การเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรอย่างฟางข้าว เปลือกข้าว กล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่ที่ตกเกรดหรือถูกคัดทิ้ง เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหาร งานวิจัยแบ่งออกเป็นสองกิจกรรมหลัก กิจกรรมแรกศึกษาการสกัดกากใยอาหารจากฟางข้าวและเปลือกข้าว โดยทดลองใช้ตัวทำละลายต่างชนิดและศึกษาเงื่อนไขการสกัดที่เหมาะสม พบว่าโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้น 4 โมลาร์ ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสนาน 10 ชั่วโมง (เปลือกข้าว) และ 6 ชั่วโมง (ฟางข้าว) ให้ผลผลิตกากใยอาหารที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุด กากใยอาหารที่ได้มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและอุ้มน้ำมันสูง และมีศักยภาพในการเป็นพรีไบโอติก ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาหารได้ การวิเคราะห์ต้นทุนพบว่าการสกัดจากเปลือกข้าวมีต้นทุนต่ำกว่าฟางข้าวเล็กน้อย ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ
กิจกรรมที่สองมุ่งเน้นการพัฒนาฟิล์มบริโภคได้จากแป้งกล้วยน้ำว้าและกล้วยไข่ดิบ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าแป้งกล้วยไข่ดิบมีปริมาณโปรตีนและไขมันสูงกว่ากล้วยน้ำว้า การเพิ่มความเข้มข้นของแป้งกล้วยดิบทำให้ฟิล์มมีความหนาแน่นและความแข็งแรงมากขึ้น ฟิล์มแป้งกล้วยไข่มีความแข็งแรงมากกว่าฟิล์มแป้งกล้วยน้ำว้าและแป้งมันสำปะหลัง ในขณะที่ฟิล์มแป้งกล้วยน้ำว้ามีความยืดหยุ่นสูงกว่า ฟิล์มแป้งกล้วยดิบทั้งสองชนิดมีอัตราการซึมผ่านของไอน้ำต่ำกว่าแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้เป็นฟิล์มห่อบรรจุภัณฑ์เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้สด นอกจากนี้ การวิเคราะห์ต้นทุนยังชี้ให้เห็นว่าการผลิตฟิล์มจากแป้งกล้วยไข่มีต้นทุนสูงกว่าแป้งกล้วยน้ำว้า
งานวิจัยนี้มีจุดเด่นที่สำคัญคือการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตผลทางการเกษตร การศึกษาภาวะการสกัดที่เหมาะสม การวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีกายภาพและสมบัติเชิงหน้าที่ของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการวิเคราะห์ต้นทุน ทำให้ผลงานวิจัยมีความสมบูรณ์และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยควรพัฒนาต่อยอดโดยการทดสอบความปลอดภัย ประสิทธิภาพในการยืดอายุผลไม้ และการยอมรับจากผู้บริโภค เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ การศึกษาตลาดและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจและสามารถแข่งขันในตลาดได้ การขยายผลงานวิจัยไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม การสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการ และการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร ก็เป็นอีกกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมได้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
-
อุตสาหกรรมอาหาร: กากใยอาหารจากฟางข้าวและเปลือกข้าวสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น อาหารเสริม ขนม หรือเครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และเป็นแหล่งของพรีไบโอติก ฟิล์มจากแป้งกล้วยดิบสามารถนำมาใช้เป็นฟิล์มห่อบรรจุภัณฑ์ สารเคลือบ หรือส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา และเพิ่มความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์
-
อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป: งานวิจัยนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร และลดปริมาณขยะทางการเกษตร โดยนำวัสดุเหลือใช้มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม
-
