การพัฒนาหอระบบปฏิกิริยาเร่งเชิงแสง เพื่อบำบัดอากาศภายนอกอาคาร
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาหอระบบปฏิกิริยาเร่งเชิงแสงเพื่อบำบัดอากาศภายนอกอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อลดปริมาณ PM2.5 งานวิจัยดำเนินการใน 3 ขั้นตอนหลัก เริ่มจากการพัฒนาและสังเคราะห์วัสดุตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงชนิดใหม่ โดยใช้ไฮโดรเจลเป็นตัวกลางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายตัวและยึดเกาะของตัวเร่งปฏิกิริยา (ZnO) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้ตัวเร่งปฏิกิริยาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น การเลือกใช้ไฮโดรเจลเป็นตัวรองรับนั้นน่าสนใจ เนื่องจากไฮโดรเจลมีพื้นที่ผิวสูงและสามารถดูดซับสารมลพิษได้ดี นอกจากนี้ การใช้ ZnO เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงก็เหมาะสม เนื่องจาก ZnO มีความเป็นพิษต่ำ มีราคาไม่แพง และมีประสิทธิภาพในการเร่งปฏิกิริยา photocatalytic oxidation ซึ่งเป็นกลไกหลักในการสลายตัวของสารอินทรีย์ใน PM2.5 เช่น PAHs
การทดสอบประสิทธิภาพของวัสดุตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสง/ไฮโดรเจลนั้น ทำการทดสอบด้วยแสง UV และแสงแดดจริง ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าวัสดุสามารถลดปริมาณ PAHs ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ซึ่งเป็นผลที่น่าพอใจและยืนยันประสิทธิภาพของวัสดุที่พัฒนาขึ้น การใช้ควันธูปเป็นแหล่งกำเนิด PM2.5 ในการทดสอบนั้น เป็นวิธีการที่สะดวกและจำลองสภาพแวดล้อมจริงได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ควรมีการทดสอบเพิ่มเติมโดยใช้แหล่งกำเนิด PM2.5 จากแหล่งอื่นๆ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิง การจราจร เพื่อให้ได้ผลการทดสอบที่ครอบคลุมมากขึ้น
ขั้นตอนที่สองของงานวิจัย คือการออกแบบและสร้างต้นแบบหอระบบปฏิกิริยาเร่งเชิงแสง งานวิจัยได้นำแบบจำลองพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (CFD) มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการไหลของอากาศภายในและรอบๆ หอคอย ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการออกแบบและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ การเลือกใช้วัสดุโครงสร้างเป็นเหล็กชุบกัลวาไนซ์และปิดด้วยแผ่นอะคริลิกใส นั้นทำให้หอคอยมีความแข็งแรงทนทานและแสงสามารถส่องผ่านไปยังวัสดุตัวเร่งปฏิกิริยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสูงของหอคอย 2.5 เมตร อาจจะเพียงพอสำหรับการทดสอบในระดับต้นแบบ แต่ในอนาคตอาจต้องมีการปรับขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง การทดสอบประสิทธิภาพของหอคอยในการดักจับ PM2.5 ให้ค่าประสิทธิภาพประมาณ 40% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง อาจจำเป็นต้องมีการปรับปรุงดีไซน์ หรือเพิ่มพื้นที่ผิวของวัสดุตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับ การใช้โรงทดสอบจำลองสภาพแวดล้อมควบคุมช่วยให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ควรพิจารณาการทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงเพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบในสภาพที่หลากหลายมากขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดอากาศ เช่น อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศ นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เนื่องจากสามารถนำไปใช้ในการบำบัดอากาศภายในอาคารหรือพื้นที่สาธารณะ รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงไฟฟ้า หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยควันพิษ เหตุผลสำคัญคือ เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในการลดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่นๆ ที่สำคัญ วัสดุที่ใช้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความปลอดภัย จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม และยังสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การใช้งานในภาคครัวเรือน เช่น เครื่องฟอกอากาศ ได้อีกด้วย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิทยาศาสตร์ วิศวกรเคมี วิศวกรสิ่งแวดล้อม และนักวิจัยที่ทำงานด้านวิทยาศาสตร์วัสดุ และวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม เนื่องจากงานวิจัยนี้ครอบคลุมทั้งด้านการสังเคราะห์วัสดุ การออกแบบและสร้างระบบ และการทดสอบประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น เจ้าหน้าที่ควบคุมมลพิษ และที่ปรึกษาสิ่งแวดล้อม ที่ต้องการหาทางเลือกใหม่ๆในการแก้ปัญหาการปนเปื้อนของ PM2.5 ในอากาศ เพราะงานวิจัยนี้มีองค์ประกอบที่ครบถ้วน ตั้งแต่การวิจัยพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้งานจริง ทำให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ สามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีนี้ได้ต่อไป
| รหัสโครงการ : | 176128 |
| หัวหน้าโครงการ : | รองศาสตราจารย์.ดร. ชำนาญ ราญฎร |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | - เพื่อสร้างต้นแบบหอระบบปฏิกิริยาเร่งเชิงแสงที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงภายใต้แสงอาทิตย์- เพื่อศึกษาพื้นที่ที่เหมาะสมกับการใช้งานหอระบบปฏิกิริยาเร่งเชิงแสง- เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของหอระบบปฏิกิริยาเร่งเชิงแสงต่อแหล่งกำเนิด PM2.5 |
รองศาสตราจารย์.ดร. ชำนาญ ราญฎร. (2565). การพัฒนาหอระบบปฏิกิริยาเร่งเชิงแสง เพื่อบำบัดอากาศภายนอกอาคาร. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.
รองศาสตราจารย์.ดร. ชำนาญ ราญฎร. 2565. "การพัฒนาหอระบบปฏิกิริยาเร่งเชิงแสง เพื่อบำบัดอากาศภายนอกอาคาร". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.
รองศาสตราจารย์.ดร. ชำนาญ ราญฎร. "การพัฒนาหอระบบปฏิกิริยาเร่งเชิงแสง เพื่อบำบัดอากาศภายนอกอาคาร". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2565. เชียงใหม่.
รองศาสตราจารย์.ดร. ชำนาญ ราญฎร. การพัฒนาหอระบบปฏิกิริยาเร่งเชิงแสง เพื่อบำบัดอากาศภายนอกอาคาร. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2565. เชียงใหม่.