กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์

การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5

... 28 มีนาคม 2568
การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยเรื่อง "การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5" นี้ เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มุ่งแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญอย่างปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผาอ้อยในอุตสาหกรรมน้ำตาล งานวิจัยนี้ใช้แนวทางการวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยศึกษาพฤติกรรมของเกษตรกรชาวไร่อ้อยใน 8 จังหวัดอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจของเกษตรกรในการเผาอ้อยและการยอมรับเทคโนโลยีทางเลือก

จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบาย การวิเคราะห์ Minimum Acceptable Price (MAP) และ Willingness to Accept (WTA) ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่า การใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ เช่น การอุดหนุนหรือการปรับราคา จะต้องใช้เงินลงทุนเท่าใดจึงจะสามารถผลักดันให้เกษตรกรหันมาใช้เทคโนโลยีทดแทนการเผาได้ตามเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น การที่รัฐบาลต้องเพิ่มเงินอุดหนุนเป็น 150 บาท/ตัน เพื่อให้เกษตรกรหันมาขายอ้อยสดมากกว่า 90% หรือการปรับเพิ่มค่าปรับการเผาอ้อยเป็น 50 บาท/ตัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวางแผนงบประมาณและการจัดสรรทรัพยากรของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การศึกษา Willingness to Pay (WTP) สำหรับเทคโนโลยีต่างๆ เช่น รถตัดอ้อยขนาดใหญ่ รถตัดอ้อยแบบมีกล่อง และเครื่องสางใบอ้อยรวมแรงงาน ช่วยให้เห็นถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในเทคโนโลยีแต่ละประเภท และช่วยให้ภาครัฐสามารถเลือกสนับสนุนเทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดได้ อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ความเต็มใจจ่ายของเกษตรกรนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละเทคโนโลยี ซึ่งอาจสะท้อนถึงความแตกต่างในด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ หรือความสะดวกในการใช้งาน จึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของความแตกต่างนี้ และเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ความต้องการและความสามารถในการจ่ายของเกษตรกรได้ดียิ่งขึ้น

ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้อาจอยู่ที่การศึกษาในพื้นที่จำกัดเพียง 8 จังหวัด ซึ่งอาจไม่สามารถนำไปสรุปผลทั่วประเทศได้ การขยายกลุ่มตัวอย่างให้ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกอ้อยทั่วประเทศ รวมถึงการศึกษาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจของเกษตรกร เช่น ปัจจัยด้านสังคม วัฒนธรรม และความรู้ความเข้าใจ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความครอบคลุมของผลการวิจัยให้มากขึ้น

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ อุตสาหกรรมน้ำตาล เนื่องจากปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผาอ้อยเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของเกษตรกร ความต้องการด้านเทคโนโลยี และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการลงทุนในเทคโนโลยีทดแทนการเผา ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมน้ำตาลสามารถวางแผนการผลิตที่ยั่งยืน ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสาธารณชน นอกจากนี้ยังเหมาะกับ อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายเทคโนโลยีทดแทนการเผาอ้อย ข้อมูลจากงานวิจัยนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตรงกับความต้องการของตลาด และวางแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ เช่น นักวิชาการด้านการเกษตร, นักเศรษฐศาสตร์, นักสิ่งแวดล้อม, เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเกษตรและสิ่งแวดล้อม, และ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร ข้อมูลจากงานวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนงาน การวิเคราะห์ปัญหา และการกำหนดนโยบายที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังเหมาะกับ เกษตรกรชาวไร่อ้อย เนื่องจากงานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางเลือก ต้นทุน และประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบรู้และมีประสิทธิภาพ

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 174074
หัวหน้าโครงการ : ดร. ถิรภาพ ฟักทอง
ปีงบประมาณ : 2565
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมเชิงลึกของกระบวนการเพาะปลูกอ้อยของเกษตรกรในขั้นตอนระหว่างและภายหลังการเก็บเกี่ยว2) เพื่อศึกษารูปแบบการใช้เทคโนโลยีทดแทนการเผาอ้อยในระดับฟาร์ม ในแง่พฤติกรรมเพื่อประเมินต้นทุนและประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง3) เพื่อคำนวณมูลค่าความเต็มใจจ่ายในเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อลดการเผาในระดับฟาร์ม มาใช้ของ เกษตรชาวไร่อ้อยในพื้นที่ 8 จังหวัด4) เพื่อออกแบบระบบแรงจูงใจที่เหมาะสมเพื่อนำเทคโนโลยีที่ลดการเผามาใช้มากขึ้น อันจะนำมาซึ่งการปล่อยฝุ่น PM 2.5 ที่น้อยลง

ดร. ถิรภาพ ฟักทอง. (2565). การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ชลบุรี, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์, ลพบุรี, สระแก้ว, สุพรรณบุรี.

ดร. ถิรภาพ ฟักทอง. 2565. "การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ชลบุรี, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์, ลพบุรี, สระแก้ว, สุพรรณบุรี.

ดร. ถิรภาพ ฟักทอง. "การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2565. กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ชลบุรี, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์, ลพบุรี, สระแก้ว, สุพรรณบุรี.

ดร. ถิรภาพ ฟักทอง. การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2565. กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ชลบุรี, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์, ลพบุรี, สระแก้ว, สุพรรณบุรี.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา

รายการที่เกี่ยวข้อง