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์: ฟิล์มจากแป้งกล้วยดิบที่ได้จากงานวิจัยนี้มีศักยภาพในการเป็นทางเลือกใหม่ของฟิล์มบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถใช้บรรจุอาหารได้โดยตรง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับเกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจด้านการแปรรูปอาหาร
-
เกษตรกร: สามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต และสร้างรายได้เพิ่มเติมจากวัสดุเหลือทิ้ง
-
นักวิจัย: สามารถนำงานวิจัยนี้ไปต่อยอด พัฒนา และวิจัยเพิ่มเติม เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในด้านอาหาร และวัสดุชีวภาพ
-
ผู้ประกอบการ: สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีจากงานวิจัยนี้ไปใช้ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร และบรรจุภัณฑ์ ที่มีมูลค่าเพิ่ม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
-
ผู้ที่สนใจด้านการแปรรูปอาหาร: งานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจเรียนรู้ และพัฒนา กระบวนการแปรรูปอาหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ๆ
| รหัสโครงการ : | 7159 |
| หัวหน้าโครงการ : | รศ. ดร. อรพิน เกิดชูชื่น |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อนำขยะเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเกษตรมาแปรรูปและพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และสามารถช่วยลดปัญหาทางสภาพแวดล้อมได้2 เพื่อขยายโอกาสสู้ผู้ประกอบการในการผลิตและนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ทดแทนผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศวัตถุประสงค์รอง-เพื่อศึกษาภาวะที่เหมาะสมในการผลิตกากใยอาหารจากฟางข้าวและเปลือกข้าว ให้มีสมบัติทางด้าน ความสามารถในการอุ้มน้ำมัน ความสามารถในการอุ้มน้ำ และดัชนีการปลดปล่อยกลูโคสที่ดี รวมทั้งมีสมบัติในการเป็นพรีไบโอติก- เพื่อพัฒนาฟิล์มบริโภคได้จากแป้งกล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่ ชนิดตกเกรดหรือถูกคัดทิ้ง ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าฟิล์มแป้งข้าวเจ้าและแป้งมันสำปะหลัง และมีกลิ่นที่ดีสำหรับใช้เป็นสารเคลือบ (coating) และฟิล์มแผ่น (thin film) ใช้ยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้ตัดแต่งสดเป้าหมาย กิจกรรมที่ 1 1.ได้ภาวะที่เหมาะสมสำหรับการสกัดกากใยอาหารจากเปลือกข้าวและฟางข้าว ที่มีสมบัติทางเคมี- กายภาพและสมบัติเชิงหน้าที่ที่ดีขึ้น สามารถนำไปสกัดกากใยอาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับของเหลือทิ้งทางการเกษตรในประเทศไทย ได้แก่ เปลือกข้าวและฟางข้าว2. ส่งเสริมให้มีการนำเปลือกข้าวและฟางข้าวไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมได้3. ลดการนำเข้ากากใยอาหารจากต่างประเทศ4. สามารถนำกากใยอาหารจากเปลือกข้าวและฟางข้าวไปประยุกต์ใช้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเป้าหมาย กิจกรรมที่ 2 1. ได้สภาวะการสกัดแป้ง (แบบหยาบ) จากเศษเหลือทิ้งของกล้วยน้ำว้าดิบ และกล้ายไข่ดิบ2. ได้วิธีการนำมาใช้ประโยชน์ในรูปของฟิล์ม (film) และสารเคลือบ (coating) สำหรับยืดอายุผลไม้ตัดแต่งสด3. เพิ่มมูลค่าของกล้วยดิบ ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางอุตสาหกรรมอาหาร4. เป็นทางเลือกใหม่ในการนำวัตถุดิบที่มีมากมาใช้ประโยชน์เพิ่มมูลค่าแก่ผลิตผลทางการเกษตร5. ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อย สามารถนำไปประยุกต์ในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้ |
รศ. ดร. อรพิน เกิดชูชื่น. (2563). การเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพมหานคร.
รศ. ดร. อรพิน เกิดชูชื่น. 2563. "การเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพมหานคร.
รศ. ดร. อรพิน เกิดชูชื่น. "การเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, 2563. กรุงเทพมหานคร.
รศ. ดร. อรพิน เกิดชูชื่น. การเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี; 2563. กรุงเทพมหานคร.