กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์

การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน

... 30 มีนาคม 2568
การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยเรื่อง "การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน" นี้ เป็นการวิจัยเชิงประยุกต์ที่มุ่งแก้ปัญหาการออมเพื่อการเกษียณที่ไม่เพียงพอของคนไทยในสังคมสูงอายุ โดยอาศัยหลักการทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) มาวิเคราะห์และออกแบบมาตรการส่งเสริมการออมที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การผสมผสานระหว่างการศึกษาเชิงสำรวจ (Survey) เพื่อทำความเข้าใจอคติเชิงพฤติกรรมของคนไทยกับการศึกษาเชิงทดลอง (Experimental Study) เพื่อทดสอบประสิทธิผลของมาตรการที่ออกแบบขึ้น

งานวิจัยเริ่มจากการสำรวจอคติเชิงพฤติกรรมต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการวางแผนทางการเงินของคนไทย เช่น อคติชอบปัจจุบัน (Present Bias) อคติยึดติดสภาวะเดิม (Status Quo Bias) อคติโลกแคบ (Narrow Framing) และอคติละเลยอัตราทบต้น (Compounding Bias) การทำความเข้าใจอคติเหล่านี้เป็นขั้นตอนสำคัญในการออกแบบมาตรการที่สามารถกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการออมที่พึงประสงค์

จากนั้น งานวิจัยได้นำมาตรการบางส่วนจากโครงการระยะที่ 1 มาปรับแต่งให้สอดคล้องกับอคติเชิงพฤติกรรมที่พบ และนำมาทดสอบประสิทธิผลผ่านการศึกษาเชิงทดลอง มาตรการที่นำมาทดสอบประกอบด้วย 4 มาตรการหลัก คือ (1) การออมภาคบังคับหรือกึ่งบังคับ (Automatic Enrolment) (2) การออมผ่านภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)/เงินทอน/ส่วนลด หรือการออมผ่านการใช้จ่าย (Savings Through Spending) (3) การตั้งค่าเริ่มต้นที่เหมาะสม (Default Rate) และ (4) การส่งเสริมความรอบรู้ทางการเงิน (Informational Nudging)

ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า มาตรการบางอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ามาตรการอื่น เช่น มาตรการออมในลักษณะบังคับ/กึ่งบังคับ และมาตรการกำหนดอัตราการออมตั้งต้น ได้ผลดีกับกลุ่มเป้าหมายที่ยินดีออมอยู่แล้วแต่ยังออมน้อย ส่วนมาตรการออมผ่านการใช้จ่ายได้ผลดีกับกลุ่มผู้เริ่มต้นทำงาน กลุ่มผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มผู้มีเงินออมต่ำ ขณะที่มาตรการส่งเสริมความรอบรู้ทางการเงินในรูปแบบปกติ อาจไม่เพียงพอสำหรับกลุ่มแรงงานนอกระบบที่มีรายได้ไม่แน่นอน

งานวิจัยยังเสนอแนะมาตรการเพิ่มเติม เช่น การออมผ่านการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล การมี pension dashboard และการมีบัญชีการออมเพื่อการเกษียณส่วนบุคคล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความครอบคลุมและความพยายามที่จะสร้างแนวทางที่หลากหลายในการแก้ปัญหา

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัด เช่น จำนวนกลุ่มตัวอย่างในการทดลอง และการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการต่างๆ ในกลุ่มแรงงานนอกระบบ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของประชากรไทย แม้จะมีข้อจำกัดเหล่านี้ งานวิจัยชิ้นนี้ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนการเงินเพื่อรองรับสังคมสูงอายุของไทย โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับพฤติกรรมทางจิตวิทยาของประชากรเป้าหมาย การนำเสนอผลการวิจัยในรูปแบบและช่องทางที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการออมของคนไทย และนำไปสู่การมีเงินออมที่เพียงพอสำหรับวัยเกษียณ การวิจัยนี้เป็นแบบอย่างที่ดีในการนำศาสตร์ต่างๆ มารวมกันเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่ซับซ้อน

