การพัฒนาวัตถุดิบทางด้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพจากจิ้งหรีด
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาวัตถุดิบทางด้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพจากจิ้งหรีดสามสายพันธุ์หลักในประเทศไทย ได้แก่ จิ้งหรีดทองดำ จิ้งหรีดทองแดง และสะดิ้ง โดยมีเป้าหมายหลักคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีด โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่ยากจน ด้อยโอกาส และเปราะบาง งานวิจัยนี้แบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ การพัฒนาการเลี้ยงจิ้งหรีดให้ได้มาตรฐาน และการสกัดสารสำคัญจากจิ้งหรีดเพื่อนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและสุขภาพ
ส่วนแรก เน้นการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งหรีดให้ได้มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) โดยการให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการจัดการโรงเรือน การป้องกันโรคและแมลงศัตรู และการปรับปรุงกระบวนการเลี้ยงให้มีประสิทธิภาพ การสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติที่ดีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตจิ้งหรีดที่มีคุณภาพสูงและสม่ำเสมอได้ ซึ่งจะส่งผลให้วัตถุดิบที่ได้มีคุณภาพสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด การสนับสนุนการจดแจ้งมาตรฐานและการติดตามควบคุมการจัดการฟาร์มอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย
ส่วนที่สอง เน้นการสกัดสารสำคัญจากจิ้งหรีดสามสายพันธุ์เพื่อนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพ งานวิจัยนี้ได้สกัดสารสำคัญสามประเภทหลัก คือ น้ำมัน สารสกัดโปรตีน และไคโตซาน จากนั้นได้ทำการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดเหล่านี้ โดยพบว่า สารสกัดโปรตีนมีความโดดเด่นที่สุดในแง่ของฤทธิ์ทางชีวภาพ โดยแต่ละสายพันธุ์ของจิ้งหรีดให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป เช่น สะดิ้งโดดเด่นในเรื่องฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จิ้งหรีดทองแดงโดดเด่นในเรื่องการทำให้ผิวขาวขึ้นและชะลอวัย และจิ้งหรีดทองดำโดดเด่นในเรื่องการยับยั้งเอนไซม์อิลาสเตส นอกจากนี้ ไคโตซานจากจิ้งหรีดก็แสดงศักยภาพในการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ โดยเฉพาะไคโตซานจากสะดิ้ง ผลการวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าสารสกัดทั้งหมดไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้ เช่น การพัฒนานาโนอิมัลชันจากน้ำมันจิ้งหรีดและอนุภาคนาโนจากไคโตซาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในรูปแบบครีมที่มีคุณภาพและความคงตัวที่ดี การประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพในมนุษย์เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะนำไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในอนาคต
งานวิจัยนี้มีความครอบคลุมทั้งในด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม โดยเชื่อมโยงกระบวนการผลิตวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรม ความโดดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จิ้งหรีดซึ่งเป็นแมลงที่มีศักยภาพสูง มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและทางด้านสุขภาพ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ เนื่องจากผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสารสกัดจากจิ้งหรีดสามสายพันธุ์ในการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิว โลชั่น หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัด เช่น ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวขาวขึ้น ต้านริ้วรอย และต้านเชื้อจุลินทรีย์ เป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ นอกจากนี้ การพัฒนานาโนอิมัลชันและอนุภาคนาโนจากสารสกัดจิ้งหรีด ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย อุตสาหกรรมอาหารก็อาจได้ประโยชน์จากงานวิจัยนี้ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงจิ้งหรีดให้ได้มาตรฐานและการควบคุมคุณภาพ ซึ่งจะช่วยให้สามารถผลิตจิ้งหรีดสำหรับบริโภคได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพต่างๆ หลายสาขาอาชีพสามารถนำผลการวิจัยนี้ไปใช้ประโยชน์ได้ อาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการพัฒนาระบบการเลี้ยงให้ได้มาตรฐาน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผล จากการนำจิ้งหรีดไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สามารถนำผลการวิจัยนี้ไปต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และสร้างนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและสุขภาพ ผู้ประกอบการ SMEs หรือเจ้าของธุรกิจ สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ และขยายตลาด นอกจากนี้ ยังเหมาะกับผู้ประกอบวิชาชีพด้านการตลาด ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการ และผู้ที่ทำงานด้านการส่งเสริมการเกษตร ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
| รหัสโครงการ : | 183301 |
| หัวหน้าโครงการ : | รศ.ดร.ภญ. วรรธิดา ชัยญาณะ |
| ปีงบประมาณ : | 2566 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อนำองค์ความรู้ในการจดการโรงเลี้ยงจิ้งหรีดที่เหมาะสมมาขยายผลที่ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน และผลักดันให้เกิดการนำไปสู่การจดแจ้ง GAP เพื่อส่งเสริมเกษตรกรในการผลิตวัตถุดิบจิ้งหรีดที่มีคุณภาพสูงสำหรับใช้ในการผลิตวัตถุดิบทางเครื่องสำอาง เพื่อขยายผลการใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่าของจิ้งหรีด โดยพัฒนาวัตถุดิบทางด้านเครื่องสำอางในรูปแบบผงโปรตีน ไขมัน และ/หรือ ไคโตซาน ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และ/หรือ ผลิตภัณฑ์สุขภาพเชิงหน้าที่จากจิ้งหรีด เพื่อให้เกิดการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปใช้ประโยชน์ในการยกระดับศักยภาพ ทักษะ โอกาส และรายได้ของกลุ่มเป้าหมายที่ยากจน ด้อยโอกาส และเปราะบาง |
รศ.ดร.ภญ. วรรธิดา ชัยญาณะ. (2566). การพัฒนาวัตถุดิบทางด้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพจากจิ้งหรีด. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.
รศ.ดร.ภญ. วรรธิดา ชัยญาณะ. 2566. "การพัฒนาวัตถุดิบทางด้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพจากจิ้งหรีด". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.
รศ.ดร.ภญ. วรรธิดา ชัยญาณะ. "การพัฒนาวัตถุดิบทางด้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพจากจิ้งหรีด". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2566. เชียงใหม่.
รศ.ดร.ภญ. วรรธิดา ชัยญาณะ. การพัฒนาวัตถุดิบทางด้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพจากจิ้งหรีด. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2566. เชียงใหม่.