การประเมินความเชื่อมโยงของความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ อาหาร และพลังงานเพื่อการจัดการน้ำในระบบกสิกรรมของไทยด้วยแบบจำลองเชิงพลวัต
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การประเมินความเชื่อมโยงของความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ อาหาร และพลังงานเพื่อการจัดการน้ำในระบบกสิกรรมของไทยด้วยแบบจำลองเชิงพลวัต" นี้ เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณที่ใช้แบบจำลองพลวัต (Dynamic Model) เพื่อศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างความมั่นคงด้านน้ำ อาหาร และพลังงาน (Water-Food-Energy security nexus: WFE security nexus) ในระบบการเกษตรของไทย โดยมุ่งเน้นไปที่พืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิด คือ ข้าว อ้อยโรงงาน และมันสำปะหลัง จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำเอาข้อมูลเชิงประจักษ์จากการสำรวจภาคสนามและข้อมูลสถิติมาสร้างแบบจำลองเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างปัจจัยต่างๆ ไม่ใช่เพียงแค่การวิเคราะห์เชิงสถิติทั่วไป แต่ยังใช้การจำลองสถานการณ์เพื่อทำนายผลลัพธ์ภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
งานวิจัยนี้เริ่มต้นด้วยการระบุองค์ประกอบสำคัญและสร้างบัญชีรายการในโครงข่ายความมั่นคงของระบบกสิกรรม ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างแบบจำลองที่ครอบคลุมและแม่นยำ การใช้เทคนิคการวิเคราะห์ปัจจัย (Factor Analysis) ช่วยลดจำนวนตัวแปรให้เหลือ 35 ตัวแปรหลักที่สำคัญที่สุด จากนั้นจึงรวบรวมข้อมูลรายเดือนเป็นระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ. 2555-2564) และข้อมูลจากแบบสอบถามสำรวจบัญชีรายการในแปลงเกษตร การใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่และเชิงเวลาแบบนี้ทำให้แบบจำลองมีความสมจริงและน่าเชื่อถือมากขึ้น
การสร้างกรอบการประเมิน WFE security nexus เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ งานวิจัยนี้แบ่งองค์ประกอบออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ผลิตภาพน้ำของผลผลิต, ผลิตภาพน้ำด้านเศรษฐศาสตร์, และความมั่นคงของทรัพยากรน้ำ การแบ่งองค์ประกอบแบบนี้ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบและเข้าใจง่ายขึ้น การใช้โปรแกรม VENSIM ในการสร้างแบบจำลองพลวัตช่วยให้สามารถจำลองสถานการณ์ต่างๆ และวิเคราะห์ผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่าปัจจุบัน ระบบมีระดับ WFE security nexus อยู่ที่ 0.40 โดยอ้อยโรงงานมีผลิตภาพน้ำสูงสุด รองลงมาคือมันสำปะหลังและข้าว และอ้อยโรงงานให้ผลกำไรต่อหน่วยน้ำสูงที่สุดเช่นกัน
นอกจากนี้ งานวิจัยยังวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงของ WFE security nexus พบว่าการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ปลูกพืชเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความมั่นคงลดลง การกำหนดค่าวิกฤตของการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ปลูกแต่ละชนิดช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าการขยายพื้นที่ปลูกอย่างไม่ยั่งยืนจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อระบบ การประเมินความสามารถในการปรับตัวของเกษตรกรเป็นส่วนเสริมที่สำคัญ ซึ่งช่วยให้เห็นภาพความพร้อมของเกษตรกรในการปรับตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบ การวิจัยนี้สรุปว่าการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ, การลดต้นทุน, การเพิ่มกำไร, และการหลีกเลี่ยงการทำเกษตรกรรมแบบเดี่ยวเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับ WFE security nexus ในอนาคต
