม อุตสาหกรรมเซรามิก และอุตสาหกรรมการแพทย์ เหตุผลคือ:
-
อุตสาหกรรมการผลิตวัสดุทันตกรรม: งานวิจัยนี้ตรงประเด็นกับการพัฒนาและผลิตวัสดุครอบฟันเซรามิก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักในอุตสาหกรรมนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตภายในประเทศจะช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาวัสดุทันตกรรมชนิดอื่นๆ ต่อไปได้
-
อุตสาหกรรมเซรามิก: งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและสังเคราะห์วัสดุเซรามิก ซึ่งเป็นองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิกอื่นๆ ได้ เช่น อุตสาหกรรมเซรามิกสำหรับงานอุตสาหกรรม หรือเซรามิกสำหรับงานตกแต่ง การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแก้วและแก้วเซรามิกจะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเซรามิกไทยในตลาดโลกได้
-
อุตสาหกรรมการแพทย์: วัสดุครอบฟันเซรามิกเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ การพัฒนาวัสดุที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ จะช่วยยกระดับคุณภาพการรักษาทางทันตกรรม และส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์ของประเทศ องค์ความรู้ที่ได้อาจนำไปสู่การพัฒนาวัสดุทางการแพทย์ชนิดอื่นๆ ในอนาคตได้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ เช่น นักวิทยาศาสตร์วัสดุ วิศวกรเคมี ทันตแพทย์ และนักวิจัย เหตุผลคือ:
-
นักวิทยาศาสตร์วัสดุ: งานวิจัยนี้ต้องการความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์วัสดุ เพื่อศึกษาสมบัติทางกลและทางกายภาพของวัสดุ การออกแบบ การสังเคราะห์ และการปรับปรุงสมบัติของวัสดุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของการพัฒนาแก้วลิเทียมไดซิลิเกตและเรซินเมทริกซ์เซรามิก
-
วิศวกรเคมี: วิศวกรเคมีมีความรู้ความสามารถในการออกแบบและควบคุมกระบวนการผลิต การเลือกใช้วัสดุ และการวิเคราะห์กระบวนการผลิต ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตวัสดุครอบฟันเซรามิก โดยเฉพาะในส่วนของการปรับขนาดการผลิตเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์
-
ทันตแพทย์: ทันตแพทย์สามารถนำองค์ความรู้จากงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ในการรักษาผู้ป่วย เช่น การเลือกใช้วัสดุครอบฟันที่เหมาะสม และการประเมินผลการรักษา นอกจากนี้ ทันตแพทย์ยังสามารถให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับคุณสมบัติของวัสดุที่ต้องการ เพื่อให้ตรงกับความต้องการทางคลินิก
-
นักวิจัย: งานวิจัยนี้เป็นฐานความรู้สำหรับการวิจัยต่อยอดในอนาคต นักวิจัยสามารถใช้ผลการวิจัยนี้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาวัสดุทันตกรรมชนิดอื่นๆ หรือศึกษาคุณสมบัติของวัสดุอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
| รหัสโครงการ : | 173494 |
| หัวหน้าโครงการ : | ผศ.ทพ.ดร. ธีระพงษ์ ม้ามณี |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อศึกษาสารให้สีที่แตกต่างกันต่อสมบัติทางกลและทางกายภาพของชิ้นงานแก้วลิเทียมไดซิลิเกต เพื่อทำการผลิตต้นแบบแก้วลิเทียมไดซิลิเกตที่สามารถขึ้นรูปและผลิตได้ภายในประเทศ เพื่อผลิตบัณฑิตและพัฒนาขีดความสามารถในด้านการวิจัยของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการผลิตแก้วและแก้วเซรามิก เพื่อศึกษาอัตราส่วนระหว่างอนุภาคเซรามิกและเรซินสำหรับในการประยุกต์ทางทันตกรรม เพื่อให้ได้เงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการนำมาประดิษฐ์เป็นชิ้นงานทันตกรรมในส่วนของครอบฟัน |
ผศ.ทพ.ดร. ธีระพงษ์ ม้ามณี. (2565). การพัฒนาวัสดุทันตกรรมครอบฟันกลุ่มเซรามิกและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, พิษณุโลก.
ผศ.ทพ.ดร. ธีระพงษ์ ม้ามณี. 2565. "การพัฒนาวัสดุทันตกรรมครอบฟันกลุ่มเซรามิกและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, พิษณุโลก.
ผศ.ทพ.ดร. ธีระพงษ์ ม้ามณี. "การพัฒนาวัสดุทันตกรรมครอบฟันกลุ่มเซรามิกและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2565. กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, พิษณุโลก.
ผศ.ทพ.ดร. ธีระพงษ์ ม้ามณี. การพัฒนาวัสดุทันตกรรมครอบฟันกลุ่มเซรามิกและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2565. กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, พิษณุโลก.