การพัฒนาชีวภัณฑ์ราและยีสต์ทะเลปฏิปักษ์ชนิดใหม่ ในการควบคุมโรคของมะม่วงและทุเรียน
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาชีวภัณฑ์จากราและยีสต์ทะเลเพื่อควบคุมโรคในมะม่วงและทุเรียน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย งานวิจัยครอบคลุมขั้นตอนการค้นหาและพัฒนาจุลินทรีย์ที่มีศักยภาพ การทดสอบประสิทธิภาพในการควบคุมโรคทั้งในแปลงปลูกและหลังการเก็บเกี่ยว รวมถึงการพัฒนาสูตรและรูปแบบของชีวภัณฑ์ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร
จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการเลือกใช้จุลินทรีย์จากแหล่งธรรมชาติอย่างทะเล ซึ่งมีโอกาสที่จะค้นพบจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติใหม่ๆ และมีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูงกว่าจุลินทรีย์จากแหล่งอื่น การศึกษาครอบคลุมทั้งราทะเล Talaromyces tratensis KUFA 0091 และยีสต์ทะเล Pichia kudriavzevii JC44-2 และ Meyerozyma guilliermondii MR3232-1 ซึ่งมีความสามารถในการควบคุมโรคที่เกิดจากเชื้อราสาเหตุสำคัญหลายชนิด เช่น Colletotrichum gloeosporioides, Lasiodiplodia theobromae, และ Phytophthora palmivora งานวิจัยได้ศึกษาประสิทธิภาพของทั้งชีวภัณฑ์ในรูปผงและสารสกัด โดยเฉพาะสารสกัดรา T. tratensis KUFA 0091 ที่ความเข้มข้น 10,000 ppm แสดงประสิทธิภาพสูงในการควบคุมโรคหลังการเก็บเกี่ยวของมะม่วงและทุเรียน การเพิ่มสารจับใบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรคในแปลงปลูกได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การใช้ชีวภัณฑ์ร่วมกับการแช่น้ำร้อนช่วยลดการเกิดโรคได้มากกว่า 90% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการนำวิธีการทางกายภาพและชีวภาพมาใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรค
งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากระบวนการผลิตชีวภัณฑ์ โดยการศึกษาสภาวะการเพาะเลี้ยงที่เหมาะสมสำหรับยีสต์แต่ละสายพันธุ์ โดยใช้เทคนิคทางสถิติ เช่น Plackett-Burman design, one-factor-at-a-time (OFAT), และ Box-Behnken design เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง อีกทั้งยังมีการวางแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ โดยการพัฒนาชีวภัณฑ์พร้อมใช้ หัวเชื้อสำหรับเพิ่มปริมาณ คู่มือ และคลิปวิดีโอ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย การผลิตบุคลากรทางวิชาการรุ่นใหม่ ทั้งระดับปริญญาเอก โท และตรี เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาและต่อยอดงานวิจัย รวมถึงการตีพิมพ์ผลงานวิจัย แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสร้างองค์ความรู้และเผยแพร่สู่สาธารณชน งานวิจัยนี้จึงถือว่าครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยพื้นฐาน การพัฒนาเทคโนโลยี จนถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่งผลให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงและมีประสิทธิภาพ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
-
อุตสาหกรรมเกษตร: ช่วยแก้ปัญหาโรคพืชในมะม่วงและทุเรียน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ลดการใช้สารเคมีกำจัดเชื้อรา เพิ่มผลผลิต และคุณภาพผลผลิต ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
-
อุตสาหกรรมชีวภัณฑ์: สามารถนำผลงานวิจัยไปต่อยอดในการผลิตและจำหน่ายชีวภัณฑ์ควบคุมโรคพืช สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกร
-
อุตสาหกรรมอาหาร: การลดการใช้สารเคมีในเกษตรกรรม ส่งผลให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัย เป็นที่ต้องการของตลาด และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้
-
อุตสาหกรรมการศึกษาและวิจัย: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้เป็นพื้นฐานในการวิจัยและพัฒนาต่อยอดในอนาคต ฝึกอบรมบุคลากร และสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ในด้านการควบคุมโรคพืชด้วยชีวภัณฑ์
