การพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองลากค้อน โดยการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร เพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากและลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองลากค้อน โดยการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร เพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากและลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี" เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อย่างครบวงจร โดยครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) การพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และการสร้างช่องทางการตลาดที่เหมาะสม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในบริบทของการพัฒนาชุมชนอย่างรอบด้าน และเป็นไปตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการทำงานกับชุมชน ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง และผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นที่ยอมรับและสามารถนำไปใช้ได้จริงในชุมชน การใช้เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลหลากหลายวิธี เช่น การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ การวิเคราะห์สถานการณ์ชุมชนโดยใช้หลักการ SWOT และ CBR ช่วยในการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค เพื่อวางแผนการพัฒนาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มีข้อจำกัดบางประการ เช่น ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ค่อนข้างน้อย (12 คน) อาจไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของวิสาหกิจชุมชนได้อย่างสมบูรณ์ การศึกษาเน้นที่วิสาหกิจชุมชนแห่งเดียว อาจทำให้ยากต่อการนำผลการวิจัยไปใช้ในบริบทอื่นๆ แม้ว่าจะระบุถึงช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดที่ใช้ หรือผลลัพธ์ด้านการตลาดที่เป็นรูปธรรมยังไม่ปรากฏชัดเจนในบทคัดย่อ การขาดข้อมูลเกี่ยวกับความยั่งยืนของระบบเกษตรอินทรีย์ในระยะยาว เช่น การจัดการทรัพยากร การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว ก็เป็นอีกข้อจำกัดที่ควรพิจารณา
ถึงแม้จะมีข้อจำกัดบางประการ แต่โดยรวมแล้วงานวิจัยนี้มีคุณค่าและประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากเป็นการนำความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาจริงในชุมชน ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาชุมชนอื่นๆ โดยเฉพาะชุมชนที่เน้นการทำเกษตรอินทรีย์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป และการสร้างตลาด การมีส่วนร่วมของชุมชนตลอดกระบวนการวิจัย เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์ของงานวิจัยนี้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน และสามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และลดความเหลื่อมล้ำในชุมชนได้อย่างแท้จริง การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความยั่งยืนของระบบ และการขยายผลสู่ชุมชนอื่นๆ จะเป็นการเสริมสร้างคุณค่าและประโยชน์ของงานวิจัยนี้ให้มากยิ่งขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์ อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป และอุตสาหกรรมการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจที่เน้นผลิตภัณฑ์จากเกษตรอินทรีย์
เหตุผล:
- อุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์: งานวิจัยนี้ศึกษาและพัฒนาความเข้มแข็งของระบบเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์ การวิจัยนี้ให้ข้อมูลและแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน และการสร้างเครือข่ายผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ที่เข้มแข็ง
- อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป: งานวิจัยได้พัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ เช่น ผงกล้วยและปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ซึ่งเป็นแนวทางในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตร และขยายตลาดผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์
- อุตสาหกรรมการตลาด: งานวิจัยได้ศึกษาและพัฒนาช่องทางการตลาดที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจที่ต้องการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิชาการด้านการเกษตร นักวิจัย เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์ และผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาชุมชน
เหตุผล:
- นักวิชาการด้านการเกษตรและนักวิจัย: งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นกรณีศึกษา และพัฒนาแนวทางการวิจัยต่อไป
- เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร: ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ในการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์
- ผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์: งานวิจัยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างระบบเกษตรอินทรีย์ที่เข้มแข็ง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างช่องทางการตลาด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ
- ผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาชุมชน: งานวิจัยนี้เป็นตัวอย่างของการพัฒนาชุมชนโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการพัฒนาชุมชนอื่นๆ ได้
| รหัสโครงการ : | 174942 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางสาวธันยธร ติณภพ |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อศึกษาและพัฒนาความเข้มแข็งระบบเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) ของวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองลากค้อน ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี เพื่อศึกษาและพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองลากค้อน ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี เพื่อศึกษาและพัฒนาช่องทางการตลาดที่เหมาะสมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ของวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองลากค้อน ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี |
นางสาวธันยธร ติณภพ. (2565). การพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองลากค้อน โดยการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร เพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากและลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. ปทุมธานี.
นางสาวธันยธร ติณภพ. 2565. "การพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองลากค้อน โดยการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร เพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากและลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี". มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. ปทุมธานี.
นางสาวธันยธร ติณภพ. "การพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองลากค้อน โดยการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร เพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากและลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี". มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2565. ปทุมธานี.
นางสาวธันยธร ติณภพ. การพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองลากค้อน โดยการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร เพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากและลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์; 2565. ปทุมธานี.