งานวิจัยชิ้นนี้มีความครบถ้วนและน่าสนใจ เนื่องจากใช้หลายวิธีการวิจัยเข้าด้วยกัน ทั้งการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ, การวิเคราะห์เชิงสถิติ, และการจำลองสถานการณ์ ทำให้ผลลัพธ์มีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ในการวางแผนการจัดการน้ำในระบบกสิกรรมของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในด้านอื่นๆ เช่น การศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, การพิจารณาปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจเพิ่มเติม, และการขยายขอบเขตการศึกษาไปยังพืชเศรษฐกิจอื่นๆ เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่เกี่ยวข้องกับพืชเศรษฐกิจหลักของไทย เช่น อุตสาหกรรมน้ำตาลจากอ้อย, อุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง และอุตสาหกรรมข้าว เหตุผลก็เพราะว่างานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดการน้ำและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต ข้อมูลจากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการวางแผนการผลิต, การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ, และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและการผลิต นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาแผนการตลาดและการบริหารความเสี่ยงในอุตสาหกรรมเกษตรได้ด้วย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้เชี่ยวชาญในหลายอาชีพ ได้แก่ นักวิทยาศาสตร์ด้านการเกษตร, วิศวกรชลประทาน, นักวางแผนการจัดการทรัพยากรน้ำ, นักเศรษฐศาสตร์การเกษตร, เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการเกษตร, และเกษตรกรเอง เหตุผลก็เพราะว่างานวิจัยนี้ให้ข้อมูลและเครื่องมือที่จำเป็นในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำในภาคเกษตร นักวิทยาศาสตร์ด้านการเกษตรสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาเทคนิคการปลูกพืชที่ประหยัดน้ำและเพิ่มผลผลิต วิศวกรชลประทานสามารถนำไปใช้ในการออกแบบและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานที่เหมาะสม นักวางแผนการจัดการทรัพยากรน้ำสามารถนำไปใช้ในการวางแผนการจัดสรรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ นักเศรษฐศาสตร์การเกษตรสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่รัฐสามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและแผนงานด้านการเกษตรและการจัดการน้ำ และเกษตรกรสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงการจัดการน้ำและการผลิตในแปลงเกษตรของตนเอง
| รหัสโครงการ : | 174518 |
| หัวหน้าโครงการ : | รองศาสตราจารย์ ดร. ธันวดี สุขสาโรจน์ |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อระบุองค์ประกอบสำคัญและจัดทำบัญชีรายการในโครงข่ายความมั่นคงของระบบกสิกรรม (ในด้านน้ำ อาหารและพลังงาน) พัฒนากรอบการประเมิน WFE security nexus สำหรับการวางแผนการจัดการน้ำในระบบกสิกรรมของประเทศไทยโดยการวิเคราะห์เชิงพลวัต เพื่อทดสอบคุณภาพของแบบจำลองการประเมินความมั่นคงของระบบกสิกรรมของไทยสำหรับพืชเศรษฐกิจด้วย WFE security nexus ที่พัฒนาขึ้นจากข้อ 3.2 ในพื้นที่กรณีศึกษา เพื่อนำเสนอผลโดยการแปลผลแบบจำลองในการเสนอแนะเชิงนโยบาย |
รองศาสตราจารย์ ดร. ธันวดี สุขสาโรจน์. (2565). การประเมินความเชื่อมโยงของความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ อาหาร และพลังงานเพื่อการจัดการน้ำในระบบกสิกรรมของไทยด้วยแบบจำลองเชิงพลวัต. มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร, สุพรรณบุรี.
รองศาสตราจารย์ ดร. ธันวดี สุขสาโรจน์. 2565. "การประเมินความเชื่อมโยงของความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ อาหาร และพลังงานเพื่อการจัดการน้ำในระบบกสิกรรมของไทยด้วยแบบจำลองเชิงพลวัต". มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร, สุพรรณบุรี.
รองศาสตราจารย์ ดร. ธันวดี สุขสาโรจน์. "การประเมินความเชื่อมโยงของความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ อาหาร และพลังงานเพื่อการจัดการน้ำในระบบกสิกรรมของไทยด้วยแบบจำลองเชิงพลวัต". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2565. กรุงเทพมหานคร, สุพรรณบุรี.
รองศาสตราจารย์ ดร. ธันวดี สุขสาโรจน์. การประเมินความเชื่อมโยงของความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ อาหาร และพลังงานเพื่อการจัดการน้ำในระบบกสิกรรมของไทยด้วยแบบจำลองเชิงพลวัต. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2565. กรุงเทพมหานคร, สุพรรณบุรี.