การจัดการองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยการขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อการใช้งานจริงบนถนนสำหรับกลุ่มเยาวชน
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การจัดการองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยการขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อการใช้งานจริงบนถนนสำหรับกลุ่มเยาวชน" นี้มุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ ทักษะ และจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้กับกลุ่มเยาวชนอายุ 15-25 ปี โดยใช้วิธีการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ การออกแบบกระบวนการอบรมครอบคลุมทั้งสามด้านสำคัญ คือ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้องและครอบคลุมในการสร้างพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย
จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การนำกระบวนการจัดการองค์ความรู้มาใช้ ซึ่งช่วยให้การถ่ายทอดความรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้สื่อการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ เช่น การบรรยายแบบสนทนากลุ่ม คู่มือ และวีดีโอ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้น และการฝึกปฏิบัติจริงใน 7 สถานี ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัย การแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และกลุ่มอื่นๆ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ผลลัพธ์ได้อย่างละเอียดและเปรียบเทียบความแตกต่างได้ การใช้แบบทดสอบก่อนและหลังการอบรม ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ช่วยประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการอบรมได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังพบข้อจำกัดบางประการ เช่น ผลการทดสอบภาคปฏิบัติ โดยเฉพาะทักษะการนับเวลาและการประมาณระยะทาง มีคะแนนต่ำ ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้เข้าร่วมอบรมยังขาดทักษะสำคัญในการคาดการณ์อุบัติเหตุ (Hazard Perception) เรื่องนี้ควรได้รับการพัฒนาต่อยอดในอนาคต อาจพิจารณาเพิ่มเวลาฝึกฝนภาคปฏิบัติในส่วนนี้ หรือใช้วิธีการฝึกฝนที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การจำลองสถานการณ์การขับขี่ การใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (VR) หรือการฝึกอบรมแบบเข้มข้น การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติที่ใช้เพียง t-Test: Paired Two Sample อาจไม่ครอบคลุมทุกมิติของการวิจัย การใช้เทคนิคทางสถิติที่หลากหลายมากขึ้น เช่น การวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) หรือการวิเคราะห์ถดถอย อาจช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
อีกทั้ง งานวิจัยนี้มีกลุ่มตัวอย่างค่อนข้างจำกัด จึงอาจไม่สามารถนำไปสรุปผลได้ทั่วไปสำหรับเยาวชนทุกกลุ่ม การศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้นและมีความหลากหลายมากขึ้น จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความสามารถในการสรุปผลได้มากขึ้น การขยายขอบเขตการศึกษาไปยังกลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุจากการขับขี่จักรยานยนต์ หรือกลุ่มที่ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะหลักในการเดินทาง ก็จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและสมบูรณ์มากขึ้น
นอกจากนี้ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับพฤติกรรมการนำขาลงจากรถขณะเกือบหยุด เป็นข้อมูลที่สำคัญและควรเน้นย้ำให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงความเสี่ยง การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในกฎจราจร และการปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะช่วยลดอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ งานวิจัยนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ยังมีช่องว่างให้พัฒนาต่อยอดได้อีกมากมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรด้านการขับขี่ หรือสถาบันฝึกอบรมด้านความปลอดภัย เพราะงานวิจัยนี้ได้สร้างกระบวนการจัดการองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรมด้านการขับขี่รถจักรยานยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมประกันภัย เพราะข้อมูลจากงานวิจัยสามารถนำไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัย หรือพัฒนาโครงการส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ และลดภาระค่าสินไหมทดแทน
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ก็สามารถนำผลงานวิจัยไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือจัดทำคู่มือการใช้งานที่เน้นด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้า
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่ทำงานด้านการฝึกอบรมการขับขี่ เช่น ครูฝึกขับรถ ผู้ฝึกสอนการขับขี่ปลอดภัย หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เพราะงานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทักษะและพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรม และพัฒนาเทคนิคการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเหมาะกับนักวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนน ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนและบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนน เพราะข้อมูลจากงานวิจัยสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน และพัฒนาโครงการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน และลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้
อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยทางด้านความปลอดภัย เช่น นักวิจัย หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ก็สามารถนำงานวิจัยนี้ไปใช้ในการพัฒนา หรือศึกษาต่อยอดงานวิจัยได้เช่นกัน
| รหัสโครงการ : | 183559 |
| หัวหน้าโครงการ : | ผศ.ดร. ทรงวุฒิ มงคลเลิศมณี |
| ปีงบประมาณ : | 2566 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อสร้างกระบวนการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ในทักษะที่จำเป็นต่อการขับขี่จักรยานยนต์ของกลุ่มเยาวชน2.เพื่อเลือกองค์ความรู้ที่สำคัญและจำเป็นเข้ากระบวนการจัดการความรู้ให้กลุ่มเป้าหมาย3.เพื่อถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่สำคัญและจำเป็นต่อการขับขี่จริงให้กลุ่มเป้าหมาย4.เพื่อประเมินผลความเปลี่ยนแปลงของเป้าหมายภายหลังผ่านกระบวนการจัดการความรู้ |
ผศ.ดร. ทรงวุฒิ มงคลเลิศมณี. (2566). การจัดการองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยการขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อการใช้งานจริงบนถนนสำหรับกลุ่มเยาวชน. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. กรุงเทพมหานคร.
ผศ.ดร. ทรงวุฒิ มงคลเลิศมณี. 2566. "การจัดการองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยการขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อการใช้งานจริงบนถนนสำหรับกลุ่มเยาวชน". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. กรุงเทพมหานคร.
ผศ.ดร. ทรงวุฒิ มงคลเลิศมณี. "การจัดการองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยการขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อการใช้งานจริงบนถนนสำหรับกลุ่มเยาวชน". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, 2566. กรุงเทพมหานคร.
ผศ.ดร. ทรงวุฒิ มงคลเลิศมณี. การจัดการองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยการขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อการใช้งานจริงบนถนนสำหรับกลุ่มเยาวชน. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร; 2566. กรุงเทพมหานคร.