การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมชนิดความชื้นสูงจากกระบวนการเอกซ์ทรูชันเพื่อพัฒนาโครงสร้างเส้นใยและลักษณะเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมชนิดความชื้นสูงที่มีลักษณะเนื้อสัมผัสและโครงสร้างเส้นใยใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์จริง โดยใช้กระบวนการเอกซ์ทรูชัน ซึ่งเป็นเทคนิคการขึ้นรูปอาหารที่มีประสิทธิภาพสูง งานวิจัยได้ศึกษาอย่างละเอียดถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เริ่มจากการเลือกใช้วัตถุดิบ ได้แก่ แป้งถั่วเหลืองสกัดไขมัน (DFSF), โปรตีนถั่วเหลืองสกัด (SPI), โปรตีนถั่วพีสกัด (PPI), และกลูเตนสาลี (WG) การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และเคมีกายภาพของวัตถุดิบแต่ละชนิดเป็นขั้นตอนสำคัญ พบว่า SPI มีปริมาณโปรตีนสูงสุด แต่ DFSF มีปริมาณไขมันต่ำสุด การเลือกสัดส่วนของวัตถุดิบจึงมีความสำคัญต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ งานวิจัยได้ทดลองหาสูตรและสภาวะการผลิตที่เหมาะสม โดยศึกษาผลของปัจจัย 3 ปัจจัย คือ ชนิดของโปรตีนสกัด, ความชื้นของวัตถุดิบ, และความเร็วรอบสกรู ต่อคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
การทดลองเน้นการปรับปรุงโครงสร้างเส้นใยของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการทำให้เนื้อเทียมมีลักษณะคล้ายคลึงกับเนื้อสัตว์มากขึ้น การใช้กลูเตนสาลี (WG) ในสูตรแสดงให้เห็นถึงผลดีต่อการสร้างโครงสร้างเส้นใย การทดลองยังศึกษาผลของวัตถุเจือปนอาหาร เช่น เบกกิ้งโซดา และโซเดียมไตรโพลีฟอตเฟต (STPP) ต่อคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ พบว่า เบกกิ้งโซดาช่วยให้ได้เนื้อเทียมที่มีเส้นใยแนวยาว การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการผลิตกับคุณสมบัติทางประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์เป็นอีกขั้นตอนสำคัญ งานวิจัยพบว่า ความชื้นของวัตถุดิบและความเร็วรอบสกรูส่งผลต่อความแข็งและความสว่างของเนื้อเทียม การเพิ่มความชื้นทำให้เนื้อเทียมนุ่มขึ้นและสว่างขึ้น ในขณะที่การเพิ่มความเร็วรอบสกรูทำให้เนื้อเทียมแข็งขึ้นและสีเข้มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ไม่มีผลต่อความสามารถในการอุ้มน้ำของผลิตภัณฑ์ ผลการทดสอบทางประสาทสัมผัสยืนยันว่า เนื้อเทียมที่มีโครงสร้างเส้นใยชัดเจนจะได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมากกว่า ในขณะที่ลักษณะเนื้อสัมผัสคล้ายเจลหรือยางและกลิ่นถั่วที่แรงจะทำให้ผู้บริโภคไม่พึงพอใจ สุดท้าย งานวิจัยได้ศึกษาอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ พบว่า สามารถเก็บรักษาได้อย่างน้อย 60 วัน ด้วยการบรรจุสุญญากาศในตู้เย็นและตู้แช่แข็ง
งานวิจัยนี้มีข้อดีหลายประการ คือ ได้ศึกษาอย่างละเอียดทั้งด้านวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์ การใช้ Design of Experiment (DOE) ในการศึกษาผลของปัจจัยต่างๆ ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและแม่นยำ การศึกษาผลของวัตถุดิบและวัตถุเจือปนอาหารที่หลากหลายทำให้สามารถพัฒนาสูตรและสภาวะการผลิตที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม งานวิจัยอาจขาดการเปรียบเทียบกับเนื้อเทียมชนิดอื่นๆ หรือการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพของผลิตภัณฑ์ การขยายผลการวิจัยไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมและการศึกษาตลาดก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาต่อไป การศึกษาต้นทุนการผลิตและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของผลิตภัณฑ์ก็จะเป็นข้อมูลที่สำคัญต่อการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ การศึกษาความคงตัวทางกายภาพ เคมี