กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ

การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและรยางค์ส่วนบนในผู้ใช้สมาร์ทโฟน

... 22 กุมภาพันธ์ 2568
การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและรยางค์ส่วนบนในผู้ใช้สมาร์ทโฟน
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปในสังคมปัจจุบัน การใช้สมาร์ทโฟนในท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานานส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและไหล่ งานวิจัยนี้ได้ดำเนินการศึกษาเชิงลึกถึงสาเหตุเชิงชีวกลศาสตร์ โดยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมุมก้มคอ มุมงอไหล่ โมเมนต์โน้มถ่วง และการทำงานของกล้ามเนื้อต่างๆ เช่น cervical erector spinae (CES) , upper trapezius (UT) , anterior deltoid (AD) และ lower trapezius (LT) การวิเคราะห์เชิงลึกนี้ทำให้เข้าใจกลไกการเกิดอาการปวดเมื่อยคอและไหล่ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

จุดเด่นสำคัญของงานวิจัยนี้อยู่ที่การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมสำหรับพยุงแขน ซึ่งออกแบบตามหลักการทางชีวกลศาสตร์เพื่อลดโมเมนต์โน้มถ่วงของรยางค์ส่วนบน ส่งผลให้ลดภาระการทำงานของกล้ามเนื้อคอและไหล่ การออกแบบอุปกรณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความคิดริเริ่มและความเข้าใจเชิงลึกในด้านชีวกลศาสตร์ นอกจากนี้ การศึกษาเปรียบเทียบผลของการใช้อุปกรณ์ร่วมกับการปรับท่าทางที่เหมาะสม ทำให้สามารถประเมินประสิทธิภาพของอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิเคราะห์ความล้าของกล้ามเนื้อในกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ช่วยยืนยันประสิทธิภาพของอุปกรณ์ในการลดการล้าของกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน

การแบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ส่วนย่อย ช่วยให้การวิจัยมีความครอบคลุมและละเอียดมากขึ้น การศึกษาผลของมุมก้มคอต่อโมเมนต์โน้มถ่วงและการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้สามารถกำหนดท่าทางการใช้สมาร์ทโฟนที่เหมาะสม เช่น การตั้งคอตรง 0 องศาเพื่อลดโมเมนต์โน้มถ่วง ส่วนการศึกษาผลของท่าทางไหล่ ช่วยให้ทราบมุมงอไหล่ที่เหมาะสม คือประมาณ 30 องศา ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดเมื่อย การนำผลการศึกษาเหล่านี้มารวมกัน ทำให้ได้คำแนะนำที่ครบถ้วน ทั้งในเรื่องท่าทางการใช้สมาร์ทโฟนและการใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพ

ข้อสรุปของงานวิจัย คือการแนะนำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนใช้ในท่าทางที่เหมาะสม คือคอตั้งตรง 0 องศาและงอไหล่ประมาณ 30 องศา พร้อมทั้งแนะนำการใช้อุปกรณ์นวัตกรรมเพื่อช่วยลดภาระการทำงานของกล้ามเนื้อ การนำเสนอข้อเสนอแนะที่ชัดเจน เป็นประโยชน์ต่อการป้องกันปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีก เช่น การทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลายมากขึ้น การศึกษาผลระยะยาวของการใช้อุปกรณ์ และการพัฒนาอุปกรณ์ให้มีดีไซน์ที่ใช้งานง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:

  • อุตสาหกรรมการออกแบบและผลิตอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ: ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือที่คำนึงถึงหลักการยศาสตร์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจของสินค้า และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ
  • อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาโปรแกรมการรักษาและการป้องกันอาการปวดเมื่อยคอและไหล่ ที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรัง หรือกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจากการใช้สมาร์ทโฟน เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือพนักงานออฟฟิศ
  • อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ: งานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ต่อการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันที่ส่งเสริมการใช้สมาร์ทโฟนอย่างถูกวิธี เช่น การออกแบบอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย หรือการพัฒนาแอปพลิเคชันที่แจ้งเตือนให้ผู้ใช้เปลี่ยนท่าทางการใช้สมาร์ทโฟน เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพ

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่ต้องใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน เช่น:

  • พนักงานออฟฟิศ: มักใช้สมาร์ทโฟนเพื่อติดต่อสื่อสาร ทำงาน และเข้าถึงข้อมูล การใช้สมาร์ทโฟนในท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยคอและไหล่ได้
  • นักศึกษาและนักเรียน: ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อการเรียนการสอน การค้นคว้าข้อมูล และการติดต่อสื่อสาร การใช้สมาร์ทโฟนในระยะเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้
  • คนขับรถ: การใช้สมาร์ทโฟนขณะขับรถ นอกจากจะอันตรายแล้ว ยังทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยคอและไหล่ได้ เนื่องจากท่าทางที่ไม่เหมาะสม
  • พนักงานขาย: ที่ต้องใช้สมาร์ทโฟนในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า และการบันทึกข้อมูล ก็อาจมีปัญหาสุขภาพจากการใช้สมาร์ทโฟนได้เช่นกัน
  • แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์: การใช้สมาร์ทโฟนในโรงพยาบาล หรือระหว่างตรวจผู้ป่วยก็มีความเสี่ยงเช่นกัน
สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568
รหัสโครงการ : 37952
หัวหน้าโครงการ : ผศ.ดร. วีระศักดิ์ ต๊ะปัญญา
ปีงบประมาณ : 2563
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อคอและรยางค์ส่วนบนจากการใช้สมาร์ทโฟน2.เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลของการใช้อุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์ร่วมกับปรับท่าทางของคอและไหล่ให้อยู่ในท่าที่เหมาะสมต่อการทำงานของกล้ามเนื้อคอและไหล่ในขณะใช้งานสมาร์ทโฟนกับเมื่อไม่ใช้อุปกรณ์

ผศ.ดร. วีระศักดิ์ ต๊ะปัญญา. (2563). การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและรยางค์ส่วนบนในผู้ใช้สมาร์ทโฟน. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. .

ผศ.ดร. วีระศักดิ์ ต๊ะปัญญา. 2563. "การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและรยางค์ส่วนบนในผู้ใช้สมาร์ทโฟน". มหาวิทยาลัยขอนแก่น. .

ผศ.ดร. วีระศักดิ์ ต๊ะปัญญา. "การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและรยางค์ส่วนบนในผู้ใช้สมาร์ทโฟน". มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2563. .

ผศ.ดร. วีระศักดิ์ ต๊ะปัญญา. การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและรยางค์ส่วนบนในผู้ใช้สมาร์ทโฟน. มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2563. .

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา

รายการที่เกี่ยวข้อง