กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์

การวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการคิดเชิงออกแบบของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

... 5 เมษายน 2568
การวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการคิดเชิงออกแบบของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยนี้ศึกษาและพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อยกระดับความรู้และทักษะการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ของครูสอนวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมต้น งานวิจัยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน แบ่งเป็นสองระยะ ระยะแรกเน้นการออกแบบระบบนิเวศดิจิทัลโดยใช้ข้อมูลจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการสนทนากลุ่มและวิเคราะห์แก่นสาระเพื่อกำหนดองค์ประกอบสำคัญของระบบ เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร เครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ด้านการคิดเชิงออกแบบ และกลไกการกระตุ้นการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรอบคอบในการออกแบบระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้เป้าหมาย

ระยะที่สองเป็นการทดลองใช้ระบบนิเวศดิจิทัลที่พัฒนาขึ้น โดยใช้วิธีวิจัยกึ่งทดลองเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง การทดลองแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกประเมินผลสัมฤทธิ์ด้านความรู้การคิดเชิงออกแบบ โดยใช้แบบประเมินก่อนและหลังการอบรม วิเคราะห์ด้วยสถิติ Pair sample t-test พบว่าทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองมีความรู้ด้านการคิดเชิงออกแบบเพิ่มขึ้นหลังการอบรม แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจสะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบนิเวศดิจิทัลที่สามารถช่วยพัฒนาความรู้ได้อย่างทั่วถึง

ส่วนที่สองประเมินผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะและกรอบความคิดด้านการคิดเชิงออกแบบ โดยแบ่งกลุ่มทดลองออกเป็น 3 กลุ่มย่อย: กลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองแบบเผชิญหน้า และกลุ่มทดลองแบบติดตามดูวีดีโอ การวิเคราะห์ใช้สถิติ One-Sample Wilcoxon Signed Ranks Test และ Mann-Whitney U Test ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มทดลองแบบเผชิญหน้ามีพัฒนาการด้านทักษะการคิดเชิงออกแบบ (Empathize และ Reflection) ที่ดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่กลุ่มทดลองแบบติดตามดูวีดีโอไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีปฏิสัมพันธ์และการเรียนรู้แบบโต้ตอบ ส่วนกรอบความคิดด้านการคิดเชิงออกแบบของครูหลังการพัฒนาอยู่ในระดับสูง น่าสนใจที่ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในชั้นเรียนของทั้งสามกลุ่มไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ อาจเนื่องมาจากระยะเวลาการทดลองหรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น คุณภาพของการนำระบบนิเวศดิจิทัลไปใช้ในชั้นเรียนของแต่ละครู

นอกจากนี้ งานวิจัยยังประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจของครูที่มีต่อระบบนิเวศดิจิทัล โดยใช้แบบสอบถาม 5 ระดับแบบ Likert scale ผลการวิเคราะห์ด้วยสถิติ One-Sample Wilcoxon Signed Ranks Test พบว่า ทั้งประสิทธิภาพและความพึงพอใจอยู่ในระดับสูงมาก แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นเป็นที่ยอมรับและใช้งานได้จริง งานวิจัยชิ้นนี้จึงมีคุณค่าทั้งในแง่ของการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ และการพัฒนาความรู้และทักษะการคิดเชิงออกแบบของครู แต่ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการนำระบบไปใช้ และควรมีการติดตามผลระยะยาวเพื่อประเมินความยั่งยืนของการพัฒนา

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการศึกษา (EdTech) เนื่องจากงานวิจัยนี้พัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลสำหรับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมนี้ได้โดยตรง นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากร เช่น อุตสาหกรรมการฝึกอบรม หรืออุตสาหกรรมการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพราะระบบนิเวศดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปปรับใช้เพื่อการพัฒนาความรู้และทักษะในด้านอื่นๆ ได้ เช่น การคิดเชิงออกแบบสำหรับการแก้ปัญหาในที่ทำงาน

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นประโยชน์อย่างมากกับครูที่ต้องการพัฒนาความรู้และทักษะด้านการคิดเชิงออกแบบเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบการเรียนการสอน นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับนักวิจัยในด้านการศึกษา นักพัฒนาหลักสูตร และผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาบุคลากร เพราะงานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ และสามารถนำความรู้จากงานวิจัยไปปรับใช้ในการพัฒนาเครื่องมือหรือระบบการเรียนรู้รูปแบบอื่นๆ ได้

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568
รหัสโครงการ : 174888
หัวหน้าโครงการ : นางสาวสุทธิพร สัจพันโรจน์
ปีงบประมาณ : 2565
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยมหิดล
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : 1.1 วัตถุประสงค์ของการวิจัยการออกแบบแผนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยระบบนิเวศดิจิทัลที่มีคุณสมบัติและองค์ประกอบที่เหมาะสม สนับสนุนการใช้งานสำหรับครู ตลอดจนเอื้อให้เกิดการแบ่งปันระหว่างผู้ใช้งาน การเลือกแพลตฟอร์มจึงมีความสำคัญเป็นอันดับแรก หลังจากที่ได้แพลตฟอร์มที่เหมาะสมแล้ว ครูจำเป็นต้องได้รับความรู้และทักษะการคิดเชิงออกแบบ เพื่อจะสามารถไปออกแบบแผนหรือกระบวนการจัดการเรียนรู้ แล้วนำไปทดลองใช้ และประเมินผลสัมฤทธิ์กับนักเรียนในชั้นเรียนจากกรอบแนวคิดระบบนิเวศดิจิทัลฯ ข้างต้น คณะจึงกำหนดวัตถุประสงค์ในการวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อส่งเสริมกระบวนการทำวิจัยในชั้นเรียนสำหรับครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น2ข้อดังนี้ เพื่อศึกษาและพัฒนาโครงสร้างของระบบนิเวศดิจิทัล สำหรับพัฒนาความรู้และทักษะการคิดเชิงออกแบบ (Design thinking)ของครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อทดลองใช้และประเมินประสิทธิภาพของระบบนิเวศดิจิทัลฯ ในการอำนวยความสะดวกให้ครูนำความรู้เรื่องการคิดเชิงออกแบบ (Design thinking)มาพัฒนานวัตกรรมหรือแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาในชั้นเรียนของตนเอง

นางสาวสุทธิพร สัจพันโรจน์. (2565). การวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการคิดเชิงออกแบบของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร.

นางสาวสุทธิพร สัจพันโรจน์. 2565. "การวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการคิดเชิงออกแบบของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น". มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร.

นางสาวสุทธิพร สัจพันโรจน์. "การวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการคิดเชิงออกแบบของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2565. กรุงเทพมหานคร.

นางสาวสุทธิพร สัจพันโรจน์. การวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการคิดเชิงออกแบบของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2565. กรุงเทพมหานคร.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา