ครอบครัวพลังบวก
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัย “ครอบครัวพลังบวก” มุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพระบบพี่เลี้ยงที่ปรึกษาในชุมชนเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กและเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้มีจุดเด่นที่การบูรณาการวิธีการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้เครื่องมือทั้งการส่งเสริม (โปรแกรมพัฒนาพี่เลี้ยง, กระบวนการติดตาม) และการประเมิน (แบบสอบถาม, แบบประเมิน) การเลือกพื้นที่วิจัย 4 จังหวัดที่หลากหลายทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและสะท้อนบริบทที่แตกต่างกันของสังคมไทย การสร้างโมเดลการพัฒนาพี่เลี้ยงที่แตกต่างกันตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เช่น โมเดลที่ขับเคลื่อนด้วยพลังเด็กและเยาวชน (เชียงราย), พลังปราชญ์ชาวบ้าน (พระนครศรีอยุธยา), พลังคุณครู (อุดรธานี), และพลังสหวิชาชีพ (สุราษฎร์ธานี) แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับใช้ของโมเดล ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ “ต้นทุนชีวิต” ซึ่งประกอบด้วยพลังครอบครัว, พลังปัญญา, พลังตัวตน, พลังเพื่อนและกิจกรรม, และพลังชุมชน การที่ต้นทุนชีวิตของเด็กและเยาวชนในกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับดีถึงดีมาก บ่งชี้ถึงพื้นฐานที่ดีในการพัฒนา อย่างไรก็ตาม การที่พบรูปแบบการเลี้ยงดูที่หลากหลาย ตั้งแต่การเลี้ยงดูแบบตามใจ ตามวัย จนถึงการปล่อยปะละเลย แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมการเลี้ยงดูเชิงบวก และการพัฒนาศักยภาพของพี่เลี้ยงที่ปรึกษาให้มีความรู้ความสามารถในการให้คำปรึกษาและสร้างวินัยเชิงบวก การจัดอบรมทั้งแบบ On-site และ Online เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการเข้าถึงพี่เลี้ยงในพื้นที่ต่างๆ การสร้างเครือข่ายแกนนำพลังบวกในระดับท้องถิ่นและจังหวัด ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับโครงการ และทำให้การขยายผลเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ขนาดกลุ่มตัวอย่างอาจไม่เพียงพอที่จะสรุปผลได้อย่างทั่วถึงสำหรับประชากรทั้งหมด การศึกษาใช้ระยะเวลาจำกัด อาจไม่สามารถติดตามผลระยะยาวได้อย่างสมบูรณ์ และการศึกษาอาจไม่ได้ครอบคลุมถึงปัญหาเฉพาะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูเด็กและเยาวชน เช่น ปัญหาความยากจน ปัญหาการใช้สารเสพติด หรือปัญหาทางสังคมอื่นๆ แม้จะมีข้อจำกัดเหล่านี้ งานวิจัยชิ้นนี้ก็เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า เพราะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพระบบพี่เลี้ยงที่ปรึกษาในชุมชน และเสนอโมเดลที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในบริบทที่หลากหลาย การเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการสร้างเครือข่าย ทำให้โมเดลมีความยั่งยืนและสามารถขยายผลได้อย่างกว้างขวาง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน การพัฒนาสังคม และการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
- อุตสาหกรรมการศึกษา: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมครู ผู้ปกครอง และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเชิงบวก และเทคนิคการสร้างวินัยเชิงบวก
- อุตสาหกรรมสาธารณสุข: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพครอบครัว และการให้บริการปรึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสุขภาพจิต
- อุตสาหกรรมบริการสังคม: องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านการคุ้มครองเด็ก การพัฒนาชุมชน และการให้ความช่วยเหลือครอบครัว สามารถนำผลการวิจัยนี้ไปใช้ในการพัฒนาระบบการทำงาน และการให้บริการที่ตรงกับความต้องการของชุมชน
- อุตสาหกรรมเทคโนโลยี: สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันเพื่อสนับสนุนการให้บริการพี่เลี้ยงและการติดตามพัฒนาการเด็กได้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการทำงานกับเด็กและครอบครัว เช่น:
- พี่เลี้ยงเด็ก: งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลและเทคนิคที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพในการทำงาน การให้คำปรึกษา และการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กและครอบครัว
- ครู: สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงดูเชิงบวกและการสร้างวินัยเชิงบวกไปปรับใช้ในการจัดการชั้นเรียน และการสื่อสารกับนักเรียนและผู้ปกครอง
- นักสังคมสงเคราะห์: สามารถนำไปใช้ในการให้คำปรึกษาและการช่วยเหลือครอบครัวที่มีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวที่มีเด็กและเยาวชน
- เจ้าหน้าที่สาธารณสุข: สามารถนำไปใช้ในการส่งเสริมสุขภาพครอบครัวและการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและเยาวชน
- นักจิตวิทยา: งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับพฤติกรรมและความต้องการของเด็กและครอบครัว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์และการวางแผนการบำบัด
- นักพัฒนาชุมชน: สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กและเยาวชนในชุมชน
| รหัสโครงการ : | 174904 |
| หัวหน้าโครงการ : | รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อเสริมศักยภาพระบบพี่เลี้ยง ด้วยทักษะที่จำเป็นอาทิ ทักษะเฝ้าระวัง ทักษะส่งต่อ ทักษะพัฒนากิจกรรมสร้างสรรค์ ทักษะบริหารจัดการ เป็นต้น เพื่อพัฒนาระบบพี่เลี้ยงให้เกิดการเชื่อมโยงเข้าสู่กลไกท้องถิ่นและจังหวัดได้ เพื่อถอดบทเรียนการพัฒนากระบวนการสร้างระบบพี่เลี้ยงที่ปรึกษาในชุมชนและรูปธรรมความสำเร็จ ให้เป็นองค์ความรู้/โมเดลเพื่อการขยายผลต่อไป |
รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี. (2565). ครอบครัวพลังบวก. ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน). เชียงราย, พระนครศรีอยุธยา, สุราษฎร์ธานี.
รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี. 2565. "ครอบครัวพลังบวก". ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน). เชียงราย, พระนครศรีอยุธยา, สุราษฎร์ธานี.
รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี. "ครอบครัวพลังบวก". ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน), 2565. เชียงราย, พระนครศรีอยุธยา, สุราษฎร์ธานี.
รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี. ครอบครัวพลังบวก. ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน); 2565. เชียงราย, พระนครศรีอยุธยา, สุราษฎร์ธานี.