การจัดการความรู้เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ-สังคมตามแนวทาง BCG Economy ให้แก่ชุมชนชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ด้วยฐานการดำเนินงานธนาคารปูม้า
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การจัดการความรู้เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ-สังคมตามแนวทาง BCG Economy ให้แก่ชุมชนชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ด้วยฐานการดำเนินงานธนาคารปูม้า" เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการจัดการมาประยุกต์ใช้ในการฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนชายฝั่งทะเล งานวิจัยนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ
ประการแรกคือการนำแนวคิด BCG Economy มาใช้เป็นกรอบในการดำเนินงาน BCG Economy หรือ Bio-Circular-Green Economy เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงมิติทางชีวภาพ (Bio) วงจร (Circular) และสีเขียว (Green) การนำแนวคิดนี้มาใช้กับธนาคารปูม้าทำให้เห็นภาพการพัฒนาที่ครบวงจร ตั้งแต่การอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้า (Bio) การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดของเสีย (Circular) ไปจนถึงการสร้างเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green) เช่น การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จากปูม้า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชน
ประการที่สองคือการเน้นการจัดการความรู้ (Knowledge Management) งานวิจัยไม่ได้เพียงแค่จัดตั้งธนาคารปูม้า แต่ยังให้ความสำคัญกับการรวบรวม สังเคราะห์ และถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงปูม้า การบริหารจัดการธนาคารปูม้า และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากปูม้าให้กับชุมชน การสร้างศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้า 4 ศูนย์ และการจัดอบรม 38 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความรู้และทักษะให้กับคนในชุมชน ทำให้โครงการสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ประการที่สามคือการวัดผลที่ครอบคลุม งานวิจัยไม่ได้วัดผลเพียงแค่จำนวนปูม้าที่เพิ่มขึ้น แต่ยังวัดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนอย่างรอบด้าน เช่น รายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมธนาคารปูม้า การเกิดขึ้นของผลิตภัณฑ์ใหม่ และการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของชาวประมง การใช้ทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ (สัมภาษณ์เชิงลึก) ทำให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและครอบคลุมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น พื้นที่ศึกษาอาจไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ จึงอาจไม่สามารถนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกพื้นที่ หรือระยะเวลาการศึกษายังอาจไม่เพียงพอที่จะประเมินผลกระทบในระยะยาวได้อย่างสมบูรณ์ การศึกษาเพิ่มเติมในด้านความยั่งยืนของธนาคารปูม้าในระยะยาว การปรับตัวให้เข้ากับภาวะโลกร้อน และการขยายผลไปสู่ชนิดสัตว์น้ำอื่นๆ อาจเป็นประเด็นที่น่าสนใจในการวิจัยต่อยอด
โดยสรุปแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณภาพ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการจัดการความรู้ในการฟื้นฟูทรัพยากรและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน การนำแนวคิด BCG Economy มาใช้เป็นกรอบการดำเนินงาน ทำให้เห็นภาพการพัฒนาที่ครบวงจรและยั่งยืน และการวัดผลที่ครอบคลุม ทำให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาชุมชนชายฝั่งทะเลอื่นๆ ได้ แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมประมง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และอุตสาหกรรมอาหาร เหตุผลคือ:
-
อุตสาหกรรมประมง: งานวิจัยนี้ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปูม้าอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่ออุตสาหกรรมประมง การเพิ่มจำนวนปูม้าในทะเลจะช่วยเพิ่มปริมาณการจับได้ และยังช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร
-
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์: ธนาคารปูม้าสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้ ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศชายฝั่งทะเล และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน
-
อุตสาหกรรมอาหาร: งานวิจัยนี้ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากปูม้า เช่น คั่วกลิ้งมันปูม้า ปั้นขลิบใส้ปูม้า และคุกกี้เนื้อปูม้า ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับปูม้าและสร้างโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหาร
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพชาวประมง นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล นักวิชาการด้านการจัดการทรัพยากร ผู้ประกอบการด้านอาหารทะเล และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เหตุผลคือ:
-
ชาวประมง: งานวิจัยนี้ช่วยให้ชาวประมงมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้าอย่างยั่งยืน
-
นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลและแนวทางในการวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงและการอนุรักษ์ปูม้า
-
นักวิชาการด้านการจัดการทรัพยากร: งานวิจัยนี้ให้แนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรปูม้าอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
-
ผู้ประกอบการด้านอาหารทะเล: งานวิจัยนี้สร้างโอกาสทางธุรกิจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากปูม้า
-
ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างรายได้ให้กับชุมชน
| รหัสโครงการ : | 174171 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายสนธยา กูลกัลยา |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อต่อยอดขยายผลธนาคารปูม้าตามศักยภาพความพร้อมของชุมชน ให้เกิดการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสังคม ตามแนวทาง BCG Economy2. เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของธนาคารปูม้าให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน3. เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินการธนาคารปูม้า ได้แก่ การวิเคราะห์ผลจับปูม้าที่เพิ่มขึ้นหลังการดำเนินงานธนาคารปูม้า การประเมินรายได้ของชาวประมงและชุมชนที่เพิ่มขึ้นหลังการดำเนินงานธนาคารปูม้าของชุมชน และการประเมินผลกระทบของการทำธนาคารปูม้าในพื้นที่ต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน |
นายสนธยา กูลกัลยา. (2565). การจัดการความรู้เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ-สังคมตามแนวทาง BCG Economy ให้แก่ชุมชนชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ด้วยฐานการดำเนินงานธนาคารปูม้า. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. จันทบุรี, ตราด, ระยอง.
นายสนธยา กูลกัลยา. 2565. "การจัดการความรู้เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ-สังคมตามแนวทาง BCG Economy ให้แก่ชุมชนชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ด้วยฐานการดำเนินงานธนาคารปูม้า". มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. จันทบุรี, ตราด, ระยอง.
นายสนธยา กูลกัลยา. "การจัดการความรู้เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ-สังคมตามแนวทาง BCG Economy ให้แก่ชุมชนชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ด้วยฐานการดำเนินงานธนาคารปูม้า". มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, 2565. จันทบุรี, ตราด, ระยอง.
นายสนธยา กูลกัลยา. การจัดการความรู้เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ-สังคมตามแนวทาง BCG Economy ให้แก่ชุมชนชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ด้วยฐานการดำเนินงานธนาคารปูม้า. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี; 2565. จันทบุรี, ตราด, ระยอง.