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านการเงิน ประกันภัย และที่ปรึกษาทางการเงิน เหตุผลคือ:

  • อุตสาหกรรมการเงิน: งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการออมของคนไทย ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับสถาบันการเงินในการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตรงกับความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้า เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์การออมที่ง่ายต่อการเข้าใจและใช้งาน การกำหนดค่าเริ่มต้นที่เหมาะสม และการให้คำแนะนำทางการเงินที่ตรงกับอคติเชิงพฤติกรรมของลูกค้า

  • อุตสาหกรรมประกันภัย: การวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับการวางแผนประกันชีวิตและสุขภาพ ข้อมูลจากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันที่ตอบสนองความต้องการด้านการคุ้มครองความเสี่ยงในวัยเกษียณของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • อุตสาหกรรมที่ปรึกษาทางการเงิน: ที่ปรึกษาทางการเงินสามารถนำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอคติเชิงพฤติกรรมมาใช้ในการให้คำปรึกษาทางการเงินกับลูกค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจในการวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับนักเศรษฐศาสตร์ นักวิจัยทางสังคม นักวางแผนการเงิน ผู้จัดการกองทุน และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงิน เหตุผลคือ:

  • นักเศรษฐศาสตร์และนักวิจัยทางสังคม: งานวิจัยนี้เป็นการประยุกต์ใช้หลักการทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ซึ่งเป็นสาขาที่มีความสำคัญและกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาและวิจัยเชิงลึกต่อไปได้

  • นักวางแผนการเงิน: นักวางแผนการเงินสามารถนำข้อมูลจากงานวิจัยนี้มาใช้ในการให้คำแนะนำทางการเงินแก่ลูกค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าใจและจัดการกับอคติเชิงพฤติกรรมของตนเอง และวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ผู้จัดการกองทุน: ผู้จัดการกองทุนสามารถใช้ข้อมูลจากงานวิจัยนี้เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์การลงทุนและการสื่อสารกับผู้ลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการลงทุนของผู้ลงทุน

  • เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงิน: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายและมาตรการส่งเสริมการออมและการลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและพฤติกรรมของประชากร

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 174131
หัวหน้าโครงการ : ดร. สมชัย จิตสุชน
ปีงบประมาณ : 2565
หน่วยงาน : มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : โครงการวิจัยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ1. เพื่อค้นหาและทำความเข้าใจอคติเชิงพฤติกรรม (behavioral bias) ที่มีในกลุ่มประชากรไทย ที่ส่งผลต่อความเพียงพอของเงินออมวัยเกษียณของประชากรกลุ่มต่างๆ รวมถึงนำเอาอคติเชิงพฤติกรรมดังกล่าวไปใช้ร่วมในการออกแบบมาตรการส่งเสริมการออมและการลงทุนเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ โดยมาตรการส่งเสริมการออมและการลงทุนตั้งต้น นำมาจากข้อเสนอของการศึกษาในระยะที่ 12. ทดสอบประสิทธิผลของมาตรการบางส่วน ที่ออกแบบบนพื้นฐานของความเข้าใจอคติเชิงพฤติกรรม (behavioral bias) ที่ค้นพบ ผ่านการศึกษาเชิงทดลอง (experimental study) กับกลุ่มประชากรเป้าหมาย3. เผยแพร่ผลการศึกษาในรูปแบบและช่องทางต่าง ๆ สำหรับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อปรับแก้อคติเชิงพฤติกรรมและส่งเสริมให้มีการใช้มาตรการที่เหมาะสมที่ได้จากผลการศึกษาในวงกว้าง

ดร. สมชัย จิตสุชน. (2565). การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน. มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร.

ดร. สมชัย จิตสุชน. 2565. "การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน". มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร.

ดร. สมชัย จิตสุชน. "การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน". มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, 2565. กรุงเทพมหานคร.

ดร. สมชัย จิตสุชน. การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน. มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย; 2565. กรุงเทพมหานคร.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา