การประยุกต์หลักการเขียนภาพแบบทางสถาปัตยกรรมกับการออกแบบลายมัดหมี่
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การประยุกต์หลักการเขียนภาพแบบทางสถาปัตยกรรมกับการออกแบบลายมัดหมี่" นี้ เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่น่าสนใจ เนื่องจากนำเอาศาสตร์ทางสถาปัตยกรรมมาผสมผสานกับงานหัตถกรรมท้องถิ่นอย่างการทอมัดหมี่ จุดเด่นของงานวิจัยอยู่ที่การสร้างสรรค์ลายมัดหมี่สามมิติ ซึ่งแตกต่างจากลายมัดหมี่แบบดั้งเดิมที่มักเป็นลายสองมิติ การนำหลักการเขียนภาพทางสถาปัตยกรรม ได้แก่ ภาพออบลิค ภาพไอโซเมตริก ทัศนียภาพแบบจุดเดียว และทัศนียภาพแบบสองจุด มาประยุกต์ใช้ ทำให้เกิดลวดลายที่แปลกใหม่ มีความลึก และน่าสนใจยิ่งขึ้น
การเลือกใช้ลายกุญแจกรีก ซึ่งเป็นลายโบราณสองมิติ มาออกแบบใหม่ให้เป็นลายสามมิติ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดัดแปลงและพัฒนาองค์ความรู้เดิม นอกจากนี้ การนำแรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถมาสร้างลาย "บุรีรัมย์สราญรมย์" โดยใช้ทัศนียภาพแบบจุดเดียว สะท้อนถึงการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายแขนง และการตระหนักถึงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม การใช้กระบวนการออกแบบแนวศิลปะพิกเซล ช่วยให้การออกแบบลายมีความแม่นยำ และสามารถควบคุมขนาดของลายได้อย่างลงตัว
ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัยครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการเผยแพร่ผลงาน แสดงถึงความสมบูรณ์ของกระบวนการวิจัย การถ่ายทอดความรู้สู่กลุ่มผู้ผลิตจำนวน 11 กลุ่ม ถือเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมและส่งเสริมการพัฒนาอาชีพให้แก่ชุมชน การจัดทำนิทรรศการและการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน ช่วยให้สามารถประเมินผลงานและปรับปรุงกระบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ได้คือผ้าไหมมัดหมี่จำนวน 20 ผืน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการนำแนวคิดไปสู่การปฏิบัติ และความสามารถในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ข้อจำกัดเรื่องการใช้สอยตามความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการของตลาด การวิจัยในอนาคตอาจพิจารณาขยายกลุ่มตัวอย่าง หรือทำการสำรวจความต้องการของตลาดอย่างละเอียดมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ มาช่วยในการออกแบบและสร้างลายมัดหมี่ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ อุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตผ้าไหมมัดหมี่ เหตุผลคือ งานวิจัยนี้ได้พัฒนาเทคนิคการออกแบบลายมัดหมี่ให้มีความทันสมัย มีความหลากหลาย และมีความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่ และสามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดได้ นอกจากนี้ งานวิจัยยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้ผลิตผ้าไหมมัดหมี่ โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคใหม่ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ผลิต งานวิจัยนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ เนื่องจากผ้าไหมมัดหมี่ที่มีลวดลายสวยงามและแปลกใหม่ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมไทยได้อีกด้วย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับหลายอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักออกแบบผ้า, ช่างทอมัดหมี่, ผู้ประกอบการธุรกิจสิ่งทอ, และ นักวิจัยด้านศิลปะและหัตถกรรม
สำหรับ นักออกแบบผ้า งานวิจัยนี้จะช่วยให้เข้าใจเทคนิคการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการประยุกต์ใช้หลักการเขียนภาพทางสถาปัตยกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และความหลากหลายในการออกแบบ สำหรับ ช่างทอมัดหมี่ งานวิจัยนี้จะช่วยเพิ่มทักษะและความรู้ในการสร้างลวดลายใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและน่าสนใจมากขึ้น สำหรับ ผู้ประกอบการธุรกิจสิ่งทอ งานวิจัยนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์ และสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดได้ ส่วน นักวิจัยด้านศิลปะและหัตถกรรม งานวิจัยนี้จะช่วยต่อยอดองค์ความรู้และนำไปสู่การพัฒนาเทคนิคการผลิตผ้าไหมมัดหมี่ในอนาคต นอกจากนี้ยังเหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน โดยนำงานวิจัยไปต่อยอดในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น
| รหัสโครงการ : | 182996 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายสมบัติ ประจญศานต์ |
| ปีงบประมาณ : | 2566 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | สร้างองค์ความรู้ในการสร้างสรรค์ไหมมัดหมี่ที่มีลวดลายแบบสามมิติโดยประยุกต์ใช้หลักการเขียนภาพทางสถาปัตยกรรม ถ่ายทอดองค์ความรู้การสร้างสรรค์ไหมมัดหมี่สู่กลุ่มผู้ผลิต เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชนและผู้สนใจในวงกว้าง |
นายสมบัติ ประจญศานต์. (2566). การประยุกต์หลักการเขียนภาพแบบทางสถาปัตยกรรมกับการออกแบบลายมัดหมี่. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. บุรีรัมย์.
นายสมบัติ ประจญศานต์. 2566. "การประยุกต์หลักการเขียนภาพแบบทางสถาปัตยกรรมกับการออกแบบลายมัดหมี่". มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. บุรีรัมย์.
นายสมบัติ ประจญศานต์. "การประยุกต์หลักการเขียนภาพแบบทางสถาปัตยกรรมกับการออกแบบลายมัดหมี่". มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 2566. บุรีรัมย์.
นายสมบัติ ประจญศานต์. การประยุกต์หลักการเขียนภาพแบบทางสถาปัตยกรรมกับการออกแบบลายมัดหมี่. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์; 2566. บุรีรัมย์.