การพัฒนาสายพานรถถังเพื่อดำรงสภาพรถถังเบาแบบ 21
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาสายพานตีนตะขาบสำหรับรถถังเบาแบบ 21 ภายในประเทศ ซึ่งเป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากการพึ่งพาการนำเข้าสายพานตีนตะขาบจากต่างประเทศมีความเสี่ยงสูง ทั้งในด้านต้นทุน เวลา และความพร้อมในการซ่อมบำรุง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถถังรุ่นเก่าที่อาจหาอะไหล่ได้ยาก ปัญหาที่งานวิจัยนี้แก้ไขคือการเสื่อมสภาพของสายพานตีนตะขาบเดิมที่ทำให้รถถังไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้สายพานรุ่นใหม่ที่ไม่มีครีบพุ้ยน้ำส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่ในน้ำลดลง
ขั้นตอนการวิจัยแสดงให้เห็นถึงกระบวนการทางวิศวกรรมที่ครบถ้วน เริ่มจากการทำวิศวกรรมย้อนรอย (Reverse Engineering) โดยใช้เทคโนโลยีการสแกน 3 มิติ เพื่อสร้างแบบจำลอง จากนั้นวิเคราะห์พลศาสตร์ของไหลเพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่ในน้ำ การวิเคราะห์คุณสมบัติเชิงกลและเชิงกายภาพของวัสดุ รวมถึงการออกแบบกระบวนการผลิต เครื่องมือ และแม่พิมพ์ ล้วนแต่เป็นขั้นตอนที่สำคัญและแสดงถึงความเข้าใจในรายละเอียดของกระบวนการผลิต การเลือกใช้วัสดุ JIS SCM 440 สำหรับชิ้นส่วนโลหะหลัก และ JIS SCM 4140 สำหรับปลอกรองสลักข้อโซ่และเพลาสลักข้อโซ่ แสดงให้เห็นถึงความรู้ความเข้าใจในด้านวัสดุศาสตร์ การเลือกใช้กระบวนการหล่อแบบความเที่ยงตรงสูง (Investment Casting) สำหรับชิ้นส่วนโลหะ และการตัดปาดผิวสำหรับชิ้นส่วนอื่นๆ ก็เป็นการเลือกกระบวนการผลิตที่เหมาะสมกับวัสดุและรูปทรง ส่วนการพัฒนาสูตรยางใหม่ เป็นการเน้นประสิทธิภาพของสายพานตีนตะขาบ โดยคำนึงถึงสมบัติต่างๆ เช่น การคงรูป การต้านทานการฉีกขาด การทนต่อการขัดสี ความแข็ง และความสามารถในการยึดติดกับโลหะ
ผลการวิจัยที่ได้ คือสายพานตีนตะขาบที่สามารถใช้งานได้จริง และผ่านการทดสอบภาคสนามในภูมิประเทศที่หลากหลายเป็นระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร ด้วยความเร็วเฉลี่ย 20-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของงานวิจัย และความสามารถในการใช้งานจริง นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตภายในประเทศ และส่งเสริมความมั่นคงทางด้านการทหาร อย่างไรก็ตาม ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับอายุการใช้งานของสายพานตีนตะขาบที่พัฒนาขึ้น และการเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับสายพานตีนตะขาบจากต่างประเทศ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมการทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการผลิตอุปกรณ์และอะไหล่สำหรับยุทโธปกรณ์ เหตุผลหลักคือผลงานวิจัยนี้ช่วยสร้างความมั่นคงด้านการป้องกันประเทศ โดยการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตสายพานตีนตะขาบสำหรับรถถังภายในประเทศ ทำให้ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสามารถควบคุมคุณภาพและต้นทุนการผลิตได้เอง นอกจากนี้ เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่พัฒนาขึ้น ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ หรือเครื่องจักรกลหนักอื่นๆ ที่ต้องการความทนทานสูงได้อีกด้วย จึงเหมาะสมกับอุตสาหกรรมที่มีความต้องการความแข็งแรงทนทาน และความแม่นยำสูงของชิ้นส่วน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้เชี่ยวชาญในหลายอาชีพ เช่น วิศวกรเครื่องกล วิศวกรวัสดุ วิศวกรการผลิต และนักวิจัย วิศวกรเครื่องกลจะได้ประโยชน์จากการออกแบบและวิเคราะห์ โดยเฉพาะในส่วนของการออกแบบสายพานตีนตะขาบ การวิเคราะห์ความแข็งแรง และการเลือกใช้วัสดุ วิศวกรวัสดุจะได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของวัสดุ ในการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม และพัฒนาสูตรยางสำหรับบูชยาง วิศวกรการผลิตจะได้ประโยชน์จากการออกแบบกระบวนการผลิต เครื่องมือ และแม่พิมพ์ สำหรับการผลิตสายพานตีนตะขาบ และนักวิจัยจะสามารถนำงานวิจัยนี้ไปต่อยอด เพื่อพัฒนาสายพานตีนตะขาบที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยยิ่งขึ้น
| รหัสโครงการ : | 143174 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายสุรกิจ ท้วมเพิ่มทรัพย์ |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อขยายอายุการใช้งานของรถถังเบาแบบ 21 โดยการพัฒนาสายพานรถถังเบาแบบ 21 ขึ้นภายในประเทศ |
นายสุรกิจ ท้วมเพิ่มทรัพย์. (2563). การพัฒนาสายพานรถถังเพื่อดำรงสภาพรถถังเบาแบบ 21. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. กรุงเทพมหานคร.
นายสุรกิจ ท้วมเพิ่มทรัพย์. 2563. "การพัฒนาสายพานรถถังเพื่อดำรงสภาพรถถังเบาแบบ 21". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. กรุงเทพมหานคร.
นายสุรกิจ ท้วมเพิ่มทรัพย์. "การพัฒนาสายพานรถถังเพื่อดำรงสภาพรถถังเบาแบบ 21". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 2563. กรุงเทพมหานคร.
นายสุรกิจ ท้วมเพิ่มทรัพย์. การพัฒนาสายพานรถถังเพื่อดำรงสภาพรถถังเบาแบบ 21. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ; 2563. กรุงเทพมหานคร.