กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์

การต่อรองและการช่วงชิงทางอัตลักษณ์ที่ส่งผลต่อกรอบความคิดและกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนมลายูมุสลิมภายใต้ระบบการศึกษาไทย: กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดยะลา

... 5 เมษายน 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยเรื่อง "การต่อรองและการช่วงชิงทางอัตลักษณ์ที่ส่งผลต่อกรอบความคิดและกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนมลายูมุสลิมภายใต้ระบบการศึกษาไทย: กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดยะลา" เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่ศึกษาปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการสร้างและรักษาอัตลักษณ์ของเยาวชนมลายูมุสลิมในพื้นที่จังหวัดยะลา ภายใต้แรงกดดันและอิทธิพลจากระบบการศึกษาไทยที่เป็นแบบแผนเดียว งานวิจัยนี้ไม่ได้เพียงแค่สำรวจความขัดแย้งระหว่างการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการปรับตัวเข้ากับระบบการศึกษาหลักเท่านั้น แต่ยังเจาะลึกลงไปในกระบวนการต่อรองและการช่วงชิงอัตลักษณ์ที่เกิดขึ้นในระดับจุลภาค โดยใช้กรณีศึกษาโรงเรียน 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา 2 แห่ง (โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ และโรงเรียนพัฒนาวิทยา) และโรงเรียนรัฐ 1 แห่ง (โรงเรียนสตรียะลา)

จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการนำทฤษฎีปฏิบัติการของบูดิเยอ (Bourdieu's Practice Theory) มาใช้เป็นกรอบการวิเคราะห์ ซึ่งช่วยให้สามารถเข้าใจกระบวนการต่อรองและการช่วงชิงอัตลักษณ์ได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะการวิเคราะห์ “ทุน” (capital) ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางสังคม และวิธีการที่ทุนเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในการต่อรองและช่วงชิงอำนาจในการกำหนดความหมายของการศึกษาและอัตลักษณ์ นอกจากนี้ การวิเคราะห์ฮาบิทัส (habitus) ซึ่งเป็นระบบความเชื่อ ความคิด และนิสัยที่ฝังรากลึกในร่างกายและความคิดของเยาวชน ช่วยให้เห็นภาพการแสดงออกของอัตลักษณ์มลายูมุสลิมในมิติต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทางกายภาพหรือทางออนไลน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและพลวัตของอัตลักษณ์ในยุคปัจจุบัน

งานวิจัยระบุถึง 3 รูปแบบการต่อรองและการช่วงชิงอัตลักษณ์ ได้แก่ 1) การผลิตซ้ำสิ่งเดิมและรับสิ่งใหม่เข้ามา 2) การรื้อถอนรูปแบบวัฒนธรรมการเรียนรู้เดิม และ 3) การสร้างทุนทางสังคม รูปแบบเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของกลยุทธ์ที่เยาวชนและโรงเรียนใช้ในการจัดการกับความขัดแย้งระหว่างการรักษาอัตลักษณ์และการปรับตัวเข้ากับระบบการศึกษาหลัก ความสำเร็จของงานวิจัยนี้มาจากการศึกษาเชิงลึกในพื้นที่จริง การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพอย่างละเอียด และการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการวิเคราะห์การแสดงออกของเยาวชนทั้งในพื้นที่กายภาพและพื้นที่ออนไลน์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของโลกดิจิทัลต่อการสร้างและแสดงออกของอัตลักษณ์ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น การศึกษาในพื้นที่เฉพาะจังหวัดยะลา อาจทำให้ผลการวิจัยไม่สามารถนำไปใช้ได้ทั่วไปในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด และจำนวนโรงเรียนที่ใช้เป็นกรณีศึกษาค่อนข้างจำกัด อาจทำให้ไม่ครอบคลุมความหลากหลายของสถานการณ์ในพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ การวิจัยในอนาคตควรขยายขอบเขตการศึกษาไปยังพื้นที่อื่นๆ และโรงเรียนที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ได้ภาพที่ครอบคลุมและสมบูรณ์มากขึ้น แต่โดยรวมแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้ถือเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับอัตลักษณ์และการเรียนรู้ของเยาวชนมลายูมุสลิมได้เป็นอย่างดี

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานการศึกษาเอกชน และมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการต่อรองและการช่วงชิงอัตลักษณ์ รวมถึงความหลากหลายของกลยุทธ์ในการจัดการความขัดแย้งระหว่างการรักษาอัตลักษณ์และการปรับตัวเข้ากับระบบการศึกษาหลัก สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตร วิธีการสอน และนโยบายการศึกษาให้เหมาะสมกับบริบททางวัฒนธรรมและสังคมของเยาวชนมลายูมุสลิม นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในการฝึกอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้สามารถเข้าใจและจัดการกับความหลากหลายทางอัตลักษณ์ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิชาการ นักวิจัย นักสังคมวิทยา นักมานุษยวิทยา ครู นักการศึกษา และผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาการศึกษา ข้อมูลจากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอัตลักษณ์และการเรียนรู้ของเยาวชนมลายูมุสลิม การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการต่อรองและการช่วงชิงอัตลักษณ์ สามารถเป็นพื้นฐานในการออกแบบการวิจัยเชิงลึกในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง นักการศึกษาสามารถนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบหลักสูตร การสอน และการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับนักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนนักวิชาการและนักวิจัยสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์ ตีความ และสร้างทฤษฎีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา อัตลักษณ์ และสังคม ในบริบทที่ซับซ้อน เช่น พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568
การต่อรองและการช่วงชิงทางอัตลักษณ์ที่ส่งผลต่อกรอบความคิดและกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนมลายูมุสลิมภายใต้ระบบการศึกษาไทย: กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดยะลา
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 174698
หัวหน้าโครงการ : นายไอยเรศ บุญฤทธิ์
ปีงบประมาณ : 2565
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อศึกษากระบวนการต่อรองและการช่วงชิงอัตลักษณ์ในมิติของการศึกษาของเยาวชนมลายูมุสลิมภายใต้ระบบการศึกษาไทย2. เพื่อวิเคราะห์กระบวนการต่อรองและการช่วงชิงอัตลักษณ์ในมิติของการศึกษาของเยาวชนมลายูมุสลิมที่มีผลต่อกรอบความคิดและกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนมลายูมุสลิมในปัจจุบัน

นายไอยเรศ บุญฤทธิ์. (2565). การต่อรองและการช่วงชิงทางอัตลักษณ์ที่ส่งผลต่อกรอบความคิดและกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนมลายูมุสลิมภายใต้ระบบการศึกษาไทย: กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดยะลา. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ยะลา.

นายไอยเรศ บุญฤทธิ์. 2565. "การต่อรองและการช่วงชิงทางอัตลักษณ์ที่ส่งผลต่อกรอบความคิดและกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนมลายูมุสลิมภายใต้ระบบการศึกษาไทย: กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดยะลา". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ยะลา.

นายไอยเรศ บุญฤทธิ์. "การต่อรองและการช่วงชิงทางอัตลักษณ์ที่ส่งผลต่อกรอบความคิดและกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนมลายูมุสลิมภายใต้ระบบการศึกษาไทย: กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดยะลา". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2565. ยะลา.

นายไอยเรศ บุญฤทธิ์. การต่อรองและการช่วงชิงทางอัตลักษณ์ที่ส่งผลต่อกรอบความคิดและกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนมลายูมุสลิมภายใต้ระบบการศึกษาไทย: กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดยะลา. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2565. ยะลา.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา