กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี

โครงการห้องปฏิบัติการทางสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจและใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีโดรนการเกษตร สำหรับชาวนาในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

... 5 เมษายน 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยเรื่อง “โครงการห้องปฏิบัติการทางสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจและใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีโดรนการเกษตร สำหรับชาวนาในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี” นี้ เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ที่มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีโดรนในภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี จุดเด่นของงานวิจัยนี้ไม่ได้อยู่ที่การหาข้อสรุปเชิงวิทยาศาสตร์ว่าโดรนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการทำนาหรือไม่ แต่กลับเน้นกระบวนการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยใช้ “ห้องปฏิบัติการทางสังคม” (Social Lab) เป็นเครื่องมือสำคัญ

กระบวนการ Social Lab ที่นำมาใช้ในงานวิจัยนี้ เป็นกลไกที่ชาญฉลาดในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เกษตรกรได้แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทั้งกลุ่มที่ใช้โดรนและไม่ใช้โดรน โดยมีนักวิชาการคอยอำนวยความสะดวก (facilitate) ให้การสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นและสร้างสรรค์ นี่เป็นจุดแข็งสำคัญ เพราะการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในภาคเกษตรกรรมนั้น มักพบอุปสรรคด้านการยอมรับและการปรับตัวของเกษตรกร Social Lab ช่วยลดอุปสรรคนั้นได้ โดยการสร้างความเข้าใจร่วมกัน แก้ไขความเข้าใจผิด และสร้างความเชื่อมั่น ก่อนที่จะมีการนำเทคโนโลยีไปใช้จริง

การแบ่งกระบวนการวิจัยออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ Pre-Social Lab, Social Lab และ Post – Social Lab แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบในการออกแบบวิธีการวิจัย การเตรียมการอย่างรอบคอบในระยะแรก การดำเนินการอย่างมีส่วนร่วมในระยะที่สอง และการติดตามผลอย่างต่อเนื่องในระยะสุดท้าย ทำให้สามารถประเมินผลได้อย่างครอบคลุม และสามารถปรับปรุงกระบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การสร้างเครือข่ายเกษตรกร และการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐ ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับโครงการ เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งจากชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข้อสรุปของงานวิจัยที่ระบุว่าเกษตรกรส่วนใหญ่เห็นว่ากระบวนการ Social Lab มีประโยชน์ต่อการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและลดความขัดแย้ง แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวิธีการวิจัยนี้ และความสำเร็จในการบรรลุวัตถุประสงค์ งานวิจัยนี้ไม่เพียงแต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โดรนในภาคเกษตรกรรม แต่ยังนำเสนอ “นวัตกรรมทางสังคม” คือวิธีการสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาเทคโนโลยีอื่นๆ หรือแม้แต่การแก้ไขปัญหาทางสังคมอื่นๆ ได้อีกด้วย ความสำเร็จของงานวิจัยนี้ไม่ได้วัดจากจำนวนเกษตรกรที่หันมาใช้โดรน แต่เป็นการสร้างกระบวนการและกลไกที่ทำให้ชุมชนสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมเกษตรที่มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) เหตุผลก็คือ งานวิจัยนี้ศึกษาและพัฒนาแนวทางการนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในอุตสาหกรรมเหล่านี้ นอกจากนี้ งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปประยุกต์ใช้ในภาคเกษตรกรรม เพื่อให้เกิดการยอมรับและการนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับโดรนการเกษตร การฝึกอบรมเกษตรกร และการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด สำหรับบริษัทหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการเกษตร

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาทางการเกษตร เช่น นักวิจัย นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และที่ปรึกษาการเกษตร เหตุผลคือ งานวิจัยนี้ศึกษาถึงกระบวนการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ ซึ่งเป็นความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ทำงานในด้านนี้ นอกจากนี้ งานวิจัยยังสามารถนำไปใช้ในการวางแผนและดำเนินโครงการพัฒนาชุมชน และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในภาคเกษตรกรรม นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับเกษตรกรเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่สนใจหรือกำลังใช้เทคโนโลยีโดรนในการทำการเกษตร เพราะงานวิจัยนี้ให้ข้อมูลและประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้โดรนอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างเครือข่ายเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568
โครงการห้องปฏิบัติการทางสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจและใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีโดรนการเกษตร สำหรับชาวนาในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568
รหัสโครงการ : 174883
หัวหน้าโครงการ : นายโตสิต วิสาลเสสถ
ปีงบประมาณ : 2565
หน่วยงาน : สมาคมนิสิตเก่าคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : 1. จัดทำชุดความรู้โดยมีองค์ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาศักยภาพชาวนาโดยใช้เทคโนโลยีสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี2. สร้างกลไกและกระบวนการรวบรวมองค์ความรู้จำเป็นด้านเทคโนโลยีสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ ผ่านห้องปฏิบัติการทางสังคม (social lab) ช่วยยกระดับ และส่งเสริมกระบวนการคิด ไปสู่ความเข้าใจ ใน smart farm ดังนี้2.1 จัดทำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี2.2 จัดอบรมความรู้ด้านเทคโนโลยีกับเกษตรกรและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง2.3 จัดทำเครือข่าย ในกลุ่มเกษตรกร2.4 ส่งเสริมเกษตรกรที่มีการพัฒนาตนเองให้เข้าถึงกระบวนการสนับสนุนของภาครัฐในการพัฒนาศักยภาพเกษตรด้านเทคโนโลยีสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ

นายโตสิต วิสาลเสสถ. (2565). โครงการห้องปฏิบัติการทางสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจและใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีโดรนการเกษตร สำหรับชาวนาในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี. สมาคมนิสิตเก่าคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สุพรรณบุรี.

นายโตสิต วิสาลเสสถ. 2565. "โครงการห้องปฏิบัติการทางสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจและใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีโดรนการเกษตร สำหรับชาวนาในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี". สมาคมนิสิตเก่าคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สุพรรณบุรี.

นายโตสิต วิสาลเสสถ. "โครงการห้องปฏิบัติการทางสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจและใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีโดรนการเกษตร สำหรับชาวนาในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี". สมาคมนิสิตเก่าคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2565. สุพรรณบุรี.

นายโตสิต วิสาลเสสถ. โครงการห้องปฏิบัติการทางสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจและใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีโดรนการเกษตร สำหรับชาวนาในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี. สมาคมนิสิตเก่าคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2565. สุพรรณบุรี.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา