การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน" นี้ เป็นการวิจัยเชิงประยุกต์ที่มุ่งแก้ปัญหาการออมเพื่อการเกษียณที่ไม่เพียงพอของคนไทยในสังคมสูงอายุ โดยอาศัยหลักการทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) มาวิเคราะห์และออกแบบมาตรการส่งเสริมการออมที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การผสมผสานระหว่างการศึกษาเชิงสำรวจ (Survey) เพื่อทำความเข้าใจอคติเชิงพฤติกรรมของคนไทยกับการศึกษาเชิงทดลอง (Experimental Study) เพื่อทดสอบประสิทธิผลของมาตรการที่ออกแบบขึ้น
งานวิจัยเริ่มจากการสำรวจอคติเชิงพฤติกรรมต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการวางแผนทางการเงินของคนไทย เช่น อคติชอบปัจจุบัน (Present Bias) อคติยึดติดสภาวะเดิม (Status Quo Bias) อคติโลกแคบ (Narrow Framing) และอคติละเลยอัตราทบต้น (Compounding Bias) การทำความเข้าใจอคติเหล่านี้เป็นขั้นตอนสำคัญในการออกแบบมาตรการที่สามารถกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการออมที่พึงประสงค์
จากนั้น งานวิจัยได้นำมาตรการบางส่วนจากโครงการระยะที่ 1 มาปรับแต่งให้สอดคล้องกับอคติเชิงพฤติกรรมที่พบ และนำมาทดสอบประสิทธิผลผ่านการศึกษาเชิงทดลอง มาตรการที่นำมาทดสอบประกอบด้วย 4 มาตรการหลัก คือ (1) การออมภาคบังคับหรือกึ่งบังคับ (Automatic Enrolment) (2) การออมผ่านภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)/เงินทอน/ส่วนลด หรือการออมผ่านการใช้จ่าย (Savings Through Spending) (3) การตั้งค่าเริ่มต้นที่เหมาะสม (Default Rate) และ (4) การส่งเสริมความรอบรู้ทางการเงิน (Informational Nudging)
ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า มาตรการบางอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ามาตรการอื่น เช่น มาตรการออมในลักษณะบังคับ/กึ่งบังคับ และมาตรการกำหนดอัตราการออมตั้งต้น ได้ผลดีกับกลุ่มเป้าหมายที่ยินดีออมอยู่แล้วแต่ยังออมน้อย ส่วนมาตรการออมผ่านการใช้จ่ายได้ผลดีกับกลุ่มผู้เริ่มต้นทำงาน กลุ่มผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มผู้มีเงินออมต่ำ ขณะที่มาตรการส่งเสริมความรอบรู้ทางการเงินในรูปแบบปกติ อาจไม่เพียงพอสำหรับกลุ่มแรงงานนอกระบบที่มีรายได้ไม่แน่นอน
งานวิจัยยังเสนอแนะมาตรการเพิ่มเติม เช่น การออมผ่านการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล การมี pension dashboard และการมีบัญชีการออมเพื่อการเกษียณส่วนบุคคล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความครอบคลุมและความพยายามที่จะสร้างแนวทางที่หลากหลายในการแก้ปัญหา
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัด เช่น จำนวนกลุ่มตัวอย่างในการทดลอง และการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการต่างๆ ในกลุ่มแรงงานนอกระบบ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของประชากรไทย แม้จะมีข้อจำกัดเหล่านี้ งานวิจัยชิ้นนี้ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนการเงินเพื่อรองรับสังคมสูงอายุของไทย โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับพฤติกรรมทางจิตวิทยาของประชากรเป้าหมาย การนำเสนอผลการวิจัยในรูปแบบและช่องทางที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการออมของคนไทย และนำไปสู่การมีเงินออมที่เพียงพอสำหรับวัยเกษียณ การวิจัยนี้เป็นแบบอย่างที่ดีในการนำศาสตร์ต่างๆ มารวมกันเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่ซับซ้อน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านการเงิน ประกันภัย และที่ปรึกษาทางการเงิน เหตุผลคือ:
-
อุตสาหกรรมการเงิน: งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการออมของคนไทย ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับสถาบันการเงินในการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตรงกับความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้า เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์การออมที่ง่ายต่อการเข้าใจและใช้งาน การกำหนดค่าเริ่มต้นที่เหมาะสม และการให้คำแนะนำทางการเงินที่ตรงกับอคติเชิงพฤติกรรมของลูกค้า
-
อุตสาหกรรมประกันภัย: การวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับการวางแผนประกันชีวิตและสุขภาพ ข้อมูลจากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันที่ตอบสนองความต้องการด้านการคุ้มครองความเสี่ยงในวัยเกษียณของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
อุตสาหกรรมที่ปรึกษาทางการเงิน: ที่ปรึกษาทางการเงินสามารถนำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอคติเชิงพฤติกรรมมาใช้ในการให้คำปรึกษาทางการเงินกับลูกค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจในการวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับนักเศรษฐศาสตร์ นักวิจัยทางสังคม นักวางแผนการเงิน ผู้จัดการกองทุน และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงิน เหตุผลคือ:
-
นักเศรษฐศาสตร์และนักวิจัยทางสังคม: งานวิจัยนี้เป็นการประยุกต์ใช้หลักการทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ซึ่งเป็นสาขาที่มีความสำคัญและกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาและวิจัยเชิงลึกต่อไปได้
-
นักวางแผนการเงิน: นักวางแผนการเงินสามารถนำข้อมูลจากงานวิจัยนี้มาใช้ในการให้คำแนะนำทางการเงินแก่ลูกค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าใจและจัดการกับอคติเชิงพฤติกรรมของตนเอง และวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
ผู้จัดการกองทุน: ผู้จัดการกองทุนสามารถใช้ข้อมูลจากงานวิจัยนี้เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์การลงทุนและการสื่อสารกับผู้ลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการลงทุนของผู้ลงทุน
-
เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงิน: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายและมาตรการส่งเสริมการออมและการลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและพฤติกรรมของประชากร
| รหัสโครงการ : | 174131 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร. สมชัย จิตสุชน |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | โครงการวิจัยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ1. เพื่อค้นหาและทำความเข้าใจอคติเชิงพฤติกรรม (behavioral bias) ที่มีในกลุ่มประชากรไทย ที่ส่งผลต่อความเพียงพอของเงินออมวัยเกษียณของประชากรกลุ่มต่างๆ รวมถึงนำเอาอคติเชิงพฤติกรรมดังกล่าวไปใช้ร่วมในการออกแบบมาตรการส่งเสริมการออมและการลงทุนเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ โดยมาตรการส่งเสริมการออมและการลงทุนตั้งต้น นำมาจากข้อเสนอของการศึกษาในระยะที่ 12. ทดสอบประสิทธิผลของมาตรการบางส่วน ที่ออกแบบบนพื้นฐานของความเข้าใจอคติเชิงพฤติกรรม (behavioral bias) ที่ค้นพบ ผ่านการศึกษาเชิงทดลอง (experimental study) กับกลุ่มประชากรเป้าหมาย3. เผยแพร่ผลการศึกษาในรูปแบบและช่องทางต่าง ๆ สำหรับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อปรับแก้อคติเชิงพฤติกรรมและส่งเสริมให้มีการใช้มาตรการที่เหมาะสมที่ได้จากผลการศึกษาในวงกว้าง |
ดร. สมชัย จิตสุชน. (2565). การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน. มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร.
ดร. สมชัย จิตสุชน. 2565. "การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน". มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร.
ดร. สมชัย จิตสุชน. "การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน". มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, 2565. กรุงเทพมหานคร.
ดร. สมชัย จิตสุชน. การศึกษาอคติเชิงพฤติกรรมในประชากรไทย เพื่อเสาะหามาตรการที่ได้ผลในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินของประชากรไทยสำหรับสังคมอายุยืน. มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย; 2565. กรุงเทพมหานคร.