การพัฒนาศักยภาพธนาคารปูม้าชุมชนและเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และระนองเพื่อความยั่งยืน
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัย “การพัฒนาศักยภาพธนาคารปูม้าชุมชนและเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และระนองเพื่อความยั่งยืน” นี้ เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการพัฒนาและส่งเสริมการดำเนินงานของธนาคารปูม้าชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย งานวิจัยนี้มีความโดดเด่นในหลายๆ ด้าน ประการแรกคือการนำแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) โดยเฉพาะโมเดล BCG (Bioeconomy, Circular economy, Green economy) มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธนาคารปูม้า การส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้าควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนถือเป็นแนวทางที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับนโยบายของประเทศ การศึกษาห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ช่วยให้เห็นภาพรวมของระบบนิเวศของธนาคารปูม้าอย่างชัดเจน การระบุสถานภาพของธนาคารปูม้า (A, B, C, D) ช่วยในการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และการกำหนดแนวทางการพัฒนาได้อย่างตรงจุด
จุดแข็งอีกประการหนึ่งของงานวิจัยนี้คือการเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างธนาคารปูม้าต่างๆ หน่วยงานภาครัฐ และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การสร้างเครือข่ายนี้เป็นสิ่งสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบธนาคารปูม้า การเลือกธนาคารปูม้าบ้านแหลมทรายเป็นธนาคารต้นแบบ และการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี จะช่วยในการขยายผลและเผยแพร่องค์ความรู้ไปสู่ธนาคารปูม้าอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปูม้า การเพิ่มมูลค่าจากวัสดุเหลือใช้ (เปลือกปูม้า) และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ล้วนเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้และสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชน
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ระยะเวลาการวิจัยเพียง 10 เดือน อาจไม่เพียงพอที่จะประเมินผลกระทบระยะยาวของโครงการได้อย่างสมบูรณ์ การศึกษาอาจจำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัด ทำให้ไม่สามารถสรุปผลไปใช้กับพื้นที่อื่นๆ ได้โดยตรง การขาดการเปรียบเทียบผลลัพธ์กับพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่มีการดำเนินโครงการนี้ อาจทำให้การวิเคราะห์ผลกระทบไม่ครอบคลุม การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมและเป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์ การประเมินผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และการวิเคราะห์ความยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียด จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของงานวิจัยได้ แม้จะมีข้อจำกัดเหล่านี้ งานวิจัยชิ้นนี้ถือเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า ที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาธนาคารปูม้าชุมชนและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนต่อไปได้ โดยเฉพาะการเน้นการสร้างความร่วมมือและการใช้โมเดล BCG เป็นตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน การวัดผลลัพธ์ที่ชัดเจน เช่น จำนวนปูม้าไข่นอกกระดองที่เข้าสู่ธนาคาร จำนวนลูกปูม้าที่ปล่อย และการเพิ่มรายได้ของชุมชน ล้วนเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่สะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมประมง การแปรรูปอาหารทะเล และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยิ่ง
อุตสาหกรรมประมง: งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรปูม้า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมประมงที่ต้องการความยั่งยืน การศึกษาห่วงโซ่อุปทานช่วยให้อุตสาหกรรมประมงเข้าใจกระบวนการต่างๆ และสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานได้
อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล: งานวิจัยนี้ได้ศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปูม้า เช่น น้ำพริกปูม้า ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล การพัฒนากระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและขยายตลาดได้
อุตสาหกรรมท่องเที่ยว: การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นอีกส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ การสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ปูม้า จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน การมีส่วนร่วมของชุมชนในธุรกิจท่องเที่ยว จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งอุตสาหกรรมและชุมชนท้องถิ่น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบการในธุรกิจประมง ผู้ประกอบการแปรรูปอาหารทะเล นักวิชาการ เจ้าหน้าที่รัฐ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
ผู้ประกอบการในธุรกิจประมง: สามารถนำความรู้จากงานวิจัยไปปรับปรุงวิธีการจับปูม้า การเพาะเลี้ยงปูม้า และการจัดการทรัพยากรปูม้าให้มีความยั่งยืน
ผู้ประกอบการแปรรูปอาหารทะเล: สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การแปรรูป และการตลาด ไปปรับใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ปูม้า
นักวิชาการ: สามารถนำงานวิจัยนี้ไปเป็นพื้นฐานในการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม และพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับธนาคารปูม้า การอนุรักษ์ทรัพยากร และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
เจ้าหน้าที่รัฐ: สามารถนำงานวิจัยนี้ไปใช้ในการกำหนดนโยบาย วางแผน และดำเนินการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้า และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล: สามารถนำความรู้จากงานวิจัยไปใช้ในการส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้า ให้แก่ประชาชนและชุมชน
| รหัสโครงการ : | 183335 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางภัทริดา เริงจิตร |
| ปีงบประมาณ : | 2566 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1.เพื่อพัฒนาศักยภาพธนาคารปูม้าให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน2. เพื่อศึกษาห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) และบทบาทของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลักในการดำเนินงาน ธนาคารปูม้าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และระนอง3. เพื่อสร้างเครือข่ายธนาคารปูม้าให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน |
นางภัทริดา เริงจิตร. (2566). การพัฒนาศักยภาพธนาคารปูม้าชุมชนและเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และระนองเพื่อความยั่งยืน. มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. พังงา, ภูเก็ต, ระนอง.
นางภัทริดา เริงจิตร. 2566. "การพัฒนาศักยภาพธนาคารปูม้าชุมชนและเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และระนองเพื่อความยั่งยืน". มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. พังงา, ภูเก็ต, ระนอง.
นางภัทริดา เริงจิตร. "การพัฒนาศักยภาพธนาคารปูม้าชุมชนและเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และระนองเพื่อความยั่งยืน". มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, 2566. พังงา, ภูเก็ต, ระนอง.
นางภัทริดา เริงจิตร. การพัฒนาศักยภาพธนาคารปูม้าชุมชนและเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และระนองเพื่อความยั่งยืน. มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต; 2566. พังงา, ภูเก็ต, ระนอง.