และจุลชีววิทยาของผลิตภัณฑ์ในระยะยาวก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การวิเคราะห์เชิงลึกถึงกลไกการเกิดโครงสร้างเส้นใยและการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของโปรตีนระหว่างกระบวนการเอกซ์ทรูชันก็จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ อุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป และ อุตสาหกรรมผลิตอาหารทางเลือก (Alternative Food) เหตุผลหลักคือ งานวิจัยนี้พัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมที่มีคุณภาพสูง มีลักษณะเนื้อสัมผัสและโครงสร้างใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ทั้งในแง่ของสุขภาพ ความยั่งยืน และการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ กระบวนการผลิตที่ใช้เป็นกระบวนการเอกซ์ทรูชัน ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร จึงสามารถนำไปใช้ในโรงงานผลิตได้จริง และสามารถปรับขนาดการผลิตได้ตามความต้องการของตลาด นอกจากนี้ การศึกษาอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ก็เป็นข้อมูลสำคัญต่อการวางแผนการผลิตและการจัดจำหน่าย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ ได้แก่ นักวิทยาศาสตร์อาหาร, วิศวกรอาหาร, นักเทคโนโลยีอาหาร, ผู้ประกอบการ, และ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์อาหารสามารถนำความรู้จากงานวิจัยไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ๆ หรือปรับปรุงสูตรอาหารที่มีอยู่ วิศวกรอาหารสามารถนำความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเอกซ์ทรูชันไปใช้ในการออกแบบและปรับปรุงกระบวนการผลิต นักเทคโนโลยีอาหารสามารถนำความรู้ในการควบคุมคุณภาพอาหารไปใช้ในการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์เนื้อเทียม ผู้ประกอบการสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการสร้างธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อเทียม และนักวิจัยสามารถนำผลการวิจัยไปต่อยอดการศึกษาในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาโปรตีนจากพืชเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร
| รหัสโครงการ : | 173646 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร. วราภรณ์ ประเสริฐ |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อพัฒนาลักษณะเนื้อสัมผัสและความเป็นเส้นใยของเนื้อเทียมชนิดความชื้นสูงที่ขึ้นรูปโดยกระบวนการเอกซ์ทรูชัน ศึกษาผลของการแปรผันสภาวะในการผลิตโดยกระบวนการเอกซ์ทรูชัน ต่อคุณสมบัติเชิงกายภาพ เคมี เคมีกายภาพ และการทดสอบทางประสาทสัมผัสผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมชนิดความชื้นสูง |
ดร. วราภรณ์ ประเสริฐ. (2565). การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมชนิดความชื้นสูงจากกระบวนการเอกซ์ทรูชันเพื่อพัฒนาโครงสร้างเส้นใยและลักษณะเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, นครราชสีมา.
ดร. วราภรณ์ ประเสริฐ. 2565. "การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมชนิดความชื้นสูงจากกระบวนการเอกซ์ทรูชันเพื่อพัฒนาโครงสร้างเส้นใยและลักษณะเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, นครราชสีมา.
ดร. วราภรณ์ ประเสริฐ. "การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมชนิดความชื้นสูงจากกระบวนการเอกซ์ทรูชันเพื่อพัฒนาโครงสร้างเส้นใยและลักษณะเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2565. กรุงเทพมหานคร, นครราชสีมา.
ดร. วราภรณ์ ประเสริฐ. การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมชนิดความชื้นสูงจากกระบวนการเอกซ์ทรูชันเพื่อพัฒนาโครงสร้างเส้นใยและลักษณะเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2565. กรุงเทพมหานคร, นครราชสีมา.