การใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมเครื่องอบแห้งอินฟราเรดแบบถังหมุนเพื่อยกระดับ คุณภาพผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน.
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาและนำนวัตกรรมเครื่องอบแห้งอินฟราเรดแบบถังหมุนมาใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร โดยเฉพาะการลดความชื้นในข้าวเปลือก ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย โครงการวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก "ทุนท้าทายไทย" โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ในการแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน
จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำเสนอเครื่องอบแห้งที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานจริงในพื้นที่เป้าหมาย 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี พระนครศรีอยุธยา และสุรินทร์ การเลือกพื้นที่เป้าหมายที่หลากหลายทางภูมิศาสตร์ช่วยให้สามารถทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องอบแห้งในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน และนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาเครื่องอบแห้งให้มีความเหมาะสมและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กระบวนการดำเนินงานวิจัยประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก คือ การส่งมอบเครื่องอบแห้ง การฝึกอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษา และการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ การมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้สู่เกษตรกรเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้เกษตรกรสามารถนำนวัตกรรมนี้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และเกิดการยอมรับและนำไปใช้ต่อเนื่อง การจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการใช้งานในแต่ละพื้นที่ช่วยสร้างความยั่งยืนในการดูแลรักษาและการใช้งานเครื่องอบแห้งในระยะยาว
เครื่องอบแห้งอินฟราเรดแบบถังหมุนที่พัฒนาขึ้นมีกลไกการทำงานที่น่าสนใจ โดยใช้หลักการผสมผสานระหว่างการแผ่รังสีอินฟราเรดและการเป่าลมร้อน การออกแบบถังอบแห้งทรงกระบอกพร้อมเกลียวลำเลียงช่วยให้วัสดุไหลเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ และสัมผัสกับความร้อนได้อย่างทั่วถึง การแบ่งการอบแห้งเป็นสองช่วงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลดความชื้น และการเพิ่มอุปกรณ์ตักวัสดุช่วยให้การกระจายความร้อนและการแลกเปลี่ยนความร้อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้ปรับปรุงเครื่องอบแห้งจากรุ่นเดิมให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยเน้นการพัฒนาระบบไฟฟ้าควบคุมกลางและระบบกำจัดฝุ่น การแก้ปัญหาฝุ่นที่เกิดจากการอบแห้งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม การลดปริมาณฝุ่นที่ปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับการใช้งานเครื่องอบแห้ง
ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าเครื่องอบแห้งสามารถลดความชื้นได้ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ฐานเปียก ด้วยอัตราการป้อน 300-500 กิโลกรัมต่อชั่วโมง โดยใช้พลังงานแก๊สแอลพีจีประมาณ 1.2 กิโลกรัมต่อชั่วโมงและกระแสไฟฟ้า 3500 วัตต์ ค่าใช้จ่ายในการอบแห้งอยู่ที่ 300-400 บาทต่อตัน ซึ่งถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างประหยัดเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพการทำงาน ข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกรในการวางแผนการลงทุนและการใช้งานเครื่องอบแห้ง งานวิจัยนี้จึงมีความสมบูรณ์ ครอบคลุม และมีประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศไทยเป็นอย่างมาก
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ อุตสาหกรรมการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เหตุผลสำคัญคือ:
-
เพิ่มมูลค่าผลผลิต: เครื่องอบแห้งช่วยลดความชื้นในผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าวเปลือก ทำให้สามารถเก็บรักษาได้นานขึ้น ลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
-
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต: เครื่องอบแห้งช่วยลดระยะเวลาในการอบแห้ง เพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ทำให้สามารถผลิตและจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น
-
ลดต้นทุนการผลิต: แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการลงทุน แต่การลดการสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมลดลงในระยะยาว
-
ปรับปรุงคุณภาพสินค้า: การอบแห้งด้วยเทคโนโลยีอินฟราเรดช่วยรักษาคุณภาพของสินค้าเกษตร ไม่ทำให้เกิดการเสียหายหรือสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ สินค้าที่ได้จึงมีคุณภาพสูง และสามารถแข่งขันในตลาดได้
-
แก้ปัญหาการอบแห้งแบบดั้งเดิม: วิธีการอบแห้งแบบดั้งเดิมมักใช้เวลา ใช้พื้นที่ และเสี่ยงต่อการเน่าเสีย เครื่องอบแห้งนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในการแก้ปัญหาเหล่านี้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร โดยเฉพาะ:
-
เกษตรกรผู้ปลูกข้าว: เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของงานวิจัย เครื่องอบแห้งช่วยแก้ปัญหาการอบแห้งข้าวเปลือกที่ไม่ประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้กับเกษตรกร
-
ผู้ประกอบการแปรรูปสินค้าเกษตร: สามารถนำเครื่องอบแห้งไปใช้ในการแปรรูปสินค้าเกษตรประเภทอื่นๆ เช่น ผัก ผลไม้ สมุนไพร เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายตลาด
-
เจ้าของโรงสีข้าว: สามารถนำเครื่องอบแห้งมาใช้ในการอบแห้งข้าวเปลือกก่อนเข้าสู่กระบวนการสี เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของข้าว
-
วิศวกรการเกษตร: สามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากงานวิจัยไปพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรอื่นๆ หรือปรับปรุงเครื่องจักรที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
นักวิจัยทางด้านการเกษตร: สามารถนำงานวิจัยนี้ไปศึกษาต่อยอด พัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น
| รหัสโครงการ : | 175015 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายจักรมาส เลาหวณิช |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหาสารคาม |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีชุดนวัตกรรมอบแห้งอินฟราเรดแบบถังหมุนเพื่อลดความชื้นผลผลิต และจัดกิจกรรมขยายผลองค์ความรู้ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าการเกษตรและการจัดตั้งกลุ่มผู้ดูแลการใช้งานชุดนวัตกรรม ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำหรับใช้ในการลดความชื้นผลผลิตข้าวเปลือก |
นายจักรมาส เลาหวณิช. (2565). การใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมเครื่องอบแห้งอินฟราเรดแบบถังหมุนเพื่อยกระดับ คุณภาพผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน.. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. พระนครศรีอยุธยา, สุราษฎร์ธานี, สุรินทร์.
นายจักรมาส เลาหวณิช. 2565. "การใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมเครื่องอบแห้งอินฟราเรดแบบถังหมุนเพื่อยกระดับ คุณภาพผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน.". มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. พระนครศรีอยุธยา, สุราษฎร์ธานี, สุรินทร์.
นายจักรมาส เลาหวณิช. "การใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมเครื่องอบแห้งอินฟราเรดแบบถังหมุนเพื่อยกระดับ คุณภาพผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน.". มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2565. พระนครศรีอยุธยา, สุราษฎร์ธานี, สุรินทร์.
นายจักรมาส เลาหวณิช. การใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมเครื่องอบแห้งอินฟราเรดแบบถังหมุนเพื่อยกระดับ คุณภาพผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน.. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2565. พระนครศรีอยุธยา, สุราษฎร์ธานี, สุรินทร์.