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ ได้แก่:
-
เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงและทุเรียน: สามารถนำชีวภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการควบคุมโรคพืชในสวนของตนเอง เพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต
-
นักวิชาการด้านการเกษตร: สามารถนำองค์ความรู้และเทคนิคที่ได้จากงานวิจัยไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาต่อยอด หรือใช้ในการให้คำแนะนำแก่เกษตรกร
-
นักวิทยาศาสตร์ด้านจุลินทรีย์: สามารถศึกษาและพัฒนาจุลินทรีย์ปฏิปักษ์อื่นๆ เพื่อใช้ในการควบคุมโรคพืชชนิดอื่นๆ
-
เจ้าหน้าที่หรือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชีวภัณฑ์: สามารถนำผลงานวิจัยไปใช้ในการผลิตและจำหน่ายชีวภัณฑ์ สร้างรายได้ และขยายธุรกิจ
-
นักวิจัย: สามารถนำผลการวิจัยนี้ไปต่อยอดในการวิจัยเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
| รหัสโครงการ : | 183199 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร. ธิดา เดชฮวบ |
| ปีงบประมาณ : | 2566 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. พัฒนาชีวภัณฑ์และสารชีวภาพของราทะเลปฏิปักษ์ Talaromyces tratensis KUFA 00912. ศึกษาประสิทธิภาพในการใช้สารชีวภาพและชีวภัณฑ์ราทะเลปฏิปักษ์ Talaromyces tratensis KUFA 0091 เพื่อควบคุมโรคแอนแทรคโนสและโรคขั้วเน่าของมะม่วงในแปลงปลูก3. ศึกษาประสิทธิภาพในการใช้สารชีวภาพและชีวภัณฑ์ราทะเลปฏิปักษ์ Talaromyces tratensis KUFA 0091 เพื่อควบคุมโรคหลังการเก็บเกี่ยวของมะม่วงและผลเน่าของทุเรียนที่เกิดจากรา Lasiodiplodia theobromae 4. วิจัยการใช้การใช้สารชีวภาพและชีวภัณฑ์ราทะเลปฏิปักษ์ Talaromyces tratensis KUFA 0091 เพื่อควบคุมโรคแอนแทรคโนสที่เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides ของมะม่วงหลังการเก็บเกี่ยว5. เพื่อพัฒนาชีวภัณฑ์ยีสต์ทะเลในการควบคุมโรคขั้วผลเน่า แอนแทรคโนสมะม่วงและผลเน่าทุเรียนที่มีรา Colletotrihum gloeosporioides, Lasiodiplodia theobromae และ Phytophthora palmivora เป็นเชื้อสาเหตุ6. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพสารสกัดหยาบของยีสต์ทะเลในการควบคุมโรคหลังการเก็บเกี่ยวบนผลมะม่วงและทุเรียนแทนการใช้สารกำจัดเชื้อรา7. เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ชีวภัณฑ์ราและยีสต์ทะเลควบคุมโรคมะม่วงและทุเรียนให้กับเกษตรกรชาวสวนมะม่วงและทุเรียน โดยพัฒนาเป็นชีวภัณฑ์พร้อมใช้ หัวเชื้อสำหรับเพิ่มปริมาณ พร้อมจัดทำเป็นคู่มือ คลิปวิดีโอเผยแพร่ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศฟรี8. เพื่อผลิตนักวิจัยรุ่นใหม่ ปริญญาเอก 1 คนปริญญาโท 3 คนและปริญญาตรี 5 คน ที่มีองค์ความรู้ด้านการใช้จุลินทรีย์ทะเลเพื่อใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตรและตีพิมพ์ผลงานวิจัย 4 เรื่อง |
ดร. ธิดา เดชฮวบ. (2566). การพัฒนาชีวภัณฑ์ราและยีสต์ทะเลปฏิปักษ์ชนิดใหม่ ในการควบคุมโรคของมะม่วงและทุเรียน. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, จันทบุรี, นครราชสีมา, พระนครศรีอยุธยา.
ดร. ธิดา เดชฮวบ. 2566. "การพัฒนาชีวภัณฑ์ราและยีสต์ทะเลปฏิปักษ์ชนิดใหม่ ในการควบคุมโรคของมะม่วงและทุเรียน". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, จันทบุรี, นครราชสีมา, พระนครศรีอยุธยา.
ดร. ธิดา เดชฮวบ. "การพัฒนาชีวภัณฑ์ราและยีสต์ทะเลปฏิปักษ์ชนิดใหม่ ในการควบคุมโรคของมะม่วงและทุเรียน". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2566. กรุงเทพมหานคร, จันทบุรี, นครราชสีมา, พระนครศรีอยุธยา.
ดร. ธิดา เดชฮวบ. การพัฒนาชีวภัณฑ์ราและยีสต์ทะเลปฏิปักษ์ชนิดใหม่ ในการควบคุมโรคของมะม่วงและทุเรียน. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2566. กรุงเทพมหานคร, จันทบุรี, นครราชสีมา, พระนครศรีอยุธยา.