การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยแนวคิดวิศวกรสังคมเพื่อการพัฒนาชุมชน : โมเดลวิศกรสังคมรำไพพรรณี
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยแนวคิดวิศวกรสังคมเพื่อการพัฒนาชุมชน : โมเดลวิศวกรสังคมรำไพพรรณี" นี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่มุ่งเน้นการพัฒนานักศึกษาให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สามารถนำความรู้และทักษะไปใช้พัฒนาชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้แนวคิด "วิศวกรสังคม" เป็นฐานในการออกแบบและดำเนินโครงการ งานวิจัยนี้มีจุดแข็งหลายประการ เริ่มจากการกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและครอบคลุมทั้งการพัฒนาบุคลากร (นักศึกษา) และการพัฒนาชุมชน การเลือกใช้กลุ่มตัวอย่างทั้งแบบสมัครใจและแบบเจาะจงช่วยให้ได้ข้อมูลที่หลากหลายและครอบคลุม กระบวนการวิจัย 5 ระยะที่เป็นระบบ ตั้งแต่การสร้างแนวร่วมจนถึงการสื่อสารผลลัพธ์ แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและความใส่ใจในรายละเอียดของกระบวนการวิจัย
การใช้เครื่องมือวิจัยหลากหลาย เช่น แบบสัมภาษณ์ และการอภิปรายกลุ่ม ช่วยให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่มากกว่าการใช้เครื่องมือแบบเดียว ผลการวิจัยที่ได้ชี้ให้เห็นถึงองค์ประกอบสำคัญของการสร้างวิศวกรสังคม ซึ่งประกอบด้วยผู้ถ่ายทอดความรู้หลากหลายประเภท เช่น วิทยากร วิทยากรกระบวนการ และนักวิชาการเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาโมเดลวิศวกรสังคมรำไพพรรณี (RBRU Model) ที่ประกอบด้วยหลักการสำคัญ 4 ประการ คือ Responsibility, Brilliance, Respect, และ Unity แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และการประยุกต์ใช้ทฤษฎีทางวิชาการให้เกิดประโยชน์เชิงปฏิบัติ โมเดลนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในบริบทอื่นๆ และสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ได้
นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงการพัฒนาทักษะสำคัญของนักศึกษา ทั้งด้านวิชาการ การสื่อสาร การคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม และการจัดการ รวมถึงการพัฒนาทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคุณลักษณะสำคัญของผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่อาจไม่เพียงพอต่อการนำไปสรุปผลในวงกว้าง และการศึกษาที่เน้นเฉพาะในมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี อาจทำให้ยากต่อการนำผลการวิจัยไปใช้ในบริบทอื่นที่แตกต่างกัน การศึกษาในอนาคตอาจพิจารณาขยายกลุ่มตัวอย่างให้ครอบคลุมมากขึ้น และเปรียบเทียบผลการวิจัยกับสถาบันอื่นๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความสามารถในการนำไปใช้ประโยชน์ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
โดยสรุป งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า ทั้งในแง่การพัฒนานักศึกษาให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีความสามารถและมีคุณธรรม และในแง่การสร้างโมเดลการพัฒนาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในบริบทอื่นๆ การพัฒนาโมเดล RBRU Model นั้น ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ และเป็นจุดเด่นของงานวิจัยชิ้นนี้ เพราะช่วยให้เห็นภาพการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปวัดผลได้ อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาข้อจำกัดของงานวิจัยและนำไปปรับปรุงในงานวิจัยครั้งต่อไปเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน การพัฒนาสังคม และการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เน้นการทำงานร่วมกับชุมชน เช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน เหตุผลก็เพราะว่างานวิจัยนี้ได้สร้างโมเดลการพัฒนานักศึกษาให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมเหล่านี้ โมเดล RBRU Model สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบุคลากรให้มีความรับผิดชอบ มีความเป็นเลิศ มีความเคารพ และมีความสามัคคี ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรได้
นอกจากนี้ งานวิจัยยังเน้นการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับชุมชนโดยตรง เช่น การท่องเที่ยว การเกษตร และอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานจากชุมชน การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชุมชนและองค์กร ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจในระยะยาว
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน การทำงานกับคน และการเป็นผู้นำ เช่น นักพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม ครู อาจารย์ นักสังคมสงเคราะห์ นักวิจัย และผู้บริหารองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่ทำงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เหตุผลก็เพราะว่างานวิจัยนี้ได้สร้างโมเดลการพัฒนานักศึกษาให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอาชีพเหล่านี้ โมเดล RBRU Model สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบุคลากรให้มีความรับผิดชอบ มีความเป็นเลิศ มีความเคารพ และมีความสามัคคี ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสร้างผลงานที่ดีให้กับสังคมได้
นอกจากนี้ งานวิจัยยังเน้นการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการทำงานกับคนโดยตรง เช่น นักพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และนักสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และนำไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
| รหัสโครงการ : | 176045 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายเอกชัย กิจเกษาเจริญ |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อสnงเสริมและพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให1เปâนผู1นำการเปลี่ยนแปลงที่สามารถใช1ทักษะในการพัฒนาเชิงพื้นที่ด1วยแนวคิดวิศวกรสังคม2. เพื่อให1ผู1นำการเปลี่ยนแปลงวิศวกรสังคมสามารถสร1างและนำกระบวนการพัฒนาเชิงพื้นที่แบบมีสnวนรnวมไปใช1ได13. เพื่อสร1างโมเดลการพัฒนานักศึกษาให1เปâนผู1นำการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาชุมชนในพื้นที่บริการตามยุทธศาสตรpการพัฒนาท1องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี |
นายเอกชัย กิจเกษาเจริญ. (2565). การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยแนวคิดวิศวกรสังคมเพื่อการพัฒนาชุมชน : โมเดลวิศกรสังคมรำไพพรรณี. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. จันทบุรี, ตราด, ระยอง.
นายเอกชัย กิจเกษาเจริญ. 2565. "การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยแนวคิดวิศวกรสังคมเพื่อการพัฒนาชุมชน : โมเดลวิศกรสังคมรำไพพรรณี". มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. จันทบุรี, ตราด, ระยอง.
นายเอกชัย กิจเกษาเจริญ. "การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยแนวคิดวิศวกรสังคมเพื่อการพัฒนาชุมชน : โมเดลวิศกรสังคมรำไพพรรณี". มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, 2565. จันทบุรี, ตราด, ระยอง.
นายเอกชัย กิจเกษาเจริญ. การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยแนวคิดวิศวกรสังคมเพื่อการพัฒนาชุมชน : โมเดลวิศกรสังคมรำไพพรรณี. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี; 2565. จันทบุรี, ตราด, ระยอง.