การบูรณาการนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนเพื่อลดอัตราการตายและบาดเจ็บของผู้ใช้รถใช้ถนนในทุกรูปแบบการเดินทาง
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนโดยเฉพาะบริเวณทางข้าม ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง โดยเฉพาะการชนระหว่างรถกับคนเดินเท้า งานวิจัยเลือกใช้แนวทางบูรณาการนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนเข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อทำความเข้าใจสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างครอบคลุม วิธีการวิจัยผสมผสานทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนรู้พฤติกรรมเสี่ยง เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุเชิงลึกของการเกิดอุบัติเหตุ และนำข้อมูลที่ได้มาสร้างแบบจำลองในการแก้ไขปัญหา
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการกำหนดพื้นที่ต้นแบบ 10 พื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความหลากหลายในแง่ของลักษณะทางข้ามและกิจกรรมโดยรอบ ทำให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวาง การนำผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาเข้ามามีส่วนร่วม เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนระบบคมนาคมขนส่ง ความปลอดภัยทางถนน วิศวกรรมโยธา การออกแบบพื้นที่เพื่อคนทุกกลุ่ม และผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ ทำให้การวิจัยครอบคลุมมิติต่างๆที่เกี่ยวข้องกับปัญหาอุบัติเหตุทางถนนอย่างรอบด้าน การประเมินดัชนีปัจจัยเสี่ยง (Exposure Factor) ต่อการเกิดเหตุระหว่างคนเดินเท้าและผู้ขับขี่ยานพาหนะบริเวณทางข้าม เป็นการวัดปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนแก้ไขปัญหา
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยอาจมีข้อจำกัดในเรื่องของการขยายผล เนื่องจากพื้นที่ต้นแบบจำกัดอยู่แค่กรุงเทพมหานคร อาจไม่สามารถนำไปใช้กับพื้นที่อื่นๆได้โดยตรง แม้ว่าหลักการและวิธีการวิจัยจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ แต่ก็อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนบางส่วนให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ การประเมินความเสี่ยงอาจจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆเพิ่มเติม เช่น สภาพอากาศ แสงสว่าง หรือการบังคับใช้กฎจราจร ซึ่งอาจส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุ แม้ว่างานวิจัยได้พิจารณาถึงปัจจัยสำคัญๆ เช่น พฤติกรรมผู้ขับขี่ ความเร็วของยานพาหนะ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้รถและคนเดินเท้าแล้วก็ตาม
โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่าและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย การบูรณาการนวัตกรรมและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก จะช่วยให้เข้าใจถึงสาเหตุของอุบัติเหตุได้อย่างชัดเจน และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด การสร้างแพลตฟอร์มแสดงข้อมูลนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทางถนน ยังช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา และทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
- อุตสาหกรรมยานยนต์: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยในยานพาหนะ เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ระบบเตือนการชน และระบบเบรกอัตโนมัติ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ
- อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ: งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดการข้อมูล ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับบริษัทเทคโนโลยีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้อง
- อุตสาหกรรมการก่อสร้าง: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เช่น ทางข้าม ถนน และทางเดินเท้า เพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้น
- อุตสาหกรรมประกันภัย: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการประเมินความเสี่ยงและกำหนดเบี้ยประกันภัย เพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละพื้นที่
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ เช่น
- วิศวกรโยธา: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบและวางแผนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางถนน เพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้น
- นักวางแผนระบบคมนาคม: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวางแผนและจัดการระบบคมนาคมขนส่ง เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ
- เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน
- นักวิเคราะห์ข้อมูล: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาแบบจำลองการคาดการณ์อุบัติเหตุ
- นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางถนน: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนต่อไป
| รหัสโครงการ : | 174997 |
| หัวหน้าโครงการ : | รศ.ดร. ภาวิณี เอี่ยมตระกูล |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. กำหนดพื้นที่ต้นแบบสำหรับการประเมินความเสี่ยงของอุบัติเหตุทางถนนบริเวณทางข้ามอย่างน้อย 10 พื้นที่ โดยกำหนดให้มีลักษณะของทางข้ามและกิจกรรมโดยรอบพื้นที่แตกต่างกัน 2. ประยุกต์ใช้นวัตกรรมความปลอดภัยทางถนนบริเวณทางข้ามด้านเทคโนโลยี ในการเรียนรู้พฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุเชิงลึกของการเกิดอุบัติเหตุ ในแต่ละลักษณะของทางข้ามและกิจกรรมโดยรอบพื้นที่ 3. ประเมินความเสี่ยงของอุบัติเหตุทางถนนจากพฤติกรรมเสี่ยง และสร้างต้นแบบแพลตฟอร์มแสดงข้อมูลนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนเพื่อสร้างชุดข้อมูลในการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงบริเวณทางข้ามและการส่งเสริมการมีส่วนร่วม 4. เสนอแนะการบูรณาการนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนในการสร้างประสิทธิภพาของการแก้ไขปัญหาบริเวณทางข้ามเพื่อลดอัตราการตายและบาดเจ็บของผู้ใช้รถใช้ถนนในทุกรูปแบบการเดินทางให้เชื่อมโยงกับภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
รศ.ดร. ภาวิณี เอี่ยมตระกูล. (2565). การบูรณาการนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนเพื่อลดอัตราการตายและบาดเจ็บของผู้ใช้รถใช้ถนนในทุกรูปแบบการเดินทาง. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.
รศ.ดร. ภาวิณี เอี่ยมตระกูล. 2565. "การบูรณาการนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนเพื่อลดอัตราการตายและบาดเจ็บของผู้ใช้รถใช้ถนนในทุกรูปแบบการเดินทาง". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.
รศ.ดร. ภาวิณี เอี่ยมตระกูล. "การบูรณาการนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนเพื่อลดอัตราการตายและบาดเจ็บของผู้ใช้รถใช้ถนนในทุกรูปแบบการเดินทาง". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2565. กรุงเทพมหานคร.
รศ.ดร. ภาวิณี เอี่ยมตระกูล. การบูรณาการนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนเพื่อลดอัตราการตายและบาดเจ็บของผู้ใช้รถใช้ถนนในทุกรูปแบบการเดินทาง. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2565. กรุงเทพมหานคร.