แนวทางการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่ความยั่งยืน
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “แนวทางการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่ความยั่งยืน” มุ่งเน้นการศึกษาและต่อยอดองค์ความรู้ด้านมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนขุนยวม โดยเฉพาะงานศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และประเพณี เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตอย่างยั่งยืน งานวิจัยนี้มีจุดเด่นคือการใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยใช้ทั้งการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะและสถาปัตยกรรม การสัมภาษณ์ และการสำรวจรังวัด ทำให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือสูง
การศึกษารายละเอียดของงานศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมในพื้นที่ชุมชนขุนยวม ได้แก่ วัด 3 แห่ง (วัดม่วยต่อ วัดคำใน และวัดขุ่ม) และเรือนพื้นถิ่น 25 แห่ง เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึก ที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความงดงามของศิลปกรรมท้องถิ่น การวิเคราะห์งานศิลปกรรม เช่น งานฉลุแผ่นโลหะ งานแกะสลักไม้ งานฉลุกระดาษลงรักปิดทอง พระพุทธรูป งานปูนปั้น และองค์ประกอบสถาปัตยกรรมต่างๆ ของทั้งศาสนสถานและเรือนพื้นถิ่น ช่วยให้เข้าใจถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและกระบวนการสร้างสรรค์ของชุมชน นอกจากนี้ การวิเคราะห์หน้าที่การใช้งานของเรือนพื้นถิ่น เช่น เรือนพักอาศัย เรือนกึ่งพักอาศัยกึ่งพาณิชย์ และเรือนพาณิชย์ ช่วยให้เห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมทางกายภาพ
ส่วนที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือการประยุกต์ใช้ผลการวิจัยกับการดำเนินกิจกรรมในพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวม การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การสร้างหุ่นจำลองสถาปัตยกรรม และการออกแบบสร้างหอพระพุทธ โดยใช้รูปแบบศิลปะไทใหญ่เป็นแนวคิดหลัก แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาใช้เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และที่สำคัญ งานวิจัยได้เน้นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนาพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมเป็นไปอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาในระดับต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจในบริบทของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังสามารถพัฒนาได้อีก เช่น การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับความยั่งยืนของพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวม อาจจะต้องมีการศึกษาถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างรอบด้านมากขึ้น รวมถึงการวัดผลกระทบจากกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการ เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความสำเร็จของการพัฒนา นอกจากนี้ การศึกษาเปรียบเทียบกับพิพิธภัณฑ์มีชีวิตอื่นๆ อาจช่วยให้ได้ข้อเสนอแนะที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่โดยรวมแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้ถือว่ามีคุณค่า ทั้งในด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเฉพาะการท่องเที่ยวชุมชน เนื่องจากผลการวิจัยได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับงานศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และประเพณีของชุมชนขุนยวม ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่าสำหรับการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการท่องเที่ยว เช่น การจัดทัวร์ การจัดกิจกรรมสัมผัสวัฒนธรรม การสร้างแหล่งเรียนรู้ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ งานวิจัยยังเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพื่อวางแผนการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาชีพในหลายสาขา เช่น นักวิชาการ นักวิจัย นักออกแบบ นักวางแผนการท่องเที่ยว นักอนุรักษ์มรดก และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว หรือการพัฒนาชุมชน ข้อมูลและข้อเสนอแนะในงานวิจัยสามารถนำไปใช้ในการทำงาน เพื่อการวิเคราะห์ การวางแผน การออกแบบ และการจัดการ ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ทำงานในพื้นที่ที่มีมรดกทางวัฒนธรรม สามารถนำข้อมูลจากงานวิจัยไปปรับใช้กับการทำงานได้อย่างตรงจุด และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
| รหัสโครงการ : | 176049 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายสืบศักดิ์ แสนยาเกียรติคุณ |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อศึกษาต่อยอดองค์ความรู้ด้านศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ประเพณีและพิธีกรรม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยนำไปใช้ดำเนินการกิจกรรมสร้างสรรค์ขับเคลื่อนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวม เพื่อเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และเชื่อมโยงแผนการพัฒนาให้เกิดความสอดคล้องไปกับยุทธศาสาตร์ จังหวัด ภูมิภาค และประเทศ |
นายสืบศักดิ์ แสนยาเกียรติคุณ. (2565). แนวทางการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่ความยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. แม่ฮ่องสอน.
นายสืบศักดิ์ แสนยาเกียรติคุณ. 2565. "แนวทางการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่ความยั่งยืน". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. แม่ฮ่องสอน.
นายสืบศักดิ์ แสนยาเกียรติคุณ. "แนวทางการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่ความยั่งยืน". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2565. แม่ฮ่องสอน.
นายสืบศักดิ์ แสนยาเกียรติคุณ. แนวทางการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่ความยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2565. แม่ฮ่องสอน.