ศูนย์วิจัยแห่งชาติด้านแผ่นดินไหว
บทวิเคราะห์งานวิจัย
ศูนย์วิจัยแห่งชาติด้านแผ่นดินไหว มีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างองค์ความรู้และพัฒนาการวิจัยด้านแผ่นดินไหวและภัยพิบัติที่เกี่ยวเนื่อง โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติในประเทศไทย การวิเคราะห์งานวิจัยนี้จะแบ่งออกเป็นสามส่วนหลัก ได้แก่ วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และผลลัพธ์ที่คาดหวัง
วัตถุประสงค์: ศูนย์วิจัยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของแผ่นดินไหว ตั้งแต่การศึกษาสาเหตุ กลไกการเกิด การประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงการพัฒนาเทคนิคการออกแบบอาคารที่สามารถต้านทานแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการวิจัยด้านภัยพิบัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สึนามิ การเกิดเหลว ดินถล่ม และเขื่อนแตก ซึ่งเป็นการมองภาพรวมของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวอย่างครบถ้วน การวิจัยยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างความตระหนักรู้และความพร้อมรับมือของประชาชน การฝึกอบรมบุคลากร การวางแผนการจัดการภัยพิบัติของภาครัฐและเอกชน รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ความเป็นอิสระของศูนย์วิจัยที่ไม่ได้อยู่ภายใต้สังกัดของสถาบันใดสถาบันหนึ่ง และการทำงานภายใต้คณะกรรมการกำกับดูแล (Steering Committee) จะช่วยให้ศูนย์วิจัยสามารถดึงดูดความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์: กลยุทธ์ของศูนย์วิจัยเน้นความร่วมมือและการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขา การจัดตั้งเว็บไซต์และห้องสมุดดิจิทัลเพื่อรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้ การจัดประชุมวิชาการ การฝึกอบรม และการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างฐานความรู้ที่แข็งแกร่ง การสำรวจและถอดบทเรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และนำไปสู่การพัฒนาแนวทางการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติที่เหมาะสม การทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความน่าเชื่อถือของศูนย์วิจัย การมีแผนดำเนินงานที่ชัดเจนและการเสนอโครงการวิจัยอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้การทำงานของศูนย์วิจัยมีความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ผลลัพธ์ที่คาดหวังของศูนย์วิจัยคือการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนจากภัยพิบัติแผ่นดินไหว การลดความเสียหายทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การสร้างศูนย์กลางความรู้ การเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และการสร้างความร่วมมือกับนานาชาติ จะเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญ การนำเสนอนโยบายและข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการกำหนดนโยบายของภาครัฐ จะเป็นการสร้างผลกระทบในระดับนโยบาย ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวที่สำคัญของศูนย์วิจัยแห่งชาติด้านแผ่นดินไหว
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยของศูนย์วิจัยแห่งชาติด้านแผ่นดินไหว เหมาะสมกับหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว เช่น:
- อุตสาหกรรมก่อสร้าง: การวิจัยจะช่วยพัฒนาเทคนิคการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่แข็งแรงทนทานต่อแผ่นดินไหว ส่งผลให้เกิดนวัตกรรมวัสดุและเทคนิคการก่อสร้างใหม่ๆ ลดความเสียหายจากแผ่นดินไหว และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
- อุตสาหกรรมประกันภัย: ข้อมูลและการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว จะช่วยให้บริษัทประกันภัยประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ กำหนดเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม และจัดการความเสียหายจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- อุตสาหกรรมพลังงาน: การวิจัยจะช่วยในการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น โรงไฟฟ้า ท่อส่งน้ำมันและก๊าซ ให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยต่อแผ่นดินไหว ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม
- อุตสาหกรรมการขนส่ง: การออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง เช่น สะพาน ถนน และทางรถไฟ ให้มีความปลอดภัยต่อแผ่นดินไหว ลดความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของการขนส่ง และลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะสมกับผู้ประกอบอาชีพหลากหลายสาขา ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ การวิจัย และการวางแผน อาชีพเหล่านั้น ได้แก่:
- วิศวกรโยธา: สามารถนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปใช้ในการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงทนทานต่อแผ่นดินไหว
- นักธรณีฟิสิกส์: สามารถนำความรู้ไปศึกษาวิจัยหาตำแหน่งรอยเลื่อนและประเมินความเสี่ยงแผ่นดินไหว
- นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม: สามารถนำความรู้ไปวิเคราะห์ผลกระทบของแผ่นดินไหวต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ดินถล่ม และการปนเปื้อนของน้ำ
- นักวางแผนเมือง: สามารถนำความรู้ไปใช้ในการวางผังเมือง เพื่อลดความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว
- เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย: สามารถนำความรู้ไปใช้ในการวางแผนรับมือและจัดการกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว
- นักวิจัย: สามารถร่วมมือกับศูนย์วิจัยในการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหว
- ครูอาจารย์: สามารถนำความรู้ไปใช้ในการสอนและให้ความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวแก่เยาวชน
| รหัสโครงการ : | 186535 |
| หัวหน้าโครงการ : | ศ. ดร. เป็นหนึ่ง วานิชชัย |
| ปีงบประมาณ : | 2566 |
| หน่วยงาน : | สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อผลิตองค์ความรู้และผลักดันการศึกษาวิจัยครอบคลุมทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับแผ่นดินไหวและภัยพิบัติอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากแผ่นดินไหว เช่น สึนามิ การเกิดเหลว ดินถล่ม เขื่อนแตก เป็นต้น เพื่อประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น การพัฒนาแนวทางออกแบบก่อสร้างอาคารสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง การวางแผนสำหรับหน่วยงานภาครัฐเพื่อลดและป้องกันภัยพิบัติหรือการวางแผนรับมือกรณีเกิดภัยพิบัติขึ้น การจัดวางผังเมือง การฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรของภาครัฐและเอกชนในสาขาที่เกี่ยวข้อง การเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ และการต่อยอดไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยทั้งหมดนี้มีเป้าหมายในระยะยาวเพื่อการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นศูนย์รวมการศึกษาวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในวิทยาการสาขาต่างๆ เพื่อสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศโดยองค์ความรู้ด้านแผ่นดินไหว และสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก และความพร้อมในการเตรียมการป้องกันภัยแผ่นดินไหวให้กับสาธารณะ เป็นกลไกหลักในการนำเสนอนโยบายและการสนับสนุนข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย รวมถึงผลักดันนโยบายที่จำเป็นเพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยแผ่นดินไหว โดยศูนย์วิจัยจะต้องไม่อยู่ใต้สังกัดของสถาบันใดสถาบันหนึ่งและดำเนินการภายใต้ Steering Committee ทั้งนี้เพื่อให้ศูนย์วิจัยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบันได้อย่างแท้จริง |
ศ. ดร. เป็นหนึ่ง วานิชชัย. (2566). ศูนย์วิจัยแห่งชาติด้านแผ่นดินไหว. สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย. .
ศ. ดร. เป็นหนึ่ง วานิชชัย. 2566. "ศูนย์วิจัยแห่งชาติด้านแผ่นดินไหว". สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย. .
ศ. ดร. เป็นหนึ่ง วานิชชัย. "ศูนย์วิจัยแห่งชาติด้านแผ่นดินไหว". สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, 2566. .
ศ. ดร. เป็นหนึ่ง วานิชชัย. ศูนย์วิจัยแห่งชาติด้านแผ่นดินไหว. สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย; 2566. .