การพัฒนารูปแบบระบบสุขภาพชุมชนสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) แบบบูรณาการ ในเขตสุขภาพที่ 10
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนารูปแบบระบบสุขภาพชุมชนและระบบบริการสุขภาพแบบบูรณาการไร้รอยต่อสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke), โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) ในเขตสุขภาพที่ 10 โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed methods) ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังร้ายแรงสามโรคนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการวางแผนและจัดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและแก้ไขอย่างทันท่วงที เนื่องจากโรคเหล่านี้มักมีผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต การนำร่องใน 5 อำเภอของเขตสุขภาพที่ 10 ช่วยให้สามารถศึกษาบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่และปรับแต่งระบบให้เหมาะสม การใช้แนวคิดการดูแลสุขภาวะผู้สูงอายุแบบองค์รวม (holistic approach) สะท้อนถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความต้องการเฉพาะตัวของผู้สูงอายุ ไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสุขภาพ
การเน้นการเชื่อมต่อบริการแบบไร้รอยต่อ (seamless service) จากระดับปฐมภูมิถึงระดับตติยภูมิ รวมถึงการดูแลก่อนและหลังออกจากโรงพยาบาล เป็นจุดแข็งสำคัญของงานวิจัยนี้ ระบบการส่งต่อผู้ป่วยที่ราบรื่นช่วยลดความล่าช้าในการรักษาและเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตและฟื้นตัว การบูรณาการกับภาคส่วนอื่นๆ เช่น อปท., พม., และชุมชน แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างระบบสุขภาพที่เข้มแข็งและยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน การใช้กลไกการขับเคลื่อนเดิมที่มีอยู่ เช่น คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพ
การใช้ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ช่วยให้ได้ภาพที่ครบถ้วนทั้งในแง่ของตัวเลขสถิติและมุมมองเชิงลึกของผู้เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ต้นทุนศักยภาพเดิมของระบบสุขภาพชุมชน เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยประเมินความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ในการนำระบบใหม่ไปใช้ การติดตามประเมินผลและการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย จะช่วยให้สามารถขยายผลและปรับปรุงระบบได้อย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาการดำเนินงาน 2 ปี (ตุลาคม 2563 - มีนาคม 2565) ถือว่าเหมาะสมสำหรับการวิจัยและพัฒนาในระดับนี้ งานวิจัยนี้จึงเป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มีประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาระบบสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการกับโรคเรื้อรังร้ายแรงที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบสุขภาพ และช่วยให้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพมากขึ้น การบูรณาการและการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ และนับเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับการพัฒนาระบบสุขภาพในพื้นที่อื่นๆต่อไป
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ เช่น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ อุตสาหกรรมบริการดูแลผู้สูงอายุ และอุตสาหกรรมประกันสุขภาพ เหตุผลคือ:
-
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์: งานวิจัยนี้สามารถนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง เช่น ระบบเตือนภัยฉุกเฉิน อุปกรณ์สวมใส่ตรวจวัดสัญญาณชีพ หรือระบบ telemedicine เพื่อเชื่อมโยงการดูแลระหว่างโรงพยาบาลและชุมชน
-
อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์: งานวิจัยนี้สามารถนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงยาและเวชภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาและเวชภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และกระดูกหัก
-
อุตสาหกรรมบริการดูแลผู้สูงอายุ: งานวิจัยนี้สามารถนำไปปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการให้บริการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งในเชิงป้องกัน การรักษา และการฟื้นฟู เพื่อให้บริการที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และต่อเนื่อง
-
อุตสาหกรรมประกันสุขภาพ: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง โดยคำนึงถึงต้นทุนและประสิทธิภาพของการรักษา
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขหลายอาชีพ เช่น แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ เภสัชกร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้บริหารระบบสุขภาพ นอกจากนี้ยังเหมาะกับนักวิจัย นักวางแผน และผู้ทำงานด้านนโยบายสาธารณสุข เหตุผลคือ:
-
บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข: งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลและแนวทางการปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง ช่วยปรับปรุงคุณภาพการให้บริการและประสิทธิภาพการทำงาน
-
นักวิจัย: งานวิจัยนี้สามารถนำไปต่อยอดเพื่อทำการวิจัยเชิงลึกในด้านต่างๆ เช่น การประเมินผลการใช้ระบบใหม่ หรือการวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงของโรคในกลุ่มผู้สูงอายุ
-
นักวางแผนและผู้ทำงานด้านนโยบายสาธารณสุข: งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปใช้ในการวางแผนและพัฒนาระบบสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น
| รหัสโครงการ : | 30117 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | กรมสุขภาพจิต |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อศึกษาสถานการณ์ผู้สูงอายุที่ป่วยและเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและกระดูกสะโพกหัก และศึกษาต้นทุนศักยภาพเดิมของระบบสุขภาพชุมชนและระบบบริการสุขภาพ/มาตรการ/เครื่องมือ แนวทาง วิธีปฏิบัติสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงฯ รวมทั้งศึกษาความต้องการพัฒนา ค้นหาปัญหา ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จ และอุปสรรคของระบบจัดการสุขภาพ เพื่อพัฒนาต้นแบบนำร่องระบบสุขภาพชุมชนและระบบบริการสุขภาพเขตสุขภาพที่ 10 สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและกระดูกสะโพกหัก อย่างครบวงจร ไร้รอยต่อการบริการ และบูรณาการด้วยภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามประเมินผล “ระบบสุขภาพชุมชนและระบบบริการสุขภาพเขตสุขภาพที่ 10 ฯ” และสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขยายผลและผลักดันเชิงนโยบาย |
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน. (2563). การพัฒนารูปแบบระบบสุขภาพชุมชนสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) แบบบูรณาการ ในเขตสุขภาพที่ 10. กรมสุขภาพจิต. มุกดาหาร, ยโสธร, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี.
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน. 2563. "การพัฒนารูปแบบระบบสุขภาพชุมชนสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) แบบบูรณาการ ในเขตสุขภาพที่ 10". กรมสุขภาพจิต. มุกดาหาร, ยโสธร, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี.
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน. "การพัฒนารูปแบบระบบสุขภาพชุมชนสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) แบบบูรณาการ ในเขตสุขภาพที่ 10". กรมสุขภาพจิต, 2563. มุกดาหาร, ยโสธร, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี.
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน. การพัฒนารูปแบบระบบสุขภาพชุมชนสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) แบบบูรณาการ ในเขตสุขภาพที่ 10. กรมสุขภาพจิต; 2563. มุกดาหาร, ยโสธร, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี.